เวลา 17.07 น.วันนี้ (28 ก.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชพิธีสรงน้ำพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงรอรับเสด็จ
เมื่อเทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว ข้างพระที่นั่งราช-กรัณยสภา จากนั้นเสด็จฯ ขึ้นสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จฯ เข้าในพระฉาก ซึ่งพระศพบรรทมอยู่บนพระแท่น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนวาร
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระศพ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์จากคุณเพ็ญศรี เขียวมีส่วน ถวายสรงที่พระศพ แล้วทรงคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับหม้อน้ำพระสุคนธ์ และโถน้ำขมิ้นจากเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายสรงที่ตรงพระอุระพระศพ หวีพระเกศาขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงหักพระสางนั้นวางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระราชอาสน์ที่นอกพระฉาก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บรรดาราชนิกูล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะองคมนตรี ได้ขึ้นไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงวางซองพระศรีบรรจุดอกบัวและธูปเทียนที่ปากพระโกศ แล้วทรงรับแผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ ทรงรับพระชฎาทองคำวางข้างพระเศียรพระศพ แล้วเสด็จฯ ออกไปประทับพระราชอาสน์
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญพระศพลงสู่พระโกศ ประดิษฐานบนพระแว่นฟ้าทอง ประกอบด้วย พระลองทองใหญ่ ภายใต้เศวตฉัตร 5 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูง ทองแผ่ลวด บังแทรก ชุมสาย ต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
เสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับพระราชอาสน์ แล้วพระราชทานพวงมาลาแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปวางหน้าพระโกศพระศพ เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะเข้าถวาย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะพระศพ แล้วพระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร แล้วทรงทอดผ้าไตร 1 ไตร บนโต๊ะที่พระภูษาโยง พระสงฆ์ 86 รูป สดับปกรณ์ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมประจำทั้งกลางวันและกลางคืน ในเวลา 18.00 น. ไปจนถึงเวลา 07.00 น.รุ่งขึ้น รับพระราชทานฉันเช้า 8 รูป เพล 8 รูป มีกำหนด 100 วัน โดยในวันนี้เป็นพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธาราม จำนวน 8 รูป ส่วนในตอนเช้าและตอนเพลของวันพรุ่งนี้ จะมีพระพิธีธรรมรับพระราชทานฉัน ในเวลา 18.00 น.จะมีการประโคมย่ำค่ำ และเวลา 24.00 น.จะประโคมย่ำยาม เป็นไปตามโบราณราชประเพณี โดยมีข้าราชการฝ่ายต่างๆ ตลอดจนพ่อค้า ประชาชน ร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นจำนวนมาก
เมื่อเทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว ข้างพระที่นั่งราช-กรัณยสภา จากนั้นเสด็จฯ ขึ้นสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จฯ เข้าในพระฉาก ซึ่งพระศพบรรทมอยู่บนพระแท่น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนวาร
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระศพ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์จากคุณเพ็ญศรี เขียวมีส่วน ถวายสรงที่พระศพ แล้วทรงคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับหม้อน้ำพระสุคนธ์ และโถน้ำขมิ้นจากเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายสรงที่ตรงพระอุระพระศพ หวีพระเกศาขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงหักพระสางนั้นวางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระราชอาสน์ที่นอกพระฉาก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บรรดาราชนิกูล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะองคมนตรี ได้ขึ้นไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงวางซองพระศรีบรรจุดอกบัวและธูปเทียนที่ปากพระโกศ แล้วทรงรับแผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ ทรงรับพระชฎาทองคำวางข้างพระเศียรพระศพ แล้วเสด็จฯ ออกไปประทับพระราชอาสน์
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญพระศพลงสู่พระโกศ ประดิษฐานบนพระแว่นฟ้าทอง ประกอบด้วย พระลองทองใหญ่ ภายใต้เศวตฉัตร 5 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูง ทองแผ่ลวด บังแทรก ชุมสาย ต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
เสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับพระราชอาสน์ แล้วพระราชทานพวงมาลาแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปวางหน้าพระโกศพระศพ เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะเข้าถวาย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะพระศพ แล้วพระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร แล้วทรงทอดผ้าไตร 1 ไตร บนโต๊ะที่พระภูษาโยง พระสงฆ์ 86 รูป สดับปกรณ์ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมประจำทั้งกลางวันและกลางคืน ในเวลา 18.00 น. ไปจนถึงเวลา 07.00 น.รุ่งขึ้น รับพระราชทานฉันเช้า 8 รูป เพล 8 รูป มีกำหนด 100 วัน โดยในวันนี้เป็นพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธาราม จำนวน 8 รูป ส่วนในตอนเช้าและตอนเพลของวันพรุ่งนี้ จะมีพระพิธีธรรมรับพระราชทานฉัน ในเวลา 18.00 น.จะมีการประโคมย่ำค่ำ และเวลา 24.00 น.จะประโคมย่ำยาม เป็นไปตามโบราณราชประเพณี โดยมีข้าราชการฝ่ายต่างๆ ตลอดจนพ่อค้า ประชาชน ร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นจำนวนมาก



