คณะนักวิจัยสถาบันผิวหนังซานกัลลิกาโนในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เผยในวารสารผิวหนังอังกฤษว่า จากการศึกษากับสตรี 1,000 คน พบว่า ร้อยละ 40 ของสตรีสูบบุหรี่เป็นสิวที่เกิดจากรูขุมขนอุดตัน หัวสิวมีสีขาวขนาดใหญ่ และมีซิสต์ขนาดเล็กบนใบหน้า เทียบกับสตรีไม่สูบบุหรี่ที่เกิดสิวไม่อักเสบแบบนี้เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น อย่างไรก็ดี นักวิจัยยอมรับว่า แม้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวไม่อักเสบและอาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็เป็นแรงจูงใจหนึ่งที่กระตุ้นให้เลิกสูบบุหรี่
ในจำนวนอาสาสมัครสตรี 1,000 คนนั้น มีผู้สูบบุหรี่ไม่ถึงร้อยละ 30 ใบหน้าของผู้สูบบุหรี่มีสารประกอบของผิวหน้า เช่น วิตามินอี น้อยกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึงครึ่งหนึ่ง และผู้สูบบุหรี่ที่เคยเป็นสิวสมัยวัยรุ่นมักเป็นสิว 4 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ที่เคยเป็นสิวสมัยวัยรุ่น อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดสิวแบบไม่อักเสบ ได้แก่ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความเครียด อาชีพ สิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบด้วยว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ควัน หรือไอน้ำ เป็นสาเหตุครึ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ร้อยละ 10 เป็นสิวแบบไม่อักเสบ
ในจำนวนอาสาสมัครสตรี 1,000 คนนั้น มีผู้สูบบุหรี่ไม่ถึงร้อยละ 30 ใบหน้าของผู้สูบบุหรี่มีสารประกอบของผิวหน้า เช่น วิตามินอี น้อยกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึงครึ่งหนึ่ง และผู้สูบบุหรี่ที่เคยเป็นสิวสมัยวัยรุ่นมักเป็นสิว 4 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ที่เคยเป็นสิวสมัยวัยรุ่น อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดสิวแบบไม่อักเสบ ได้แก่ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความเครียด อาชีพ สิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบด้วยว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ควัน หรือไอน้ำ เป็นสาเหตุครึ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ร้อยละ 10 เป็นสิวแบบไม่อักเสบ


