หากพูดถึงประเทศเกาหลีใต้ในวันนี้ หลายคนอาจนึกถึงสีสันของวัฒนธรรม K-Pop ซีรีส์เกาหลี อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่เบื้องหลังความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงสองประเทศเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามเกาหลี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2493 เมื่อสงครามเกาหลีปะทุขึ้น ประเทศไทยเป็นหนึ่งในชาติแรก ๆ ที่ตอบรับคำร้องขอขององค์การสหประชาชาติ โดยตัดสินใจส่งกำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือเกาหลีใต้ นับเป็นประเทศที่สองต่อจากสหรัฐอเมริกา และเป็นชาติแรกในเอเชียที่ส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าร่วมสงคราม
เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่เพียงเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของการทหารไทย แต่ยังเป็นรากฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ก่อนจะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2501 และพัฒนาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์สงคราม สู่การสานต่อมิตรภาพผ่านการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization: KTO) ร่วมกับศูนย์การศึกษาเกาหลี ประจำประเทศไทย (Korean Education Center in Thailand: KEC) ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี เปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาไทยที่ชนะการประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลี ประจำปี 2569 เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์จริง ณ สาธารณรัฐเกาหลี
กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขันภาษาเกาหลีเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ผ่านการเดินทางไปยังสถานที่จริง โดยเฉพาะเส้นทางแห่งสันติภาพที่พาผู้เข้าร่วมย้อนรอยเหตุการณ์สงครามเกาหลี ทำความเข้าใจบทบาทของกองกำลังสหประชาชาติ และรำลึกถึงความเสียสละของทหารผ่านศึกจากนานาประเทศ รวมถึงทหารไทยที่เคยร่วมปฏิบัติภารกิจบนผืนแผ่นดินเกาหลี
จุดหมายแรกของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยู่ที่ อนุสรณ์สถานสงครามเกาหลี (The War Memorial of Korea) ตั้งอยู่ในเขตยงซาน กรุงโซล สถานที่สำคัญที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การทหารของเกาหลี ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงสงครามสมัยใหม่ โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2537 เพื่อรำลึกถึงเหล่าผู้เสียสละในการปกป้องประเทศ และถ่ายทอดความปรารถนาในการสร้างสันติภาพและการรวมชาติของคาบสมุทรเกาหลี
เมื่อก้าวเข้าไปภายใน ผู้เข้าชมจะได้เห็นภาพเหตุการณ์ตั้งแต่การแบ่งแยกคาบสมุทรเกาหลี การปะทุของสงครามเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2493 การสู้รบระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ตลอดจนการเข้ามามีบทบาทของกองกำลังสหประชาชาติจากนานาประเทศ ผ่านภาพถ่าย เอกสาร เครื่องแบบ อาวุธยุทโธปกรณ์ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับสงคราม ทำให้เรื่องราวในตำราเรียนกลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้มากขึ้น
อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือพื้นที่จัดแสดงบทบาทของประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมสงคราม รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำให้เยาวชนไทยได้เห็นว่าประเทศของตนเคยเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญระดับโลก และมีส่วนร่วมในการปกป้องเสรีภาพของเกาหลีใต้ตั้งแต่ช่วงแรกของสงคราม
การเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเรียนรู้ถึงผลกระทบของสงครามที่มีต่อผู้คน ครอบครัว และประเทศชาติ ตลอดจนทำให้ผู้เข้าร่วมตระหนักว่า สันติภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้มีต้นทุนเป็นชีวิตและความเสียสละของผู้คนจำนวนมาก
จากกรุงโซล คณะเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองโพชอน (Pocheon) จังหวัดคยองกีโด เพื่อเยี่ยมชมอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย–เกาหลี นั่นคือ อนุสาวรีย์ทหารไทย (Monument to the Participation of Thailand in the Korean War) อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและการเสียสละของทหารไทยที่เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี ภายใต้กองกำลังสหประชาชาติ
อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านอุนชอน เมืองโพชอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การปฏิบัติภารกิจของกองกำลังทหารไทย โดยมีการก่อสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2517 เพื่อเชิดชูเกียรติทหารไทยที่ร่วมต่อสู้เพื่อเสรีภาพและสันติภาพในสงครามเกาหลี
ความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้คือ อนุสาวรีย์ได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากอดีตประธานาธิบดีปัก จองฮี ของเกาหลีใต้ ขณะที่ศาลาพักบริเวณใกล้เคียงก่อสร้างด้วยวัสดุและอุปกรณ์จากประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างสองประเทศได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน การที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ครั้งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการนำเสนอเกาหลีใต้ผ่านมิติที่มากกว่าการท่องเที่ยวตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เพราะการเดินทางที่มีคุณค่า ไม่ได้จบลงเพียงภาพถ่ายสวย ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือน แต่คือการได้เข้าใจเรื่องราวของสถานที่นั้นอย่างลึกซึ้ง และนำประสบการณ์กลับมาเป็นความทรงจำที่มีความหมาย
สำหรับประเทศไทยและเกาหลีใต้ แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 70 ปีนับจากสงครามเกาหลี แต่มิตรภาพที่เกิดขึ้นในวันนั้นยังคงได้รับการส่งต่อผ่านคนรุ่นใหม่ และอาจกล่าวได้ว่า เส้นทางแห่งสันติภาพครั้งนี้ คืออีกหนึ่งบทเรียนที่ทำให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ว่า ภาษาอาจเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม แต่ความทรงจำและความเสียสละ คือรากฐานที่เชื่อมโยงหัวใจของสองประเทศเข้าไว้ด้วยกัน
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


