อุทยานธรณีขอนแก่น ผ่านการพิจารณาของสภาอุทยานธรณีโลกยูเนสโก เตรียมก้าวสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยรอรับรองอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2570 ด้านสุชาติ ชื่นชม อบจ.ขอนแก่นและกรมทรัพยากรธรณี ที่ร่วมผลักดันพื้นที่ดังกล่าวจนประสบความสำเร็จ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานข่าวดีจากการประชุมสภาอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ครั้งที่ 11 (11th UNESCO Global Geoparks Council Meeting) ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้อุทยานธรณีขอนแก่น (Khon Kaen Geopark) ผ่านการพิจารณาเพื่อเสนอรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) โดยจะเข้าสู่ขั้นตอนการรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก (UNESCO Executive Board) ในเดือนเมษายน 2570 ซึ่งหากได้รับการรับรอง จะทำให้ประเทศไทยมีอุทยานธรณีโลกเพิ่มเป็น 3 แห่ง ต่อจากอุทยานธรณีโลกสตูลและอุทยานธรณีโลกโคราช
นายสุชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (อบจ.ขอนแก่น) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการบริหารจัดการอุทยานธรณีขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีที่สนับสนุนด้านวิชาการ การอนุรักษ์มรดกธรณี และการพัฒนาอุทยานธรณีตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ที่ประชุม UNESCO ได้กล่าวชื่นชมโครงสร้างการบริหารจัดการของอุทยานธรณีขอนแก่นที่มีความเป็นอิสระและได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.ขอนแก่น โดยมีนางสาวจิตรลดา จันทร์แหยม รองผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก เป็นผู้แทนประเทศไทยกล่าวขอบคุณต่อที่ประชุม
“ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับมรดกธรณีสู่ระดับโลก โดยเฉพาะแหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์และทรัพยากรธรณีอันทรงคุณค่าของจังหวัดขอนแก่น ขอชื่นชม อบจ.ขอนแก่น กรมทรัพยากรธรณี และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันความสำเร็จครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน และพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าว
สำหรับ “อุทยานธรณีขอนแก่น” หรือ “หุบเขาไดโนเสาร์ภูเวียง” มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเวียงเก่าและอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ได้รับการยกย่องให้เป็น “อาณาจักรไดโนเสาร์ของเมืองไทย” โดยมีการค้นพบฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของเมืองไทย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 โดย “นายสุธรรม แย้มนิยม” นักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณี ที่ หุบเขาภูเวียง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง
นอกจากนี้อุทยานธรณีขอนแก่นยังเป็นแหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญของเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันมีการค้นพบ “ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก” ถึง 5 สายพันธุ์ มีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ กินพืชและเนื้อสัตว์ นับเป็นแหล่งเดียวที่มีการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกมากที่สุดในเมืองไทย ได้แก่
- ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus
sirindhornae)
- สยามโมซอรัส สุธีธรนิ (Siammosaurus suteethorni)
- สยามโมไทรันนัสอิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis)
- กินรีมินัสขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus khonkaenensis)
- ภูเวียงเวเนเตอร์แย้มนิยมมิ (Phuwiangvenator yaemniyomi)
นอกจากนี้อุทยานธรณีขอนแก่นยังมีความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา ประเพณี วัฒนธรรม และกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับชุมชน โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ
-“อุทยานแห่งชาติภูเวียง” ที่มีสิ่งน่าสนใจภายในอุทยานฯ อย่างเช่น ผาชมตะวัน น้ำตกตาดฟ้า หลุมขุดค้นไดโนเสาร์ ลานรอยตีนไดโนเสาร์หินลาดป่าชาด
-“ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์” (พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยาและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของเมืองไทย ภายในมีการไฮไลต์ คือ “สวนไดโนเสาร์” โดยจะเป็นการจำลองบรรยากาศของป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี ทำเป็นทางเดินไม้ให้เดินลัดเลาะไปตามจุดต่าง ๆ ระหว่างทางเดินสองข้างทางก็จะมีไดโนเสาร์ที่สำรวจพบที่ภูเวียงแห่งนี้
“ไร่แทนคุณแผ่นดิน” ไร่เกษตรอินทรีย์คุณภาพสูงที่เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสคุณค่าของแผ่นดิน และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตจริง
ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับรองเป็น “อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก” (UNESCO Globat Geoparks) 2 แห่งได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช หาก “อุทยานธรณีขอนแก่น” ได้รับการรับรองเป็น “อุทยานธรณีโลกขอนแก่น” ในปี พ.ศ. 2570 จะถือเป็นอุทยานธรณีโลกลำดับที่ 3 ของประเทศไทย


