เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี นำทัพแหล่งท่องเที่ยวไทย ผงาดคว้า 19 รางวัลด้านท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก Green Destinations 2026 โดยเกาะเต่าสามารถคว้าได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ Green Destinations Award และ Green Destinations Top 100 Stories 2026 สำหรับเรื่องราวแนวปฏิบัติที่ดีด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของวงการท่องเที่ยวไทยเมื่อ Green Destinations Foundation หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ประกาศผลรางวัล Green Destinations ด้านต่าง ๆ ในงาน Green Destinations Global Conference 2026 ที่จัดขึ้น ณ เมืองครานจ์ (Kranj) สาธารณรัฐสโลวีเนีย ระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม 2569
Green Destinations Awards จำนวน 3 แห่ง ได้แก่
1. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
2. อุทยานแห่งชาติแม่ปืม จังหวัดพะเยา
3. เมืองเก่าอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
Green Destinations Top 100 Stories 2026 จำนวน 16 แห่ง ประกอบด้วย
แหล่งท่องเที่ยวที่สนับสนุนโดย “กรมการท่องเที่ยว” 9 แห่ง ได้แก่
1. เมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
2. บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี
3. บางโรง-ป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต
4. อุทยานแห่งชาติขุนขาน จังหวัดเชียงใหม่
5. อุทยานแห่งชาติแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
6. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
7. เมืองเก่าเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
8. อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน
9. เมืองเก่าตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
แหล่งท่องเที่ยวที่ร่วมสนับสนุนโดย “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” 1 แห่ง ได้แก่
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
แหล่งท่องเที่ยวที่ร่วมสนับสนุนโดย “องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)” 6 แห่ง
1. เชียงคาน จังหวัดเลย
2. เมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน
3. เมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
4. เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
5. ชุมชนบ้านอำเภอ จังหวัดชลบุรี
6. ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี
ผลรางวัลจาก Green Destinations 2026 ครั้งนี้เป็นการยกระดับศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาแนวทางสู่ความยั่งยืน และนำเสนอผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับนานาชาติ
สำหรับเกาะเต่าที่ปีนี้สามารถคว้ารางวัลจาก Green Destinations มาครองได้ถึง 2 รางวัล คือ Green Destinations Award และ Green Destinations Top 100 Stories 2026 สำหรับเรื่องราวแนวปฏิบัติที่ดีด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดังของเมืองไทย
“เกาะเต่า” ตั้งอยู่ในอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากเกาะพะงันไปทางทิศเหนือประมาณ 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 21 ตารางกิโลเมตร
เกาะเต่ามีรูปร่างโค้งเว้าคล้ายเมล็ดถั่ว มีกองหินขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเต่าคือ “หินพ่อตาโต๊ะ-หินแม่มาแมะ” ที่เป็นหินขนาดใหญ่สองก้อน มีหินที่รูปร่างเหมือนหัวเต่า ตั้งอยู่บนแหลมทางตะวันออกของอ่าวโฉลกบ้านเก่า หินพ่อตาโต๊ะเป็นกลุ่มหินหลายก้อนที่เรียงกันดูคล้ายผู้ชายนั่ง ส่วนหินแม่มาแมะดูคล้ายผู้หญิง
นอกจากความสวยงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแล้ว ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาและยังเป็นสถานที่สำคัญของเกาะแห่งนี้
ที่มาของชื่อเกาะเต่ามีคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ในอดีตเกาะแห่งนี้เคยมีเต่ากระอยู่เป็นจำนวนมาก ว่ากันว่า ในฤดูวางไข่ของแต่ละปีบนชายหาดจะเต็มไปด้วยลูกเต่าที่เพิ่งเกิดใหม่จนทำให้หาดทรายกลายเป็นสีดำเลยทีเดียว
บนเกาะเต่ามีหาดทรายชายทะเลที่สวยงามชวนท่องเที่ยวอยู่หลายจุดด้วยกัน นำโดย “หาดทรายรี” ซึ่งเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดบนเกาะเต่า มีหาดทรายขาวสะอาด มีทั้งที่พัก ร้านอาหารริมทะเล ร้านขายของ คาเฟ่ ไปจนถึงร้านทัวร์ดำน้ำและโรงเรียนสอนดำน้ำ
บริเวณหาดทรายรียังมี "ลานหิน จปร." อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ขององค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่เสด็จมาเกาะเต่าเมื่อปี รศ.118 และทรงสลักพระปรมาภิไทยย่อ จปร. ไว้ที่ก้อนหินใหญ่แห่งนี้
ปัจจุบันลานหิน จปร. นอกจากจะเป็นสถานที่เคารพสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ของประชาชนชาวเกาะเต่าและนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเลที่สวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทย
ส่วนหาดทรายชายทะเลที่น่าสนใจอื่น ๆ บนเกาะเต่า ก็มี อ่าวโฉลกบ้านเก่า อ่าวลึก อ่าวไลท์เฮ้าส์ อ่าวม่วง อ่าวหินวง อ่าวเทียน และ “อ่าวโตนด” ที่เคยติดอันดับที่ 44 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก จากเว็บไซต์ World Beach Guide ในปี พ.ศ.2566
อ่าวโตนด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า โอบล้อมไปด้วยแนวเขาสูงเขียวขจี มีชายหาดสวยงามทอดยาว มีโขดหินรูปทรงแปลกตาสวยงาม ทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยแห่งหนึ่ง
นักท่องเที่ยวสามารถมานอนอาบแดด หรือจะมาเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง ริมชายหาดก็มีต้นไม้ร่มรื่น ด้านหน้าหาดในทะเลเป็นจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกดูสัตว์น้ำและปะการังที่ยังสมบูรณ์สวยงาม และห่างออกไปจะมีจุดที่มีซากเรือจมอยู่เป็นปะการังเทียม
บริเวณอ่าวโตนดยังมีที่พัก ร้านค้า จุดดำน้ำตื้น จุดนอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล ครบครันในเรื่องการท่องเที่ยวและการพักผ่อน
ขณะที่โลกใต้ทะเลเกาะเต่านั้นได้ชื่อว่างดงามที่สุดของท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย เพราะเป็นชายหาดลาดชันที่มีน้ำลึกใสสะอาด มีจุดดำน้ำกว่า 20 จุดรอบเกาะ มีกองหินใต้น้ำหลายแห่ง มีแนวปะการังสมบูรณ์สวยงามรอบ รวมถึงมีปลาและสัตว์น้ำอีกหลากหลายชนิด
นอกจากนี้โลกใต้ทะเลเกาะเต่ายังมีการนำเรือรบหลวงปลดประจำการ 2 ลำ ได้แก่ เรือหลวงสู้ไพรินทร์ (313) และเรือหลวงหาญหักศัตรู (312) มาจัดวางเป็นปะการังเทียม พร้อมเปลี่ยนบทบาทจากเรือที่เคยปกป้องน่านน้ำไทย สู่การเป็น “องครักษ์ใต้สมุทร” ที่ช่วยคุ้มครองแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเล
เกาะเต่าได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดในฝั่งอ่าวไทย เพราะเป็นชายหาดลาดชันที่มีน้ำลึกใสสะอาด มีจุดดำน้ำกว่า 20 จุดรอบเกาะ มีกองหินใต้น้ำหลายแห่ง มีแนวปะการังสมบูรณ์สวยงามรอบเกาะ
นักท่องเที่ยวสามารถมาดำน้ำที่เกาะเต่าได้เกือบทุกฤดูกาล ยกเว้นช่วงมรสุมระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ส่วนช่วงที่องค์ประกอบเหมาะสมที่สุดคือ ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน
ปัจจุบันเกาะเต่านอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำแล้ว ยังเป็นหนึ่งในโรงเรียนสอนดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงเป็นเกาะที่มีการยกระดับสู่แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้โลกใต้ทะเลและวิถีเกาะ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จนสามารถคว้า 2 รางวัลระดับโลกจาก Green Destinations ในปี 2026 มาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ


