แม้เรื่องราวในอดีตของ “ป่าท่าไทร” พื้นที่ “วัดเทสก์ธรรมนาวา” จะชวนให้รู้สึกพรั่นพรึงสำหรับคนช่างจินตนาการอยู่บ้าง เนื่องจากเคยเป็นป่าช้าที่ชาวท้องถิ่นนำศพล่องเรือมาเผาหรือฝังไว้บริเวณนี้ จนได้รับการกล่าวขานว่า “อ่าวเหรว” หรือ “แอ่งน้ำในป่าช้า”
แต่ทว่านั่นก็เป็นเรื่องราวในสมัยก่อน เพราะปัจจุบัน “วัดเทสก์ธรรมนาวา” หรือ “วัดท่าไทร” ไม่เหลือร่องรอยความน่าหวาดหวั่นอีกแล้ว บรรยากาศที่ปรากฏเบื้องหน้าเป็นวัดเล็กๆริมทะเลหาดท้ายเหมือง ท่ามกลางความร่มรื่นของป่าสน-ต้นมะพร้าวสูงชะลูดที่ไหวเอนไปตามสายลมเย็นๆของทะเลอันดามัน
สิ่งก่อสร้างสำคัญที่สะดุดสายตา และมักเป็นหมุดหมายของการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญตามความเชื่อ คือ โบสถ์ไม้สักทรงไทยงามวิจิตร ที่มีสถาปัตยกรรมถอดแบบมาจากพระอุโบสถพระอรัญวาสี จังหวัดหนองคาย ประยุกต์สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งานไม้แกะสลักบริเวณบานประตูหน้าต่างและหน้าบัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ฝีมือช่างจากพระนครศรีอยุธยา ส่วนช่อฟ้าแกะสลักโดยช่างฝีมือชาวเชียงใหม่
ส่วนภายในโบสถ์มีผนังเป็นฝาปะกน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา หน้าตักกว้างประมาณ 55 นิ้ว สูงประมาณ 2.15 เมตร แกะสลักจากหินหยกขาวแท้ มีอิทธิพลศิลปะแบบอินเดีย
กำแพงแก้วที่ล้อมรอบพระอุโบสถสร้างด้วยไม้ที่คงรูปทรงตามธรรมชาติ มีใบเสมาที่แกะสลักจากหินหยกขาว ซึ่งนอกจากความงดงามเลื่องลือของโบสถ์ไม้สักแล้ว กล่าวกันว่า วัดเทสก์ธรรมนาวา ยังเป็นวัดแห่งเดียวในภาคใต้ที่อยู่ติดทะเลจริงๆ ชนิดเดินไปได้ไม่กี่ก้าว
ประวัติและที่มาของวัด
จาที่รกร้างเดิม มีจุดเปลี่ยนในปี พ.ศ. 2533 เมื่อพระชัยพล อาสโภ และพระอานนท์ พระผู้ติดตาม ได้เดินทางเข้ามาบำเพ็ญภาวนา และเริ่มก่อสร้างตั้งเป็นสำนักสงฆ์ท่าไทร ในปี พ.ศ. 2537 โดยได้รับการอนุญาตจากทางการเพื่อขอใช้พื้นที่ในการเป็นศาสนสถานประกอบศาสนกิจ
แต่การขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำนักสงฆ์ก็ถูกทิ้งร้างเมื่อไม่มีพระภิกษุมาพำนัก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2546 ชาวบ้านนิมนต์ “พระอาจารย์วินัย รัตนวณฺโณ” มาพำนักปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ท่าไทร ซึ่งพระอาจารย์วินัย คือหนึ่งในผู้ที่ได้อยู่ปฏิบัติอาจารริยวัตรกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย มาเป็นเวลานาน 16 ปี จวบตนหลวงปู่เทสก์ท่านละสังขาร
พระอาจารย์วินัยได้ดำเนินการก่อตั้งวัดขึ้น จนกระทั่งได้รับอนุญาตให้สร้างวัดจากรมการศาสนาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 และได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553 นามว่า “วัดเทสก์ธรรมนาวา”


