xs
xsm
sm
md
lg

ปักหมุดใหม่ ตามรอย "รอยตีนไดโนเสาร์" อุดรธานี ไปดูด้วยตาตัวเองได้แล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


(ภาพ : Facebook อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท)
ปักหมุดจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ "รอยตีนไดโนเสาร์" จ.อุดรธานี ในพื้นที่รอยต่อของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) โดยมีการจัดทำป้ายบอกทาง พร้อมปรับเส้นทางเข้า-ออก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่อยากจะเข้ามาชมรอยตีนไดโนเสาร์

หลังจากมีการลงพื้นที่สำรวจ "รอยตีนไดโนเสาร์" ที่มีประชาชนพบรอยปริศนาดังกล่าวบริเวณน้ำตกตาดน้อย ใกล้กับแหล่งมรดกโลกภูพระบาทจังหวัดอุดรธานี และทางกรมทรัพยากรธรณี ยืนยันแล้วว่า เป็นรอยตีนไดโนเสาร์ของจริง ล่าสุดนี้ ทาง "อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ)" ได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทาง และจัดทำป้ายบอกทาง เพื่อเปิดให้จุดที่พบรอยตีนไดโนเสาร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

(ภาพ : Facebook อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท)
ทั้งนี้ จุดที่พบรอยตีนไดโนเสาร์ อยู่ในบริเวณรอยต่อของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (กรมศิลปากร) และอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) ทั้ง 2 หน่วยงานจึงบูรณาการร่วมกัน ดังนี้

1. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ดูแลบริจุดที่พบรอยตีน (กั้นเขต จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นประจำทุกวัน) ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำป้ายสรุปข้อมูลเบื้องต้น นำไปติดตั้งประจำแหล่ง

2. อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) จัดทำป้ายบอกทาง ปรับเส้นทางเข้า-ออก เรียบร้อยแล้ว และตั้งจุดลงทะเบียน

3. นักท่องเที่ยวที่จะเข้าชม ให้สังเกตป้ายบอกทางเข้าน้ำตกตาดน้อย แล้วตรงไปตามป้าย ลงทะเบียน แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร

4. ชมรอยตีนเสร็จแล้วกลับขึ้นถนนลาดยาง เลี้ยวซ้ายตรงมาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทได้เลย

นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) ได้จัดทำ QR Code ให้นักท่องเที่ยวได้สแกนเพื่อเปิดแผนที่นำทางมาที่ หน่วยพิทักษ์ที่ ภธ.3 (ภูพระบาท) อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นจุดชมรอยตีนไดโนเสาร์

(ภาพ : Facebook อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท)
สำหรับการพบรอยตีนไดโนเสาร์ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ผู้ใช้ Facebook ชื่อ Pichai Prathetsena พร้อมครอบครัว ได้เดินทางมาพักผ่อนและเดินสำรวจธรรมชาติบริเวณดังกล่าว แล้วสังเกตเห็นรอยหินมีลักษณะคล้ายรอยตีนไดโนเสาร์ จึงได้โพสต์สอบถามข้อมูลในโซเชียลมีเดีย จากนั้น จึงมีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และทางกรมทรัพยากรธรณี ได้เปิดเผยว่า รอยปริศนาดังกล่าว เป็นซากดึกดำบรรพ์รอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง 2 ข้าง จำนวน 1 แนวทางเดิน ประกอบด้วยรอยตีน 6 รอย บนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน อายุยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 120 ล้านปีก่อน)

รอยตีนไดโนเสาร์ที่พบนี้ มีลักษณะเด่นเป็นนิ้วเท้า 3 นิ้ว ปลายแหลม ขนาดรอยตีนยาว 29 ซม. กว้าง 26 ซม. การวิเคราะห์ขนาดลำตัวประเมินว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยตีนมีความสูงจากบริเวณสะโพกประมาณ 1.42 ม. และมีความยาวลำตัวประมาณ 6.30 ม. ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เคยค้นพบในประเทศไทยจากยุคเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้เสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมศิลปากร ดำเนินการกำหนดเขตคุ้มครองรอบพื้นที่ค้นพบ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวางแนวทางป้องกันการกัดเซาะของน้ำ และพิจารณาพัฒนาเป็นแหล่งศึกษา วิจัย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศในอนาคตต่อไป

(ภาพ : Facebook อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท)

(ภาพ : Facebook อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท)

#########################################

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline