อันซีนเมืองน่าน พาไปรู้จักกับ “รถของพ่อ” รถยนต์พระที่นั่งของในหลวง ร.๙ ที่คนไทยคุ้นเคยกับภาพที่พระองค์ท่านทรงประทับนั่งพิงรถองค์นี้เพื่อตรัสถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของพสกนิกรอย่างไม่ถือพระองค์ นับเป็นอีกหนึ่งภาพที่คนไทยจำนวนมากซาบซึ้งใจ และอดน้ำตารื้นเพราะคิดถึงพ่อของแผ่นดินไม่ได้
ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือที่ประชาชนเรียกว่า “พ่อของแผ่นดิน” ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรเสมอมา
ในแต่ละปี ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ กว่า 500 ครั้ง รวมระยะทางกว่า 50,000 กิโลเมตร
รถของพ่อ อันซีนเมืองน่าน
สำหรับรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงใช้ในการเสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกลอยู่บ่อยครั้ง คือ “รถยนต์แลนด์โรเวอร์” SERIES 3 เลขทะเบียน “ร.ย.ล.135” ซึ่งคนไทยจำนวนมาก ต่างคุ้นเคยกับภาพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงประทับนั่งพิงรถแลนด์โรเวอร์องค์นี้อย่างไม่ถือพระองค์ เพื่อตรัสถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของพสกนิกรจาก นาย “พร้อม จินนาบุตร” ราษฎรที่เฝ้ารับเสด็จ บนสะพานไม้บ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
ภาพในความทรงจำดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านเจาะบากง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2524 ซึ่ง ณ ขณะนั้นบ้านเจาะบากงยังไม่ได้ปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทย ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งภาพที่คนไทยจำนวนมากซาบซึ้งใจ และอดน้ำตารื้นเพราะคิดถึงพ่อของแผ่นดินไม่ได้
และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกเพื่อพสกนิกรชาวไทย ทาง “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” ได้อัญเชิญรถยนต์พระที่นั่งแลนด์โรเวอร์ SERIES 3 เลขทะเบียน “ร.ย.ล.135” มาจัดแสดงเป็นไฮไลต์สำคัญของศูนย์ฯ แห่งนี้
โดยเมื่อเดินเข้าไปในศูนย์ฯ จะพบกับ “รถยนต์พระที่นั่งของในหลวงรัชกาลที่ ๙” เลขทะเบียน ร.ย.ล.135 ประดิษฐานโดดเด่นเป็นไฮไลต์การจัดแสดงจุดแรก อยู่ทางด้านขวามือของโถงอาคารชั้นล่าง
ทางศูนย์ฯ ได้ให้ข้อมูลว่า จากการติดตามค้นหารถยนต์พระที่นั่งที่ในหลวง ร.๙ ทรงเคยใช้งาน และเป็นครุภัณฑ์ที่ปลดระวางตามอายุงานแล้ว ต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปี จึงจะค้นพบรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ ที่ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร โดยมี “นายชัยยา ศรีวิเศษ” เกษตรกรชาวจังหวัดยโสธรเป็นผู้ครอบครองในขณะนั้น
เมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดแล้วพบว่า สมุดทะเบียนรถยนต์ระบุชื่อเข้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในหน้ารายการจดทะเบียน คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” และเมื่อเปรียบเทียบหมายเลขเครื่องยนต์ในสมุดทะเบียนรถยนต์กับหมายเลขแชตซี พบว่า “หมายเลขตรงกันทุกประการ”
หลังจากนั้นจึงได้มีการติดต่อขอรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้มาประดิษฐาน ณ ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ซึ่งนายชัยยา ศรีวิเศษ มีความปลื้มปีติและมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะมอบรถพระที่นั่งองค์นี้ไปบูรณะให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิม เพื่อที่จะนำไปจัดแสดงต่อไป
ในวันส่งมอบรถเพื่อนำกลับมาบูรณะที่กรุงเทพมหานคร นายชัยยาได้ก้มลงกราบรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ ประหนึ่งการน้อมส่งเสด็จ ด้วยความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ นับเป็นภาพแห่งความประทับใจยิ่งนัก
ปัจจุบันหลังรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ได้รับการบูรณะฟื้นฟู และติดตามค้นหาชิ้นส่วนอะไหล่ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ตรงกับรุ่นของรถยนต์ LAND ROVER SERIES III 109 STATION WAGON ดังเดิมทุกประการ
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้คู่เมืองน่าน
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ตั้งอยู่บนถนนสุริยะพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ที่นี่เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาระบบคิดของเยาวชนน่าน ผ่านสาระความรู้แขนงต่าง ๆ อาทิ ศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร เป็นการนำอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า มาปรับปรุงและพัฒนาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้แห่งใหม่คู่เมืองน่าน โดยงานออกแบบสถาปัตยกรรมของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่าง “ศิลปะล้านนา” กับ “ศิลปะบาโรก” รวมถึงมีการนำอัตลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเมืองน่านที่ปรากฏตามอาคารสำคัญ ๆ ทางประวัติศาสตร์มาประดับตกแต่ง จนกลายเป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นผสานความเป็นสากลที่ดูลงตัวไม่น้อย
ปัจจุบันภายในอาคารศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ มีการแบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น 6 จุดหลักด้วยกัน นำโดย “รถยนต์พระที่นั่งของในหลวงรัชกาลที่ ๙” ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวมาข้างต้น
ตรงจุดนี้นอกจากรถยนต์พระที่นั่งแล้ว ยังมีเอกสารการจดทะเบียนรถยนต์องค์ดังกล่าว ลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” รวมถึงมีกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงใช้ในการเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชภารกิจทั่วประเทศไทย
จุดที่ 2 เป็นห้อง “พิพิธภัณฑ์ศาลากลางจังหวัดน่าน” จัดแสดงเรื่องราวของอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของส่วนราชการระดับจังหวัด กระทั่งถูกเลิกใช้ประโยชน์ไปในปี พ.ศ. 2558 เนื่องจากมีการย้ายที่ทำการราชการไปยังศูนย์ราชการจังหวัดน่านแห่งใหม่ ก่อนที่จะถูกปรับปรุงเป็นศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร อีกหนึ่งพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ของจังหวัดน่าน
ภายในห้องนี้มีการจัดแสดงสิ่งน่าสนใจ อาทิโมเดลอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า ป้ายศาลากลางจังหวัดน่าน ประติมากรรม “ครุฑพ่าห์” และ “พระคลังมหาสมบัติ” เทพยดาผู้ดูแลทรัพย์สินของพระราชา
จุดถัดมาเป็นห้อง “เทคโนโลยีกับมนุษย์” ที่มุ่งเน้นการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างนวัตกรรมในอนาคต
ส่วนจุดที่ 4 เป็นห้อง “Nan Simulation” กับแนวคิดด้านการอนุรักษ์ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องขยะและแนวทางการจัดการที่ยั่งยืน
จากนั้นในจุดที่ 5 เป็น “ห้องสมบัติน่าน” ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดิน นำเสนอเรื่องราวยุคทองของสมบัติเมืองน่าน ผ่านเงินตรา เครื่องเงิน และผ้าทอ
การแสดงจุดที่ 6 ตั้งอยู่บนชั้น 2 คือห้อง “นิทรรศการ ร.๙” จัดแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ “จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” ในช่วงตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “พลังแห่งแผ่นดิน” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้
นอกจากการจัดแสดงทั้ง 6 จุดแล้ว บริเวณผนังตรงโถงทางเดินจากบันไดกลางขึ้นสู่ชั้น 2 นั้น ยังมีการประดับภาพวาด “ดอกไม้แห่งหัวใจ” หรือภาพวาด “คุณยายตุ้มถวายดอกบัวรัชกาลที่ ๙” ที่วาดมาจากภาพเหตุการณ์จริง เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรภาคอีสานเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ณ บริเวณสามแยกชยางกูร-เรณูนคร ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
คุณยายตุ้ม จันทนิตย์ หญิงชราวัย 102 ปี (เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2396) ได้มารอเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่เช้าจนบ่าย พร้อมกับดอกบัวสาย 3 ดอก ที่แม้ดอกบัวจะโรยราจากความร้อน แต่หัวใจของคุณยายยังคงเต็มไปด้วยความจงรักภักดี
กระทั่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จมาถึง คุณยายได้ยกดอกบัวขึ้นเหนือศีรษะแสดงความจงรักภักดี ขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงโน้มพระองค์ลงมาและแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน พระหัตถ์แตะมือของยายตุ้มอย่างนุ่มนวล
ภาพนี้ถ่ายโดยหัวหน้าช่างภาพส่วนพระองค์ นาย “อาณัติ บุนนาค” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า “ภาพดอกไม้แห่งหัวใจ” ที่นอกจากจะถูกนำมาใช้บนธนบัตรไทยแล้ว ภาพนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ของคนไทยที่หลาย ๆ คนเมื่อเห็นแล้วอดน้ำตาคลอไม่ได้
ภายในศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารยังมีมุมสงบ สำหรับให้อ่านหนังสือ นั่งทำงาน นั่งพักผ่อน ใช้สมาธิครุ่นคิด รวมถึงมีพื้นที่ทำงานกลุ่มให้ผู้สนใจได้มาปรึกษา ทำงานร่วมกัน
ไม่เพียงเท่านั้นภายในอาคารศูนย์การเรียนรู้ที่ได้ปรับปรุงใหม่มีการออกแบบอย่างสวยงามคลาสสิก วันนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของชาวน่านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์ความน่าสนใจของศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ที่ต้องการเปิดโลกการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนผ่านน่าน จากเมืองแห่งวัฒนธรรมมีชีวิตให้ก้าวสู่ เมืองสร้างสรรค์ของไทยในเวทีโลก
########################
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ตั้งอยู่บนถนนสุริยะพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้วแต่วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 9:00-17:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 054-600-999 (ในวันทำการของศูนย์การเรียนรู้)


