หาก “พระบรมธาตุเจดีย์” คือหัวใจของ สิ่งที่ซ่อนอยู่รายรอบองค์พระธาตุก็เปรียบเสมือนความทรงจำของเมืองนครศรีธรรมราชที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้ผ่านวัตถุจริงนับหมื่นชิ้น
ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และของถวายพระมหาธาตุ ซึ่งสะท้อนทั้งความศรัทธา ความเชื่อ วิถีชีวิต ตลอดจนประวัติศาสตร์ของนครศรีธรรมราชและคาบสมุทรภาคใต้ โดยไม่ได้จัดแสดงอยู่ในอาคารพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่เพียงหลังเดียว หากแต่กระจายอยู่ตามพื้นที่สำคัญของวัด ทั้ง “วิหารเขียน” “วิหารโพธิ์ลังกา” และอาคารส่วนต่อขยายจากระเบียงคดด้านเหนือ
ข้อมูลของกรมศิลปากรระบุว่า แหล่งจัดแสดงภายในวัดมีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุรวมถึง 32,656 รายการ ขณะที่มีงานศิลปะจำนวน 84 ชิ้นที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ นับเป็นคลังมรดกทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่ยังคงอยู่เคียงคู่กับพระมหาธาตุมาอย่างยาวนาน
หนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดคือ “วิหารเขียน” อาคารที่มีเรื่องราวผูกพันกับองค์ความรู้ของวัดมาแต่ครั้งอดีต
กรมศิลปากรระบุว่า เดิมวิหารเขียนเชื่อว่าเป็นวิหารที่เปิดโล่ง ไม่มีผนัง และเคยใช้เป็นสถานที่เรียนวรรณกรรม รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับเขียนตำราและพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาบนกระดาษข่อยและใบลานในสมัยอยุธยา จึงอาจกล่าวได้ว่า วิหารแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ของวัด
กระทั่งใน พ.ศ. 2446 วิหารเขียนได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของวัด เพื่อใช้เก็บรักษาวัตถุมงคลและศิลปวัตถุจำนวนมากที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหาธาตุ
ภายในจึงไม่ได้มีเพียงพระพุทธรูปหรือโบราณวัตถุทางศาสนา หากยังมีสิ่งของหลากหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องประดับ แหวน สร้อย กำไล ปิ่นปักผม ต่างหู และเข็มขัด ไปจนถึงต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง พระพิมพ์ กริช งานแกะสลักงาช้าง เจดีย์และศาลาจำลอง เรือสำเภาจำลอง ตลอดจนเครื่องใช้พื้นบ้าน
สิ่งของเหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑ์มีมิติที่มากกว่าการจัดแสดงของเก่า เพราะแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนรูปแบบการดำรงชีวิต ความเชื่อ และคติการทำบุญของผู้คนในแต่ละยุคสมัย
ในบรรดาโบราณวัตถุสำคัญ ยังมีพระพุทธรูปประดับอัญมณี รวมถึงพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรที่ทำจากเงินและอัญมณี และพระพุทธรูปทองคำถือบาตร ซึ่งเป็นวัตถุสำคัญที่กรมศิลปากรระบุถึงภายในพิพิธภัณฑ์
ถัดจากวิหารเขียนไปทางด้านเหนือ คือ “วิหารโพธิ์ลังกา” อีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกใช้จัดแสดงโบราณวัตถุภายในวัด
นอกจากนี้ภายในวิหารมีโบราณวัตถุหลากหลายประเภท ทั้งศิลาจารึก เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูป หีบศพเจ้าพระยานคร พระพุทธรูปปางมารวิชัย และกริช
เมื่อพิจารณาของแต่ละชิ้นร่วมกัน จะเห็นภาพของนครศรีธรรมราชในหลายมิติ ทั้งด้านพระพุทธศาสนา การปกครอง ความเป็นอยู่ และความสัมพันธ์กับผู้คนและชุมชนในคาบสมุทรภาคใต้ จึงไม่น่าแปลกที่การเดินชมพื้นที่เหล่านี้จะให้ความรู้สึกแตกต่างจากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เพราะผู้ชมไม่ได้เดินเข้าไปในอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่กำลังเดินอยู่ภายในศาสนสถานที่มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องยาวนาน และวัตถุจำนวนมากก็ยังคงอยู่ในบริบทของสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา
“ของถวายพระธาตุ” เรื่องราวของศรัทธาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
อีกแง่มุมหนึ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีความน่าสนใจ คือที่มาของโบราณวัตถุจำนวนไม่น้อยไม่ได้เกิดจากการรวบรวมโดยหน่วยงานของรัฐ หากแต่เป็นสิ่งของที่ผู้คนถวายแด่พระมหาธาตุด้วยแรงศรัทธา
ข้อมูลของกรมศิลปากรระบุว่า วัตถุมีค่าจำนวนมากได้รับการบริจาคจากเชื้อพระวงศ์และประชาชนทั่วไป การสะสมของถวายจึงเปรียบเสมือนบันทึกความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน
เครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องประดับ ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง หรือแม้แต่พระพุทธรูปและสิ่งของจำลองต่างๆ จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะวัตถุโบราณ หากยังเป็นตัวแทนของผู้คนที่เคยเดินทางมายังนครศรีธรรมราชเพื่อประกอบบุญ แสดงความเลื่อมใส และฝากสิ่งของอันมีค่าไว้กับพระมหาธาตุ
เมื่อมองเช่นนี้ “พิพิธภัณฑ์วัดพระมหาธาตุฯ” จึงเปรียบเสมือนคลังความทรงจำที่เกิดจากทั้งศรัทธาของผู้คนและกาลเวลาที่สั่งสมมาหลายร้อยปี
หมายเหตุ : ภาพดังกล่าวได้รับการอนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อนำมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ (ภายในพิพิธภัณฑ์งดการถ่ายภาพ)
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


