xs
xsm
sm
md
lg

เติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวยุคใหม่ "การรถไฟยุงเฟรา" ผสานแนวทางความยั่งยืน พร้อมยกระดับการบริการด้วย AI

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ยุงเฟรายอค Top of Europe (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
"การรถไฟยุงเฟรา" (Jungfrau Railways) เดินหน้าแนวทางความยั่งยืน เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดใช้รถไฟ และขยายการผลิตโซลาร์ฟาร์ม มีการพัฒนาพร้อมกับการดูแลรักษาและเคารพการมีส่วนร่วมของชุมชน เตรียมอัพเกรดพื้นที่เพิ่มเติมทั้งร้านอาหาร โรงแรม และจุดท่องเที่ยว ใช้ AI อำนวยความสะดวกให้คำปรึกษาการเดินทาง พร้อมทยอยก้าวเข้าสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ

"ภูมิภาคยุงเฟรา" (Jungfrau) ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์สวิส ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รายล้อมด้วยยอดเขาอันยิ่งใหญ่อย่าง ไอเกอร์ เมิ้นช์ และยุงเฟรา ภูมิภาคแห่งนี้ผสมผสานความงดงามตระการตาของธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตบนภูเขา ตลอดจนกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยวระดับคุณภาพไว้อย่างลงตัว

สำหรับ “ยอดเขายุงเฟรา” (Jungfrau) หรือ “ยุงเฟรายอค” (Jungfraujoch) แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก “Swiss Alps Jungfrau-Aletsch” จากองค์การ UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 ซึ่งถือเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีลักษณะโดดเด่นของธารน้ำแข็งสุดอลังการที่ยาวที่สุดในยุโรปกว่า 22 กิโลเมตร มียอดสูงสุดสูง 4,158 เมตรจากระดับน้ำทะเล ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Top of Europe” บริเวณยอดเขามีหิมะปกคลุมขาวโพลนตลอดทั้งปี ขณะที่ยอดเขาใกล้ ๆ กัน ที่มองเห็นเป็นเขา 3 ยอดสูงโดดเด่นไล่เรียงเคียงกัน คือยอดเขา “เมิ้นซ์” (Mönch) สูง 4,107 เมตร และยอดเขา “ไอเกอร์” (Eiger) สูง 3,970 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ยุงเฟรายอค (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
หนึ่งในกิจกรรมที่ต้องทำในการมาเที่ยวยุงเฟรายอค คือ การนั่งรถไฟขึ้นสู่ยอดเขา (หรือไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ) ซึ่งทั้งรถไฟสายคลาสสิก และกระเช้าไฟฟ้า ดำเนินการโดย "การรถไฟยุงเฟรา" (Jungfrau Railways) ที่เปิดให้บริการมากว่าร้อยปี


"การรถไฟยุงเฟรา" (Jungfrau Railways) เส้นทางรถไฟบนภูเขาอันงดงาม สู่โลกแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 รถไฟของการรถไฟยุงเฟรา นำนักเดินทางขึ้นสู่ สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ณ ระดับความสูง 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล พร้อมมอบทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันงดงามของเทือกเขา แอลป์สวิส และพื้นที่ ยุงเฟรา-อเล็ตช์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดก ด้วยระบบ V-Bahn ที่ทันสมัย ซึ่งเปิดให้บริการในปี ค.ศ.2020 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่ภูมิทัศน์อันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ได้โดยตรง สะดวก รวดเร็ว สบาย และยั่งยืนยิ่งขึ้น

รถไฟยุงเฟรา (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
นายโอลิเวอร์ ฮัมเมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการรถไฟยุงเฟรา (CEO Jungfrau Railways) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี การรถไฟยุงเฟรา ได้รับการยอมรับในฐานะสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของผู้บุกเบิกและนวัตกรรมของสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ.1912 การรถไฟยุงเฟราเดินทางขึ้นสู่ยุงเฟรายอค-ท็อปออฟยุโรปได้เป็นครั้งแรก นำผู้โดยสารขึ้นสู่สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เส้นทางรถไฟอันน่าประทับใจเดินทางลอดอุโมงค์ใต้ยอดเขาไอเกอร์ และเมิ้นซ์ โดยระหว่างเส้นทาง นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะชมทัศนียภาพของโลกแห่งภูเขาสูง ผ่านหน้าต่างแบบพาโนรามาที่สถานีไอซ์เมียร์

“จากยุคบุกเบิกนักท่องเที่ยวจะมาเริ่มต้นเส้นทางสู่ยุงเฟราที่อินเตอร์ลาเคน จากเรือมาสู่รถไฟสายหลักของสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงแรกเส้นทางที่จะขึ้นสู่ยอดเขายุงเฟราทั้งกระเช้าและรถไฟจะแยกกันบริหารจัดการ ต่อมาการรถไฟยุงเฟราได้รวมเส้นทางทั้งหมดไว้ด้วยกัน พร้อมกับการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงแต่ละจุดเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยเส้นทางล่าสุดก็คือ ไอเกอร์ เอ็กซเพรส ส่วนหนึ่งของโครงการระบบกระเช้า V-Cableway อันเป็นนวัตกรรมล้ำสมัยของยุงเฟรา ที่เกิดขึ้นระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด 19 ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางไปยังยุงเฟรายอคได้เร็วขึ้น จากสถานีต้นทางกรินเดิลวาลด์ เทอร์มินอล ไปยังสถานีปลายทางไอเกอร์เกล็ตเชอร์ในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น”

ไอเกอร์ เอ็กซเพรส (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
ไอเกอร์ เอ็กซเพรส ไม่เพียงนำเทคโนโลยีทันสมัยมาช่วยให้การเดินทางขึ้นไปยุงเฟรายอคสะดวกมากขึ้น หากแต่ยังเป็นหนึ่งในการดำเนินแนวนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่การรถไฟยุงเฟราทำมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การใช้เสารองรับเพียง 7 ต้น ตลอดเส้นทางยาวกว่า 6,483 เมตร เพื่อลดการรบกวนทัศนียภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีระบบเคเบิล 3 เส้นรองรับให้ตัวกระเช้ามีความนิ่ง มั่นคงสูง และทนต่อกระแสลมแรงได้ดีเยี่ยม ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ โดยมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกันในการดำเนินโครงการ

“พื้นที่ที่เราดูแลอยู่ประกอบด้วย 9 ตำบล 2 จังหวัด ดังนั้นการจะพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวแต่ละครั้ง จึงต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยผ่านการทำประชาพิจารณ์ หากชุมชนไม่ยินยอมเราจะไม่มีการดำเนินโครงการพัฒนาใด ๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น ซึ่งระหว่างนี้การรถไฟยุงเฟรามีแผนที่จะย้ายทางขึ้นสู่กรินเดิลวาลด์ เฟียสต์ จากจุดเดิมมาอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกรินเดิลวาลด์ เพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาร่วมกับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งหมดก็เพื่อให้พื้นที่ที่เราดูแลอยู่ยังคงสวยงามดังเดิม”

ไอเกอร์ เอ็กซเพรส (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
เดินหน้าแนวทางความยั่งยืน
แนวนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของการรถไฟยุงเฟรา ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่กระแสการร่วมกันแก้ปัญหาโลกร้อนตื่นตัว หากแต่เป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่เริ่มต้น หนึ่งในนั้นคือ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่เริ่มจ่ายไฟมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1912

“เรามีโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่สร้างขึ้นตั้งแต่กว่าร้อยปีที่แล้ว เพื่อนำกระแสไฟฟ้ามาใช้กับรถไฟของเรา ซึ่งทุกขบวนใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ไม่มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพราะในช่วงหน้าร้อนเมื่อหิมะที่อยู่บนเขาจำนวนมหาศาลละลายไหลลงมาตามน้ำตก จะไหลผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้าของเรา 2 เครื่องที่อยู่ใต้น้ำ พลังงานไฟฟ้าที่ได้นอกจากจะนำมาใช้กับรถไฟและกระเช้าแล้ว ยังนำไปขายคืนให้กับรัฐ ขณะเดียวกันก็นำมาใช้กับสิ่งสาธารณูปโภคของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ เมื่อถึงฤดูหนาวเราก็จะซื้อไฟฟ้าจากรัฐบาลมาใช้ อีกส่วนก็คือไฟฟ้าที่ได้มาจากโซลาร์ฟาร์มที่เรากำลังขยายการผลิตเพิ่มเติม จากที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว 1 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 แห่ง โดยจะมีแบตเตอรีสำหรับเก็บไฟไว้ใช้ในยามค่ำคืนด้วย”

นอกจากนี้ขบวนรถไฟของยุงเฟรายังมีระบบพิเศษที่เรียกว่า Braking Power Recuperation หรือระบบป้อนพลังงานกลับคืนเมื่อรถไฟวิ่งลงเขา ซึ่งช่วยเปลี่ยนพลังงานจลน์จากการเบรกให้กลายมาเป็นกระแสไฟฟ้าส่งคืนสู่ระบบกริด ช่วยประหยัดพลังงานเสริมควบคู่ไปกับตัวโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลัก ทุกครั้งที่รถไฟเบรกจะมีพลังงานไฟฟ้าที่จะกลับเข้าสู่ระบบ รถไฟที่ลงจากจากยุงเฟรายอค 3 เที่ยว จะนำไฟฟ้ากลับคืนเข้าระบบจนสามารถนำมาใช้กับการรถไฟขาขึ้นได้ 1 เที่ยว

แนวทางความยั่งยืนของการรถไฟยุงเฟรายังรวมไปถึงการจัดการขยะ ซึ่งมีการคัดแยกขยะเพื่อนำทั้งหมดไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ขณะเดียวกันในส่วนของร้านอาหารที่มีอยู่ทุกจุด จะมีระบบการตรวจสอบเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดขยะประเภทเศษอาหารเพิ่มขึ้น หากพบว่าปริมาณอาหารที่เสิร์ฟให้กับนักท่องเที่ยวเหลือ อาหารชนิดนั้นจะถูกนำมาคำนวนปริมาณต่อหนึ่งเสิร์ฟใหม่ เพื่อให้ปริมาณอาหารพอดีกับความต้องการและไม่เหลือทิ้งเป็นขยะ

ยุงเฟรายอค (ภาพจาก www.jungfrau.ch)

ร้านอาหารบนยุงเฟรายอค (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
นำ AI ยกระดับการบริการครบวงจร พร้อมพัฒนาโครงการในอนาคต
ปี 2025 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปยังยุงเฟราราว 80,000 คน เพราะรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันการรถไฟยุงเฟราจึงมีการพัฒนาระบบเข้าสู่ออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่การจองผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ไปจนถึงการนำ AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในการวางแผนการเดินทาง โดยจะออกแบบเส้นทางให้ตามอัตลักษณ์ของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มแต่ละคน เช่น หากชื่นชอบความตื่นเต้นสนุกสนาน ยุงเฟราเฟียสต์ – ท็อปออฟแอดเวนเจอร์ ที่มีกิจกรรมตื่นเต้นมากมายคือคำตอบ สำหรับผู้รักการเดินเขาและกิจกรรมบนภูเขา พื้นที่บริเวณไอเกอร์เกล็ตเชอร์ และไคลเน่ ไชเดกก์ – ท็อปออฟไฮกิ้ง เป็นต้น

สำหรับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของการรถไฟยุงเฟรา ได้แก่ การอัพเกรดหนัง 360 ใหม่ เพื่อให้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของยุงเฟรายอคในอีกบรรยากาศ เพิ่มเติมร้านอาหาร ณ จุดสิ้นสุดของไอเกอร์ เอ็กซเพรส สถานีไอเกอร์เกล็ตเชอร์ ความจุ 400 ที่นั่ง เพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและลดความแออัดของร้านอาหารบนยุงเฟรายอค รวมทั้งโครงการโรงแรมขนาด 200 ห้อง 400 เตียงที่อินเตอร์ลาเคนโอสต์ในปี 2028

“เราพยายามพัฒนาพื้นที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่บนพื้นฐานการไม่ทำร้ายในสิ่งที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่แค่เพราะบริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลก เพราะนับตั้งแต่วันแรกที่เราพบสาวน้อยคนนี้ (ยุงเฟราหมายถึงสาวน้อย) ร้อยปีผ่านไปก็ยังคงเดิม แม้ว่าโลกร้อนจะทำให้น้ำแข็งละลายลดลงหนึ่งเซ็นติเมตรทุกปี แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลพื้นที่ที่อยู่โดยรอบของยุงเฟราและกรินเดิลวาลด์ เพื่อให้ธรรมชาติอันงดงามคงอยู่ตลอดไป”

กรินเดิลวาลด์ (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
"กรินเดิลวาล์ด" เสน่ห์ของหมู่บ้านบนภูเขา
"กรินเดิลวาล์ด" เป็นหมู่บ้านบนภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่เชิงเขาไอเกอร์ ในเขตยุงเฟรา (Jungfrau Region) ของเบอร์นีสโอเบอร์ลันด์ เสน่ห์ดึงดูดของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างทิวทัศน์ภูเขาที่น่าตื่นเต้น การท่องเที่ยวภูเขาที่เดินทางโดยรถไฟและกระเช้าลอยฟ้า และหมู่บ้านที่หล่อหลอมด้วยเกษตรกรรมและการต้อนรับขับสู้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทิวทัศน์ภูเขาสูง ใช้เวลากลางแจ้ง และสัมผัสประเพณีท้องถิ่นได้ในสถานที่เดียว จุดหมายปลายทางแห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

นายบรูโน เฮาสเวิร์ธ ผู้อำนวยการรีสอร์ต Grindelwald Tourismus กล่าวว่า กรินเดิลวาลด์เป็นหมู่บ้านบนภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่เชิงเขาไอเกอร์ ในเขตยุงเฟรา เสน่ห์ดึงดูดของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างทิวทัศน์ภูเขาที่น่าตื่นเต้น การท่องเที่ยวภูเขาที่เดินทางโดยรถไฟและกระเช้าลอยฟ้า และหมู่บ้านที่หล่อหลอมด้วยเกษตรกรรมและการต้อนรับอันอบอุ่น โดยเป็นหนึ่งใน 23 เขตเทศบาลในบริเวณมรดกโลกยูเนสโกเทือกเขาสวิสแอลป์ "ยุงเฟรา-อเล็ตช์" เป็นประตูสู่ยุงเฟรายอค ท็อปออฟยุโรป

กรินเดิลวาลด์ (ภาพจาก www.jungfrau.ch)
“กรินเดิลวาลด์เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เป็นหมู่บ้านเดียวในสวิตเซอร์แลนด์ที่คนในหมู่บ้านมีอาชีพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 2014 สถิติในปี 2025 พบว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงฤดูร้อนจะอยู่ที่ร้อยละ 60 ขณะที่ฤดูหนาวจะอยู่ที่ร้อยละ 40 โดยมีกิจกรรมในหมู่บ้านและบนภูเขาที่สลับสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิ เป็นการเดินเล่นในหมู่บ้านและเส้นทางเดินง่ายๆ ในที่ราบ และเนินทุ่งหญ้าที่กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง โดยยังคงเห็นหิมะอยู่บนยอดเขา ฤดูร้อน เพิ่มเติมด้วยการเดินป่า วิ่งเทรล และปั่นจักรยานเสือภูเขา ฤดูใบไม้ร่วงยังสามารถเดินป่าได้ ส่วนฤดูหนาวการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดคือกิจกรรมหลัก แต่ยังคงมีการเดินบนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นอีกกิจแรรมแอดเวนเจอร์ที่ท้าทายนักเดินทาง”

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรถไฟยุงเฟราที่ https://www.jungfrau.ch/en-gb/

Mr.บรูโน เฮาสเวิร์ธ / Mr.โอลิเวอร์ ฮัมเมล / Mr.สเตฟาน ฟิสเตอร์

#########################################

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline