เช้าวันที่ 24 กันยายน 2569 (เวลาประเทศไทย) ถือเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย เมื่อ “เนเน่ รอยัล” หรือ “น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย” เด็กสาวชาวไทยวัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต สามารถคว้าแชมป์รายการแข่งขันระดับโลก “America’s Got Talent” ซีซั่นที่ 21 หรือ AGT 2026 มาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยคะแนนโหวตท่วมท้นจากผู้ชมทั่วสหรัฐอเมริกา รับเงินรางวัลสูง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 35 ล้านบาท) และสิทธิ์ขึ้นแสดงโชว์เดี่ยวที่ลาสเวกัส
น้องเน่เน่นับเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์จากเวที AGT มาครองได้สำเร็จ ซึ่งทันทีที่รู้ผลลูกสาวแห่งชาติถึงกับฟุบลงไปนอนกับพื้นเวทีประกวดด้วยความดีใจ
นอกจากจะโชว์ความสามารถทางด้านดนตรี ทั้งเล่นกีตาร์-ร้องเพลง จนชนะใจกรรมการและแฟนเพลงผู้โหวตแล้ว น้องเนเน่ยังได้นำ Soft Power ของไทยไปอวดโฉมต่อสายตาชาวโลก นำโดยการ “ไหว้” อันสวยงาม และการนำผ้าไทยไปมิกซ์แอนด์แมตช์ จับคู่กับชุดร็อกเกอร์สาว ตั้งแต่เมื่อครั้งรอบที่ได้ Golden Buzzer ที่นำ "ผ้าปูมมัญจาคีรี" หรือ "ผ้าสมปักปูม" ผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอแบบโบราณ จากอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น มาเป็นผ้าคาดเอวเก๋ ๆ ที่ดูลงตัวและเท่ จนกลายเป็นที่สนใจของผู้ชม
ขณะที่ในรอบชิงชนะเลิศที่น้องเนเน่ เลือกถ่ายทอดบทเพลง Seven Nation Army ของ The White Stripes ซึ่งเป็นดังเพลงชาติแห่งโลกกีฬา งานนี้ลูกสาวแห่งชาตินอกจากจะถ่ายทอดน้ำเสียงอันทรงพลังและการโซโล่กีต้าร์ขั้นเทพแล้ว เนเน่ยังได้สวมผ้าไหมไทยสีแดงเพลิง สวมคลุมชุดร็อกเกอร์สาวสีดำ ดีไซน์เข้ารูปขึ้นไปเฉิดฉายบนเวที ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งเติมเต็มในองค์ประกอบที่ทำให้น้องเนเน่สามารถคว้าแชมป์ AGT 2026 มาครองได้แบบผลโหวตทิ้งคู่แข่งคนอื่น ๆ ขาดลอย
สำหรับผ้าไหมที่น้องเนเน่สวมใส่เล่นในเวทีรอบชิงชนะเลิศเป็น “ผ้าไหมแดงสมเด็จ” จากชุมชนบ้านครัว ซึ่งเป็นแหล่งทอผ้าไหมชั้นเยี่ยมหนึ่งเดียวใจกลางกรุงเทพมหานคร
เฟซบุ๊กของ Tob Wootthinan Nahim ได้โพสต์เรื่องราวความภาคภูมิใจของผ้าไหมแดงสมเด็จ จากชุมชนบ้านครัวมรดกภูมิปัญญาไทยที่น้องเนเน่สวมใส่บนเวที AGT 2026 สะกดสายตาทั้งโลก โดยบางส่วนของข้อความ ระบุว่า
คุณลุงนิพนธ์ มนูทัศน์ หรือลุงอิ๊ฟ เจ้าของร้านผ้าไหมบ้านครัว ชุมชนมุสลิมเชื้อสายแขกจาม ริมคลองแสนแสบ เขตราชเทวี เผยรายละเอียดที่มาของผ้าไหมสีแดง ยอมรับว่า ตกใจหลังผู้สื่ิอข่าวติดต่อมาถามถึงโพสต์เฟซบุ๊กที่น้องเนเน่เขียนอ้างอิงถึงผ้าไหมทอมือที่ชุมชนบ้านครัว ส่วนตัวรู้ข่าวว่าน้องเนเน่ สาวไทยสร้างชื่อให้ประเทศจากความสามารถในเวที AGT 2026 แต่ไม่ทราบว่าชุดผ้าไหมไทยที่สวมใส่มาจากบ้านครัว เพราะวันที่ทีมงานของน้องเนเน่มาติดต่อซื้อผ้าไหม ตนเองติดภารกิจนำผ้าไหมไปงานออกบูธที่พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งอยู่ฝั่งริมคลองตรงข้ามชุมชน กระทั่งได้สอบถามลูกจ้างที่จำหน่ายผ้าไหมแจ้งว่า มีลูกค้าเดินทางมาที่บ้านเป็นลักษณะบ้านไม้ 2 ชั้น ซึ่งชั้นล่างเป็นโรงทอผ้าไหมแห่งเดียวในชุมชนบ้านครัว ซื้อไปประมาณ 5-6 หลา แต่ลูกค้าไม่ได้บอกว่าจะนำไปทำอะไร จนมาทราบข่าวภายหลัง จึงสร้างความภาคภูมิใจมาก
.
ลุงอิ๊ฟ เล่าว่า ครอบครัวทำอาชีพทอผ้าไหมมาตั้งแต่อดีตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และคุณแม่มีความผูกพันกับการทอผ้าไหมเพื่อถวายงานในราชสำนักมาโดยตลอดตั้งแต่ในวังสระปทุม โดยในอดีต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยโปรดให้คุณจิม ทอมป์สัน ตัดและทอผ้าไหมเพื่อถวายสำหรับใช้ในวโรกาสเสด็จประพาสยุโรป
.
ด้วยเหตุนี้ ทางช่างทอมุสลิมเชื้อสายจามที่ชุมชนบ้านครัวจึงได้มีการพัฒนาและทอผ้าออกมาเป็น 2 สีหลัก คือ “สีแดง” และ “สีม่วง” โดยตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ กลายมาเป็นที่มาของชื่อ “แดงสมเด็จ” และ “ม่วงสมเด็จ” ซึ่งมีความพิเศษทั้งในเรื่องของเฉดสีที่ต้องควบคุมสูตรการย้อมอย่างพิถีพิถัน และความหมายอันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับเวทีระดับสากล แม้แต่ "ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก" ก็เคยสวมใส่ชุดผ้าไหมจากบ้านครัว ฝีมือการตัดเย็บและออกแบบโดย "อ.ลำยงค์ บุณยรัตพันธุ์" ขึ้นคว้ารางวัลชุดแต่งกายประจำชาติสวยที่สุดในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 1988 เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 2 ของประเทศไทยและคนที่ 37 ของโลก โดยได้รับตำแหน่งในปี พ.ศ. 2531
.
สำหรับการทอผ้าไหม 1 หลา ผืนนี้ ใช้ภูมิปัญญาการทอโบราณด้วยกี่กระตุก หากเป็นสีพื้นใช้เวลาประมาณ 45 นาทีต่อ 1 หลา หรือเฉลี่ยวันหนึ่งจะได้ประมาณ 6-7 หลา เนื่องจากเป็นงานทอไหมที่มีความละเอียดสูงและต้องอาศัยความประณีตอย่างมาก
.
นี่เป็นความภาคภูมิใจในฐานะช่างทอผ้าไหมไทยรุ่นเก๋า ที่ได้เห็นผ้าไหมทอมือของไทยมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่านี้ และได้ไปปรากฏอยู่บนตัวคนไทยจนสะกดสายตาผู้คนทั่วโลกไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการผ้าไหมไทยในระดับสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป
.
Cr. ต๊อบ วุฒินันท์ นาฮิม
วิทยากรศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว
มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ (สุเหร่ากองอาสาจาม) บ้านครัว
สำหรับ “บ้านครัว” เป็นชุมชนริมคลองแสนแสบที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงของเมืองหลวงในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
บ้านครัว เป็นชุมชนมุสลิมเชื้อสายจามที่อพยพมาจากอาณาจักรจามปา ซึ่งได้เข้าร่วมรบในสมัยสงครามเก้าทัพในนาม กองอาสาจาม จนได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ ๑ และได้ก่อตั้งเป็นชุมชนบ้านครัวขึ้นริมคลองแสนแสบมาเมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว
ชาวมุสลิมเชื้อสายจามแห่งชุมชนบ้านครัว เมื่ออพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในสยามประเทศ ได้นำภูมิปัญญาการทอผ้าไหมจากบ้านเกิด มาผสมผสานกับเส้นไหมไทย จนเกิดเป็นผ้าไหมลวดลายเฉพาะตัวที่งดงาม ซึ่งเดิมทีทอใช้กันภายในครัวเรือนเป็นหลัก แต่ต่อมาก็ได้ทอลวดลายพิเศษเพื่อถวายแก่ราชสำนักสยาม
กระทั่งเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นาย “เจมส์ เอช. ดับเบิลยู. ทอมป์สัน” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “จิม ทอมป์สัน” นักธุรกิจชาวอเมริกันที่ชื่นชอบหลงใหลในผ้าไหม ที่เข้ามาบุกเบิกอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยภายใต้แบรนด์ “จิม ทอมป์สัน” ได้มองเห็นศักยภาพของผ้าไหมบ้านครัว จึงเข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนบ้านครัว และให้ชุมชนบ้านครัวเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมของแบรนด์ จนผ้าไหมไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
ปัจจุบันแม้เวลาจะเปลี่ยนไป ชาวชุมชนบ้านครัวยังรวมตัวกันรักษาภูมิปัญญาผ้าไหมบ้านครัวอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ บางบ้านเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ จัดเวิร์กชอปย้อมไหม ทอผ้า หรือผลิตลวดลายใหม่ให้ร่วมสมัยเพื่อสร้างรายได้เสริม จากผู้สนใจและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมและเลือกซื้อผ้าไหมในชุมชนแห่งนี้อยู่ไม่ได้ขาด
ขณะที่บ้านของลุงนิพนธ์ มนูทัศน์ หรือ ลุงอิ๊ฟ เจ้าของร้านผ้าไหมบ้านครัว ซึ่งผ้าไหมแดงสมเด็จของลุงอิ๊ฟ ได้ถูกทางทีมงานของน้องเนเน่นำไปดีไซน์ใช้สวมใส่บนเวที AGT 2026 รอบชิงแชมป์อวดโฉมต่อสาวตาคนดูทั่วโลกตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นโรงทอผ้าไหมสำคัญหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ของชุมชนบ้านครัว
นอกจากภูมิปัญญาผ้าไหมบ้านครัวอันโดดเด่นแล้ว วันนี้ชุมชนบ้านครัวยังรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างดี หลายบ้านยังคงเป็นเรือนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี มีทั้งเรือนไทยโบราณ และบ้านทรงโคโลเนียลที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบมลายูปัตตานี สะท้อนเอกลักษณ์และความงดงามของชุมชนได้อย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้กรุงเทพมหานครจึงผลักดันชุมชนบ้านครัวให้เป็นหนึ่งใน “ย่านสร้างสรรค์” อันโดดเด่นของเมืองหลวง เพื่อให้ชุมชนมีพื้นที่แสดงอัตลักษณ์ เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว และต่อยอดหัตถกรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักมากขึ้น
วันนี้ชุมชนบ้านครัวนอกจากจะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมชั้นเยี่ยมใจกลางกรุงแล้ว ยังเป็นหนึ่งในย่านสร้างสรรค์สำคัญของเมืองหลวง ที่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ให้ลองไปสัมผัสกับมนต์เสน่ห์อันซีนบางกอกที่แตกต่าง เที่ยวชุมชนเล็ก ๆ น่ารัก ๆ แวะชมโรงทอผ้าไหมเก่า พูดคุยกับช่างทอผ้า ซื้อผ้าไหมแท้ฝีมืองดงามประณีตคุณภาพดีกลับบ้าน ร่วมเวิร์กชอปเล็ก ๆ หรือชิมชอป อาหารท้องถิ่นฝีมือชาวบ้าน ที่ชุมชนบ้านครัวยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอ


