xs
xsm
sm
md
lg

“สวนเทพพนา” ชัยภูมิ แหล่งเที่ยวชม ชิม ช้อป อะโวคาโดคุณภาพเยี่ยม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์บนเนินเขาเขียวขจีของอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นที่ตั้งของ “สวนเทพพนา” สวนอะโวคาโด ผลไม้พื้นเมืองจากทวีปอเมริกาที่เติบโตได้อย่างอุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพในผืนดินถิ่นอีสานของประเทศไทย



“สวนเทพพนา” โดย วิสาหกิจชุมชนบ้านเทพพนา เป็นแหล่งปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮสเม็กซิโก (Hass Mexico) แบบเกษตรอินทรีย์และคาร์บอนต่ำ ที่กลายเป็นทั้งแหล่งผลิตคุณภาพสูงและจุดหมายท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของภาคอีสาน

จุดเริ่มต้นจาก “นายวิเชียร พรมทุ่งค้อ” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา ซึ่งเป็นอดีตนักธุรกิจที่ตัดสินใจผันตัวมาทำเกษตรอย่างจริงจัง เลือกถิ่นฐานที่บ้านเทพพนา เมื่อราวปี พ.ศ. 2562 บนพื้นที่เริ่มต้นราว 30 ไร่ โดยเริ่มปลูกอะโวคาโดสายพันธุ์แฮส ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกทั้งด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส นับเป็นสายพันธุ์ที่ดีต่อสุขภาพ

นายวิเชียร เลือกแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่ฟื้นฟูดินด้วยไบโอชาร์ (ถ่านชีวภาพ) ซึ่งผลิตจากการนำชีวมวล เช่น เศษไม้ ใบไม้ ฟางข้าว หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไปผ่านกระบวนการเผาด้วยความร้อนในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจนหรือมีออกซิเจนจำกัด พร้อมทั้งพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน พลังงานแสงอาทิตย์ และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่นำเศษวัสดุในสวนกลับมาใช้ประโยชน์เกือบทั้งหมด ต้นอะโวคาโดในบ้านเทพพนา จึงเติบโตแบบธรรมชาติ คล้ายต้นไม้ในป่ามากกว่าการปลูกเชิงพาณิชย์ทั่วไป


ต่อมาสวนแห่งนี้ขยายตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา มีการชักชวนเกษตรกรในพื้นที่ปลูกอะโวคาโดร่วมกัน จนเกิดเครือข่ายผู้ปลูกหลายร้อยถึงพันราย และสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนสูงถึงกว่า 60 ล้านบาทต่อปี มีพื้นที่เพาะปลูกอะโวคาโดนับพันไร่ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand จากกรมวิชาการเกษตร


ในด้านการท่องเที่ยว สวนแห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์และเกษตรคาร์บอนต่ำแบบครบวงจร มีอาคารศูนย์เรียนรู้ มีคาเฟ่เล็กๆที่นำอะโวคาโดจากสวนมาปรุงเป็นเมนูเครื่องดื่มและอาหาร ตั้งอยู่บนเนินเขาจุดชมวิวที่มองเห็นแนวเขาเขียวขจีรอบๆได้ไกลสุดสายตา พร้อมอากาศบริสุทธิ์สุดได้เต็มปอด


นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวน เรียนรู้กระบวนการปลูกและดูแลอะโวคาโดแบบอินทรีย์ ทดลองชิมผลผลิตสด หรือนั่งพักผ่อนในบรรยากาศเย็นสบาย โดยสวนและคาเฟ่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-18.00 น. ซึ่งหากใครเดินทางมาในช่วงฤดูฝนกลางปี ก็อยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ ของจังหวัด เช่น ทุ่งดอกกระเจียว สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวต่อเนื่องได้เหมาะ


นอกจากนี้ สวนเทพพนา เพิ่งมีข่าวดีเมื่อได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 15 สถานที่ดูดาวแห่งใหม่ "เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย" ในโครงการ AMAZING DARK SKY IN THAILAND SEASON 5 สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความงดงามสุดอันซีนของฟากฟ้าและธรรมชาติยามราตรี โดยการคัดเลือกจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


สวนเทพพนา โทร. 08-1989-2584
เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/p/สวนเทพพนา-100068849890090