xs
xsm
sm
md
lg

พพ. ผนึก 4 องค์กร ปั้นโรงแรม 5,000 แห่งสู่มาตรฐานท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ นำร่อง 10 จังหวัดลดใช้พลังงานวัดผลเกณฑ์มาตรฐาน Green Hotel–GSTC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พพ.เดินหน้าปั้นโรงแรมต้นแบบ 80 แห่งใน 10 จังหวัด ใช้ข้อมูล EnPI วิเคราะห์ Energy Gap เจาะจุดลดการใช้พลังงาน พร้อมผลักดันโรงแรมกว่า 5,000 แห่งเข้าสู่ระบบ EnPI–CF-Hotels รองรับตลาดนักท่องเที่ยวสายรักษ์โลก “Low Carbon Tourism” พร้อมเปิดทาง Soft Loan–Green Loan–ESCO ช่วยผู้ประกอบการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน เพิ่มขีดแข่งขันธุรกิจท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 – นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมโรงแรมไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของประเทศไทย โดยใช้ “การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน” เป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการท่องเที่ยว 
 
สำหรับความร่วมมือ ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม และที่พัก โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการเก็บข้อมูลวิเคราะห์ต้นทุนและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่แผนการลงทุนปรับปรุงอุปกรณ์และระบบพลังงานที่เหมาะสม ในแต่ละสถานประกอบการ พร้อมมีการประเมินการใช้พลังงานของโรงแรม เพื่อทำดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ( Energy Performance Indicator (EnPI) เพื่อวิเคราะห์ “Energy Gap” ค้นหาจุดที่มีการใช้พลังงานสูงหรือมีโอกาสลดการสูญเสีย ก่อนกำหนดมาตรการปรับปรุงที่สามารถวัดผลการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวนันธิกา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ MOU คือการผลักดันโรงแรมมากกว่า 5,000 แห่ง ให้เข้าร่วมประเมินและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ EnPI และ Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) เพื่อสร้างฐานข้อมูล
ด้านพลังงานและคาร์บอนของภาคการท่องเที่ยว และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ของโรงแรมไทยสู่การเป็นโรงแรมเบอร์ 5 ปัจจุบันแพลตฟอร์ม CF-Hotels สามารถนำมาใช้เป็นฐานในการติดตามและวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของโรงแรมโดยครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง Scope 1, Scope 2 และ Scope 3

ทั้งนี้เพื่อยกระดับโรงแรมเข้าเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ โรงแรมเบอร์ 5, Green Hotel, Green Hotel Plus ไปจนถึงมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล อาทิ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และ Good Travel Seal โดยนำข้อมูลการใช้พลังงานและผลการประเมิน EnPI มาใช้กำหนดแนวทางปรับปรุงอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ ยังได้วางเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก Scope 2 ที่ระดับ 10% และสนับสนุนการใช้ข้อมูลจากระบบ CF-Hotels เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคการท่องเที่ยว

สำหรับการขับเคลื่อนระยะแรก ทั้ง 5 ฝ่ายเตรียมดำเนิน โครงการโรงแรมต้นแบบด้านพลังงาน โดยคัดเลือกโรงแรมระดับ 2–5 ดาวที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ นำร่องจำนวน 80 แห่ง ในปีงบประมาณ 2570 ครอบคลุม
10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดสมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และภูเก็ต

โดยโรงแรมที่เข้าร่วมจะเริ่มจากการประเมิน EnPI และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อค้นหา Energy Gap จากนั้นจึงลงพื้นที่สำรวจและออกแบบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานให้เหมาะกับลักษณะการดำเนินงานของแต่ละโรงแรม โดย พพ.และกฟผ. จะให้การสนับสนุนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถบรรลุผลการประหยัดพลังงานได้จริงพร้อมมีการติดตามและประเมินผลทั้งด้านการใช้พลังงาน ค่าใช้จ่าย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้หลักการ Measurement and Verification (M&V) เพื่อให้สามารถวัดผลลัพธ์ของโครงการได้อย่างชัดเจน


นางสาวนันธิกา กล่าวว่า อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน เนื่องจากการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับปรุงระบบพลังงานจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนดังนั้น
ความร่วมมือครั้งนี้จะสนับสนุนการเข้าถึงกลไกทางการเงิน เช่น Soft Loan และ Green Loan รวมถึงการใช้รูปแบบ บริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) และ Energy Performance Contract (EPC) เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้น
ของผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสให้โรงแรมสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานได้ตามศักยภาพและความพร้อม นางสาวนันธิกา กล่าว


ทั้งนี้ 5 หน่วยงานจะร่วมกันสร้างการรับรู้เรื่อง Low Carbon Tourism ผ่านการประชาสัมพันธ์โรงแรมต้นแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของ
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์ “โรงแรมคาร์บอนต่ำ” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนดังกล่าว เป็นการดึงภาคการท่องเที่ยวที่ต้องเร่งปรับตัว และเป็นส่วนสำคัญของนโยบาย ที่จะมุ่งขับเคลื่อนไทยสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 และเป้าหมาย NDC 3.0 ที่กำหนดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 60% หรือ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) จากปีฐาน 2019

สำหรับกรอบความร่วมมือ 5 ปี ระหว่าง (ปี 2569 2574 )โดยมุ่งบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูล การประเมินประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาโรงแรมต้นแบบ ซึ่งจะมีภาคเอกชนที่มีเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่เหมาะสมกับโรงแรมขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานและการสื่อสารตลาด เพื่อให้การลดต้นทุนพลังงานและลดคาร์บอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว