xs
xsm
sm
md
lg

“ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” รำลึก “อ.ศิลป์ พีระศรี” กับ 5 อนุสาวรีย์แลนด์มาร์กสำคัญสู่จุดมูสุดปัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ปิ่น บุตรี


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (ภาพ : กรมศิลปากร)
พาไปตามรอย “อ.ศิลป์ พีระศรี” กับผลงานสร้างสรรค์ 5 อนุสาวรีย์แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ที่วันนี้ได้กลายเป็น 5 จุดมูสุดปังที่มีคนนิยมไปกราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก

“บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของเมืองไทย”

เป็นฉายาที่กล่าวยกย่องแด่ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” หรือ “อาจารย์ศิลป์ พีระศรี” (อ.ศิลป์ พีระศรี) หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อวงการศิลปะเมืองไทย

อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวอิตาลี มีนามว่า “คอร์ราโด เฟโรชี” (Corrado Feroci) เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 ที่ นครฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เดินทางมารับราชการที่ประเทศไทย ในตําแหน่งช่างปั้นประจำกรมศิลปากร

ในปี พ.ศ. 2476 อาจารย์ศิลป์ ได้ก่อตั้งเป็นโรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากรขึ้น ก่อนจะได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 ถือเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (ภาพจาก : เพจ หอสมุดวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร)
อาจารย์ศิลป์ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 หลังจากนั้นจึงได้มีการจัด “วันศิลป์ พีระศรี” ขึ้น ในวันที่ 15 กันยายนของทุก ๆ ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญแห่งวงการศิลปะของบ้านเรา

สำหรับผลงานประติมากรรม และงานออกแบบจากการสร้างสรรค์ของอาจารย์ศิลป์ในบ้านเรานั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก

เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาหลายสิบปี ผลงานการสร้างสรรค์ของอาจารย์ศิลป์ โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญ และเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จุดถ่ายรูปเช็กอิน รวมไปถึงจุดสักการะขอพรของบรรดา “สายมู” จำนวนมาก

และนี่ก็คือ 5 อนุสาวรีย์ จากผลงานการออกแบบ ปั้น และสร้างสรรค์ ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่วันนี้ได้กลายเป็นจุดมูสุดปังของบ้านเรา

1.พระปฐมบรมราชานุสรณ์


พระปฐมบรมราชานุสรณ์ (ภาพ : วิกิพีเดีย)
พระปฐมบรมราชานุสรณ์ หรือ อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ประดิษฐานอยู่ที่เชิงสะพานพุทธยอดฟ้า (ฝั่งพระนคร)

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง รัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2472 เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี ในปีพ.ศ. 2475 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ปฐมบรมราชานุสรณ์ ออกแบบและอำนวยการสร้างโดย “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” โดยมีศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ปั้นหุ่นพระบรมรูป และส่งไปหล่อที่ยุโรป

หลังจากนั้นเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ รัชกาลที่ ๗ ทรงเปิดผ้าคลุมพระบรมรูปเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475 เมื่อเวลาอุดมมงคลฤกษ์เวลา 8.15 นาฬิกา

ความเชื่อสายมู : ผู้ที่มากราบไหว้ขอพร อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑ มีความเชื่อหลักในการเสริมดวงชะตา เรื่องการงาน การเรียน ความเจริญก้าวหน้า กิจการรุ่งเรือง รวมถึงความมั่นคงในชีวิต

2.อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี


 อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ อนุสาวรีย์ย่าโม
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ อนุสาวรีย์ย่าโม ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองนครราชสีมา หน้าประตูชุมพล ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

อนุสาวรีย์ย่าโม สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท้าวสุรนารี หรือ “ย่าโม” หนึ่งในวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย

อนุสาวรีย์ย่าโม เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2476 โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และ “พระเทวาภินิมมิต” (ฉาย เทียมศิลป์ชัย) ประติมากรพื้นเพคนโคราชชื่อดังในสมัยนั้นร่วมกันออกแบบ ก่อนจะสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2477

ความเชื่อสายมู : นอกจากจะเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนวีรสตรีคนแรกของเมืองไทยแล้ว อนุสาวรีย์ย่าโมยังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราชและภาคอีสานที่คนไทยทั่วประเทศต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพรย่าโมกันไม่ขาด

เชื่อกันว่าย่าโมขอพรได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การงาน ความรัก ขอบุตร ขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ แต่
สิ่งที่ห้ามขอเด็ดขาด คือห้ามขอไม่ให้ติดทหาร เพราะถ้าขอแล้วก็จะได้เป็นทหาร เนื่องจากย่าโมท่านเป็นวีรสตรีนักรบผู้เกรียงไกร

3.พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้า สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้เป็นสมบัติของประชาชนเพื่อจัดงานแสดงสินค้าและเป็นสวนสาธารณะแห่งแรก

อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ ออกแบบและคุมงานโดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2482 สร้างแล้วเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ 2485

ความเชื่อสายมู : ผู้ที่มามูกับพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.๖ ส่วนใหญ่จะขอพรเรื่อง สติปัญญา ความรู้ การศึกษา การสอบแข่งขัน การทำงานราชการ และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เนื่องจากพระองค์ทรงได้รับการยกย่องเป็น “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการศึกษา วรรณกรรม และการปกครอง

4. พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่กลางวงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อชาติไทยและปวงชนชาวไทย

อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินฯ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2497 ออกแบบและปั้นโดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยมี สิทธิเดช แสงหิรัญ, ปกรณ์ เล็กสน และสนั่น ศิลากร เป็นผู้ช่วย

อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินฯ มีขนาดเท่าครึ่งพระองค์จริง หล่อด้วยโลหะรมดำ เป็นพระบรมรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ทรงพระมาลา ประทับบนหลังม้า ได้รับการยกย่องว่าผลงานประติมากรรมชิ้นเยี่ยมยอดที่สุดของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ความเชื่อสายมู : มีความเชื่อกันมาอย่างยาวนานว่า อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินฯ ช่วยเรื่องการปลดหนี้สิน ค้าขายร่ำรวย กิจการรุ่งเรือง มีชัยชนะเหนืออุปสรรค มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และช่วยให้สอบผ่านหรือประสบความสำเร็จในการศึกษา

5.พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรแห่งดอนเจดีย์

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรแห่งดอนเจดีย์
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “อนุสรณ์ดอนเจดีย์” ตั้งอยู่ที่ ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า

อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ องค์เจดีย์ยุทธหัตถี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึก หรือ อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร ดอนเจดีย์ ที่ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

อนุสรณ์ดอนเจดีย์ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองต่อชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรแห่งดอนเจดีย์ เป็นผลงานในช่วงท้ายของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี พ.ศ.2501

หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2502

ความเชื่อสายมู
: ด้วยประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะในการทำศึกยุทธหัตถี ทำให้เชื่อกันว่าผู้ที่มากราบไหว้ขอพร อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรแห่งดอนเจดีย์ จะช่วยให้ ชนะอุปสรรค ช่วยขจัดปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต ช่วยเรื่องหน้าที่การงานหรือการค้าขาย ช่วยให้ชนะคดีความ ทั้งยังช่วยปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเสริมบารมีให้กับตนเองและครอบครัว