xs
xsm
sm
md
lg

“พระพิฆเนศเก่าที่สุดในเมืองไทย” อายุกว่า 1,400 ปี คลาสสิกเข้มขลัง โดนใจสายมู ที่ พช.ปราจีนบุรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ปิ่น บุตรี



“พระพิฆเนศ”, “พระพิฆเนศวร”, “พระคเณศ” และ “พระคณปติ” ต่างก็เป็นนามของพระพิฆเนศ เทพเจ้าสำคัญองค์หนึ่งในศาสนาฮินดูที่คนไทยเคารพบูชากันเป็นจำนวนมาก

สำหรับตำนานกำเนิดพระพิฆเนศนั้นมีที่มาหลายสาย แต่ที่ส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีคือเชื่อว่า พระพิฆเนศเป็นโอรสของ “พระนางปารวดี” หรือ “พระแม่อุมาเทวี” พระมเหสีของพระศิวะ ซึ่งได้เสกบุตรขึ้นมาเพื่อให้ดูแลรับใช้ ในช่วงระหว่างที่พระศิวะเสด็จไปบำเพ็ญสมาธิเป็นเวลานาน

กระทั่งเมื่อพระศิวะเสด็จกลับมายังตำหนัก จึงต้องการจะเข้าไปหาพระแม่อุมาเทวี แต่โอรสผู้นี้ขัดขวางไม่ยอมให้เข้า พระศิวะที่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่านี่คือบุตรที่พระมเหสีเสกขึ้นมาโกรธจัด จึงใช้ตรีศูลตัดเศียรโอรสที่ขัดขวางทิ้งเสีย


พระนางปารวดีเมื่อทราบเรื่องจึงเศร้าเสียใจอย่างมาก พระศิวะจึงสั่งให้บริวารเดินทางไปนำศีรษะของสัตว์ตัวแรกที่พบเจอมาให้พระองค์ เพื่อที่จะต่อเข้ากับร่างของโอรส โดยสัตว์ตัวแรกที่พบเจอก็คือ “ช้าง”

เมื่อพระศิวะต่อเศียรพร้อมคืนชีพให้กับโอรส จึงตั้งพระนามให้ว่า “พระพิฆเนศ” ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มีรูปลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คือ มีกายเป็นมนุษย์แต่มีเศียรเป็นช้าง

พระพิฆเนศถือเป็นเทพแห่งความสำเร็จทั้งปวง ช่วยขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ให้การงานสำเร็จลุล่วง รวมถึงเป็นเทพแห่งปัญญา และศิลปวิทยาการ ซึ่งผู้เรียนด้านศิลปะต่างกราบไหว้เคารพบูชา

(ภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี)
นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าพระพิฆเนศประสูติในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 10 ตามปฏิทินฮินดู ซึ่งทุก ๆ ปีได้มีการจัด “เทศกาลคเณศจตุรถี” ขึ้น (ปีนี้ตรงกับวันที่ 14-25 ก.ย.69) โดยเชื่อกันว่าเป็นวันที่พระพิฆเนศจะเสด็จจากสวรรค์ลงมาประทานพรให้มวลมนุษย์ ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการบูชาองค์พระพิฆเนศเพื่อให้ ชีวิตสมมาดปรารถนา สำเร็จลุล่วง เจริญรุ่งเรือง

สำหรับในบ้านเรามีความเชื่อเรื่องการเคารพบูชาพระพิฆเนศมาช้านาน พร้อมทั้งมีการสร้างรูปเคารพขององค์พระพิฆเนศให้ผู้ที่นับถือกราบสักการะกันนับจากอดีตถึงปัจจุบัน

โดยข้อมูลจากกรมศิลปากร ระบุว่าพระพิฆเนศที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทยเท่าที่พบเจอหลักฐานในปัจจุบัน มีอายุมากถึงกว่า 1,400 ปี


พระพิฆเนศเก่าแก่องค์นี้ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายใน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี” ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ให้ชื่อเรียกขานว่า “พระคเณศ” ที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

พระคเณศ เป็นประติมากรรมแกะสลักหินโบราณขนาดใหญ่ ถูกขุดพบที่โบราณสถานหมายเลข 22 โบราณสถานกลางเมืองศรีมโหสถ ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารรูปสี่เหลี่ยมฐานก่อด้วยศิลาแลง

พระคเณศเป็นศิลปะทวารวดี ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12 หรือเมื่อประมาณกว่า 1,400 ปีที่แล้ว มีความสูง 170 เซนติเมตร อยู่ในท่าประทับนั่งเหนือฐานสี่เหลี่ยม มีร่องรองน้ำสรง เรียกว่า “ฐานโยนิ” หรือ “โยนิโทรณะ”


องค์พระคเณศมีลักษณะทางศิลปกรรมเรียบง่าย ไม่ทรงเครื่องประดับ มี 2 พระหัตถ์ ซึ่งทางกรมศิลปากร ได้จำลองภาพรูปแบบสันนิษฐานว่า พระหัตถ์ซ้ายของพระพิฆเนศองค์นี้กำลังถือปลายงวงอยู่

นอกจากนี้ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ยังได้สร้างประติมากรรมจำลองรูปแบบสันสินฐานองค์สมบูรณ์ของพระคเณศ ทั้งองค์เล็กที่เป็นงานปูนปั้น และองค์ใหญ่ที่เป็นงานโฟมตั้งอยู่ริมสระน้ำ ให้ผู้สนใจได้ชมกัน


สำหรับพระพิฆเนศองค์เก่าแก่นี้ เดิมหลังการขุดค้นพบ ได้ถูกนำไปจัดแสดงและเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ แต่หลังจากที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ได้ปรับปรุงการจัดแสดงแล้วเสร็จ จึงมีการเคลื่อนย้ายองค์พระคเณศกลับคืนสู่ท้องถิ่น

โดยมีการจัดบวงสรวงเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก่อนนำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมจนถึงปัจจุบัน


นอกจากองค์พระคเณศแล้ว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ยังได้รวบรวมโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุจากแหล่งโบราณคดีของภูมิภาคตะวันออกมาจัดแสดง โดยมีไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ

หลุมฝังศพจำลองแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ที่มีโครงกระดูกของ “เจ้าแม่โคกพนมดี” สตรีคนสำคัญ ในชุมชนโคกพนมดีที่มีอายุกว่า 4 พันปีมาแล้ว


เครื่องอุทิศและเครื่องประดับโบราณที่พบจากแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ไม่ว่าจะเป็น ลูกปัดรูปทรงต่าง ๆ กำไล สร้อย ต่างหู และเครื่องประดับศีรษะ ที่ทำจากเปลือกหอย กระดูก งาช้าง และกระดองเต่า

ทับหลังจำหลักหินจากปราสาทขอมโบราณในยุคต่าง ๆ นำโดย ทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และทับหลังวิษณุอนันตศายิน รวมถึงเสาประดับกรอบประตู


แผ่นหินจำหลักภาพพระพุทธรูป ปางตรัสรู้ สมัยทวารวดี แห่งเมืองศรีมโหสถ

ธรรมจักร อุเทสิกเจดีย์ เพื่อเผยแผ่และประดิษฐานพระพุทธศาสนา ศิลปะทวารวดี อายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 12 - ต้นพุทธศตวรรษที่ 13


เครืองปั้นดินเผา ประติมากรรมสิงห์ เครื่องประดับราชยานคานหาม

เสาสลักรูปนางปรัชญาปารมิตา พระพุทธรูปปางมารวิชัย

และเทวรูปโบราณต่าง ๆ นำโดยพระวิษณุจตุรภุช หรือพระนารายณ์สี่กร ที่พบจากการขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข 25 เมืองศรีมโหสถ เป็นศิลปะทวารวดี มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 หรือราว 1,300 ถึง 1,400 ปี มาแล้ว

(ภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี)
นอกจากนี้ยังมี “ครุฑสำริด” อีกหนึ่งโบราณวัตถุล้ำค่า หนึ่งเดียวในเมืองไทย ซึ่งขุดพบเจอที่เมืองโบราณศรีมโหสถ เมื่อปี พ.ศ. 2455 ต่อมาได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้นำไปประดับบนยอดธงชัยเฉลิมพล

หลังย้ายถิ่นไปอยู่ที่อื่นนานกว่า100 ปี วันนี้ทางกรมศิลปากรได้นำครุฑสำริดกลับคืนสู่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงอย่างถาวรที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี โดยมีการเปิดตัวต้อนรับโบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นนี้ในงาน “PRACHINBURI Night at The Museum ปีที่ 4 ตอน คเณศจตุรถี พิพิธทัศนา พญาครุฑาคืนถิ่น” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 ก.ย. 69 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี


นับได้ว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ที่แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก แต่ว่ากลับอัดแน่นไปด้วยสิ่งน่าสนใจ โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุอันทรงคุณค่าของภาคตะวันออก ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์อันโดดเด่นของจังหวัดปราจีนบุรี ที่ผู้มาเมืองนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

###############

“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี” (พช.ปราจีนบุรี) ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เปิดบริการ วันพุธ-อาทิตย์ เวลา ๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์-อังคาร
ค่าเข้าชม ชาวไทย ๓๐ บาท, ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท, พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา, ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปี เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติมโทร : ๐๓๗ ๒๑๑ ๕๘๖