xs
xsm
sm
md
lg

กรมศิลป์พัฒนา “เรือโบราณพนมสุรินทร์” อายุ 1,300 ปี สู่แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การค้าทางทะเล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมศิลปากรเดินหน้าพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ จ.สมุทรสาคร สู่แหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีพื้นที่ชุ่มน้ำและประวัติศาสตร์การพาณิชนาวีข้ามสมุทร ชี้เป็นหลักฐานสำคัญสะท้อนเครือข่ายการค้าระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง อินเดีย และจีน มีอายุราว 1,200–1,300 ปี

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จัดสัมมนาทางวิชาการ “ความก้าวหน้าการดำเนินงานแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์” ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาและความคืบหน้าการดำเนินงาน พร้อมขับเคลื่อนแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีพื้นที่ชุ่มน้ำและประวัติศาสตร์การพาณิชนาวีข้ามสมุทร รวมถึงสนับสนุนจังหวัดสมุทรสาครในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

กรมศิลปากรเริ่มสำรวจและขุดค้นแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ตั้งแต่ปี 2556 หลังพบซากเรือโบราณในบ่อเลี้ยงกุ้ง หมู่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ โดยการค้นพบดังกล่าวถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เนื่องจากซากเรือจมอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำใกล้ชายฝั่ง ทำให้ตะกอนโคลนช่วยรักษาวัตถุหลักฐานจำนวนมากไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ผ่านกาลเวลามานานกว่าหนึ่งพันปี


ผลการศึกษาของกองโบราณคดีใต้น้ำและสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พบว่า เรือโบราณพนมสุรินทร์ต่อขึ้นด้วยเทคนิคการผูกเย็บไม้เปลือกเรือเข้าด้วยกัน หรือ Sewn-plank technique ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมในแถบตะวันออกกลางบริเวณทะเลอาหรับ ขณะที่การกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์จากเชือก เมล็ดพืช และไม้เปลือกเรือ ระบุว่าเรือมีอายุประมาณ 1,200–1,300 ปี หรือราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทวารวดีในช่วงต้นประวัติศาสตร์ของภาคกลางประเทศไทย

หลักฐานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการติดต่อค้าขายทางทะเลระหว่างดินแดนต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลกัน และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดพัฒนาการทางสังคมจากช่วงก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเรือโบราณพนมสุรินทร์มีความสัมพันธ์ในเชิงพื้นที่และประวัติศาสตร์กับเมืองโบราณทวารวดีนครปฐมที่อยู่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ไม้ส่วนต่าง ๆ ของเรือพบทั้งไม้สัก ไม้ตาล ไม้เคี่ยม ไม้เต็ง และไม้ตะเคียนราก ซึ่งเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเรือลำนี้อาจต่อขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในภูมิภาคนี้ โดยใช้เทคนิคการต่อเรือที่ได้รับความนิยมในแถบทะเลอาหรับ


ความโดดเด่นไม่ได้มีเพียงตัวเรือ แต่ยังพบวัตถุหลักฐานภายในเรือและบริเวณโดยรอบอีกหลายพันชิ้น ทั้งสินค้า อาหาร และเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวเรือ อาทิ ภาชนะดินเผาจากตะวันออกกลางอย่างไหทรงตอปิโดที่มีคราบน้ำมันดินอยู่ภายใน หม้อมีสันแบบอินเดีย เครื่องเคลือบจากจีน รวมถึงจารึกอักษรเปอร์เซียและอักษรจีนบนภาชนะดินเผา ซึ่งได้รับการอ่านและแปลแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังพบเมล็ดพืชนานาชนิดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงกระดูกปลา สัตว์บก สัตว์ปีก เขา และงาสัตว์ ตลอดจนประติมากรรมรูปบุคคลขนาดเล็กคล้ายนักบวชนั่งชันเข่า สลักจากเขาหรืองาสัตว์ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นรูปเคารพที่ชาวเรือนำติดตัวมา สะท้อนความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนบนเรือในช่วงเวลาดังกล่าว


สำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 กรมศิลปากรจัดสรรงบประมาณให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์โบราณวัตถุที่ค้นพบ ขณะที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รับผิดชอบการอนุรักษ์โบราณวัตถุจากพื้นที่ชุ่มน้ำตามหลักวิชาการ รวมถึงซ่อมแซมบ่อเดิมสำหรับแช่ไม้ทับกระดูกงูและเสากระโดงเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษ์


ส่วนการดำเนินงานระยะที่ 2 สำนักสถาปัตยกรรมได้รับมอบหมายให้ออกแบบบ่ออนุรักษ์แห่งใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุรักษ์ และรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะที่แผนระยะยาวจะขุดค้นพื้นที่ตัวเรือส่วนที่เหลือทางทิศตะวันตก อนุรักษ์ชิ้นส่วนเรือที่ยังจมอยู่ในน้ำตามหลักวิชาการ และจัดสร้างอาคารจัดแสดงโบราณวัตถุที่ผ่านการอนุรักษ์ เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในอนาคต


นายพนมบุตร กล่าวว่า เรือโบราณพนมสุรินทร์และวัตถุหลักฐานที่ค้นพบมีคุณค่าสูงทั้งในด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและนานาชาติ การดำเนินงานจึงเป็นทั้งความท้าทายด้านการศึกษา การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการแหล่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชน

ทั้งนี้ กรมศิลปากรมุ่งพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้ประชาชนเห็นภาพความเชื่อมโยงของผู้คน สินค้า เทคโนโลยี และวัฒนธรรมจากดินแดนต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายการค้าทางทะเลในอดีต พร้อมต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรสาครอย่างยั่งยืน

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline