หากเอ่ยถึง “เพชรบุรี” หลายคนอาจนึกถึงขนมหวาน เมืองเก่า อาหารอร่อย หรือทะเลชะอำ แต่ใจกลางเมืองแห่งนี้ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นจนเรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กคู่บ้านคู่เมือง นั่นคือ “เขาวัง” หรือ “พระนครคีรี” พระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทย ที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หากยังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในพื้นที่ที่เตรียมผลักดันสู่การเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย
ภูเขาแห่งนี้เดิมชื่อว่า “เขาสมน” ก่อนจะได้รับพระราชทานนามว่า “เขามหาสวรรค์” และ “เขามไหสวรรค์” ส่วนชื่อ “พระนครคีรี” คือพระนามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่พระราชวังแห่งนี้ พระนครคีรีเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2402 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเลือกพื้นที่ยอดเขาทั้งสามยอดเป็นที่ตั้งของพระราชวังและสิ่งก่อสร้างสำคัญ
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ที่นี่ไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมแบบไทย หากยังผสมผสานรูปแบบ นีโอคลาสสิกตะวันตกและศิลปะจีน เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของสยามในช่วงเวลาที่กำลังเปิดรับความรู้และวัฒนธรรมจากโลกภายนอก
การก่อสร้างมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กอง และพระเพชรพิไสย ศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค) เป็นนายงาน ก่อนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2405 จากวันนั้นถึงวันนี้ เวลาผ่านมากว่า 160 ปี แต่พระนครคีรียังคงยืนหยัดอยู่บนยอดเขา ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวของสยามในอดีตผ่านอาคารทุกหลัง กำแพงทุกด้าน และลวดลายทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงปรากฏให้เห็น
เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน สิ่งแรกที่ต้องทำคือค่อยๆ เดินสำรวจ ยอดเขาด้านตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของพระราชวังและหมู่พระที่นั่งต่างๆ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์
พระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุดบนพระนครคีรี เดิมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนาง ก่อนที่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะมีการปรับปรุงเพื่อใช้เป็นที่ประทับและรับรองพระราชอาคันตุกะ
ภายในยังจัดแสดงห้องสำคัญต่างๆ ทั้งห้องเสวย ห้องบรรทม ห้องทรงพระสำราญ และห้องสรง การได้เดินชมพื้นที่เหล่านี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศในพระราชวังเมื่อครั้งอดีต
ไม่ไกลกันคือ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรค์ พระที่นั่งสองชั้นที่มีลักษณะคล้ายเก๋งจีน สร้างต่อเนื่องกับพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และเคยเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี
ส่วนใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรม รับรองว่าจะต้องหยุดมอง พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ซึ่งโดดเด่นด้วยรูปแบบปราสาทจตุรมุขและยอดปรางค์ 5 ยอด ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ภายนอกตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันงดงาม
อีกหนึ่งอาคารที่น่าสนใจคือ พระที่นั่งราชธรรมสภา พระที่นั่งชั้นเดียวที่มีรูปแบบคล้ายเก๋งจีน ผสมรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมแบบกรีก โดยเฉพาะหัวเสาแบบไอโอนิค สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประชุมบรรยายธรรมและประกอบพิธีสงฆ์ในพระราชพิธีต่างๆ
แต่ถ้าถามว่ามาถึงพระนครคีรีแล้วควรไปตรงไหน? หนึ่งในคำตอบที่อยากแนะนำคือ หอชัชวาลเวียงชัย หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หอตะเกียง” อาคารทรงกลมสูงที่มีลักษณะคล้ายกระโจมไฟแห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของพระนครคีรี มีบันไดเวียนทอดขึ้นสู่ด้านบน ซึ่งเมื่อขึ้นไปถึงระเบียงชั้นบนแล้วจะพบกับวิวเมืองเพชรบุรีที่เปิดกว้างออกไปสุดสายตา ลองยืนอยู่ตรงนี้แล้วมองไปรอบๆ จะเห็นทั้งตัวเมือง
ในอดีต หอแห่งนี้ยังมีความสำคัญในยามค่ำคืน เพราะแสงจากโคมไฟภายในโดมสามารถมองเห็นได้ไกลถึงชายทะเล และถูกใช้เป็นจุดสังเกตสำหรับนักเดินเรือที่เดินทางเข้าสู่อ่าวบ้านแหลม เรียกได้ว่าเป็นอาคารที่ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพและความก้าวหน้าของสยามในยุคนั้นอีกด้วย
อีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรเดินผ่านเลยคือ หอพิมานเพชรมเหศวร์ อาคารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเล็กด้านหน้าพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ประกอบด้วยหอ 3 หลัง โดยหอกลางเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และเคยเป็นห้องทรงศีลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ส่วนหอด้านข้างมีหน้าที่แตกต่างกัน ทั้งศาลพระภูมิและพื้นที่สำหรับประโคมสังคีต เมื่อมองรายละเอียดโดยรอบจะพบร่องรอยองค์ประกอบต่างๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิตและพระราชกิจในอดีตได้อย่างน่าสนใจ
จากยอดเขาด้านตะวันตก เดินทางต่อมายัง ยอดกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “พระธาตุจอมเพชร” เจดีย์ทรงระฆังสีขาวที่โดดเด่นอยู่บนยอดเขา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระธาตุองค์นี้ขึ้นทับเจดีย์เดิมสมัยอยุธยา และภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หลังสิ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรีไม่ได้ถูกใช้เป็นที่ประทับอีก ทำให้อาคารต่างๆ ค่อยๆ ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
ต่อมาในปี พ.ศ. 2496 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริให้บูรณปฏิสังขรณ์พระตำหนักต่างๆ กรมศิลปากรจึงเข้าดำเนินการบูรณะ พร้อมนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเครื่องราชูปโภคที่เคยถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่อื่นกลับมาจัดแสดง
กระทั่งวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2522 มีการประกาศจัดตั้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี โดยจัดแสดงเรื่องราวและโบราณวัตถุสำคัญภายในพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรค์ และพื้นที่สำคัญอื่นๆ
ด้วยความสำคัญของพระนครคีรี หรือ เขาวัง วันนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้เดินหน้าผลักดัน “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย โดยระหว่างนี้ทางกรมศิลปากรได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอสู่ บัญชีรายชื่อเบื้องต้น หรือ Tentative List ต่อองค์การยูเนสโก ซึ่งเมื่อผ่านเกณฑ์แล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไปในอนาคต (กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาหลายปี)
สำหรับพระนครคีรี หรือ เขาวัง จึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวคู่เมืองเพชร ที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลาย มีวิวทิวทัศน์สวยงาม แต่ที่นี่คือพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญ และมรดกวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดเพชรบุรีที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาช้านาน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้ายกระดับสู่การเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมต่อไปในอนาคต
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


