สายเที่ยวจดลิสต์เลย แจกพิกัด "12 เส้นทางเที่ยวไทย" จากเหนือจรดใต้ ชวนออกเที่ยวหลากหลายสไตล์ ได้สัมผัสธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนแบบใกล้ชิด
ใครที่กำลังมองหาเส้นทางท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน แต่ก็ไม่อยากไปในเส้นทางซ้ำๆ เดิมๆ ชวนมาสัมผัสกับการเที่ยวเมืองไทยในมุมมองใหม่ เต็มอิ่มทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ธรรมชาติสดชื่น ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงาม วิถีชุมชนอันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงอาหารอร่อยที่หากินได้เฉพาะถิ่นเท่านั้น
ถ้าพร้อมแล้วเตรียมตัวจดลิสต์เก็บไว้เลย กับ "12 เส้นทางเที่ยวไทย" ปักหมุดเที่ยวหลากสไตล์ ไปได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้
สัมผัสเสน่ห์สามแผ่นดิน สามวิถีชาติพันธุ์ จ.เชียงราย
เดินทางมาถึง จ.เชียงราย แล้วมุ่งหน้ามาที่ทาง อ.แม่จัน แวะพักผ่อนให้หลายเมื่อยที่ "ร้านกาแฟพาราโบลา" จิบเครื่องดื่มเย็นๆ กาแฟหอมกรุ่น แล้วออกเดินทางต่อไปยัง "ชุมชนสันทางหลวง" อ.แม่จัน ชุมชนชาติพันธุ์ไทยอง ยังคงวิถีชีวิตของคนยองอยู่ และได้สืบสานประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ เอาไว้ โดยเฉพาะการแต่งกายแบบคนยอง ที่จะใช้ผ้าโพกหัวอันเป็นเอกลักษณ์ หรือจะเป็นการฟ้อนสไตล์ยอง ภาษายอง รวมไปถึงอาหารการกินต่างๆ ด้วย มาที่นี่ต้องชมผ้าปักอันเป็นเอกลักษณ์ของคนยอง ส่วนใหญ่จะเป็นลวดลายที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนบ้านสันทางหลวง อาทิ ลวดลายทุ่งนา นาข้าว รวงข่าว ก้นหอย ทุ่งนา ดอกไม้ใบหญ้าที่งดงามที่เกิดขึ้นบริเวณชุมชนก็จะนำมาปักเป็นสิ่งนั้น หรือตามจินตนาการของเจ้าของผ้าปัก
แวะเที่ยวต่อที่ "เมืองโบราณเชียงแสน" มีซากกำแพงเมืองโบราณยังคงเหลือร่อยรอยให้ลได้ชมกัน เมืองโบราณแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง มีกำแพงเมืองเป็นคูเมือง 3 ด้าน ยกเว้นด้านทิศตะวันออกซึ่งติดแม่น้ำโขง ภายในเขตกำแพงเมืองเก่าประกอบด้วยวัดร้างและโบราณสถานที่สร้างในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-21 หากจะชมโบราณสถานในพื้นที่ อีกทางเลือกหนึ่งคือการนั่งรถรางชมเมืองเก่า
ออกจากเมืองโบราณ มุ่งหน้าไปยัง "สามเหลี่ยมทองคำ" ไปชมวิว 3 แผ่นดิน คือ ไทย พม่า และ ลาว ส่วนจุดใกล้ๆ กันคือ "บ้านฝิ่น" พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่รวบรวมเรื่องราวของฝิ่นในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ
ปิดท้ายวันที่ "ดอยผาหมี" อ.แม่สาย ชุมชนชาวอาข่า จากเดิมในพื้นที่เคยปลูกฝิ่น ปัจจุบันพัฒนามาปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจ จนทำให้ผาหมีกลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเชียงราย รวมถึงเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่ผสานเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวอาข่า กาแฟ และธรรมชาติไว้อย่างลงตัว มาเที่ยวที่นี่ต้องลองพักโฮมสเตย์อาข่า ชิมอาหารท้องถิ่นของชาวอาข่า ชมการแสดงชาติพันธุ์ ยามเช้าตื่นมาด้วยความสดชื่นท่ามกลางธรรมชาติเงียบสงบ วิวภูเขาสวยๆ มาลองทำกาแฟแบบดั้งเดิมของบ้านผาหมี ตั้งแต่ไปชมต้นกาแฟ เก็บเมล็ด คั่ว บด และชงกาแฟหอมกรุ่น
วัฒนธรรมคนย้ายถิ่นริมน้ำโขง วิถีภูมิปัญญาข้ามพรมแดน จ.เชียงราย
เปิดทริปที่ "ชุมชนบ้านศรีดอนชัย" ชุมชนไทลื้อแห่ง อ.เชียงของ ที่อพยพมาจากสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน มีอัตลักษณ์โดดเด่นในด้านภาษาพูด การแต่งกาย วัฒนธรรม ยังคงรักษาภาษาไทลื้อ การแต่งกายด้วยผ้าทอไทลื้อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ดั้งเดิมไว้ ดังสโลแกน “มาศรีดอนชัย เหมือนได้ไปสิบสองปันนา” และมาที่บ้านศรีดอนชัย ก็ต้องชมผ้าทอไทลื้อผืนงามๆ ที่ "บ้านแม่ครูดอกแก้ว" เป็นแหล่งเรียนรู้และจำหน่ายผ้าทอไทลื้อฝีมือ แม่ครูดอกแก้ว ธีระโคตร ผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถกรรมและการย้อมสีธรรมชาติ มาทดลองเย็บย่ามไทลื้อ มีแม่ครูมาสอนให้เองกับมือ แล้วก็จะได้ย่ามสวยๆ กลับไปใช้ที่บ้าน
มาถึงเชียงของ ต้องแวะไหว้พระธาตุริมโขง "พระธาตุดอยแม่ย่าม่อน" อันศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อโบราณว่าที่นี่เป็นทางขึ้น-ลงของพญานาค มายืนบริเวณพระธาตุจะสามารถมองเห็นวิวที่งดงามของแม่น้ำโขงและฝั่งประเทศลาวได้อย่างชัดเจน และอีกหนึ่งวัดศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขงคือ "วัดป่ายางสบยาบ" ที่รู้จักกันในชื่อ วังนาค วัดแสนสวยที่กำลังจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่และจุดเช็คอินยอดนิยมของสายมู
เช้าอีกวัน แวะเช็คอินที่ "ชุมชนท่าขันทอง" อ.เชียงแสน ไปนั่งรถอีแต๊กชมหมู่บ้านริมโขง และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนท่าขันทอง ชุมชนชาวอีสานบนแผ่นดินล้านนา ที่มีการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมอีสานและล้านนา ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีวิถีชีวิตเรียบง่าย และใช้ทั้งภาษาอีสานและภาษาเหนือ ฟังหมอลำ และเป่าแคน มาที่นี่ต้องเรียนรู้กรรมวิธีถักทอผืนผ้าด้วยมือ เยี่ยมชมสวนเกษตรผสมผสาน ลองอบสมุนไพรพื้นบ้าน ล่องเรือตามรอยเมืองโบราณสุวรรณโคมคำในตำนานล้านนา ชมความงดงามของแม่น้ำโขง ปิดท้ายด้วยการชิมเมนูท้องถิ่นอร่อยๆ อย่าง ข้าวแคบ ของกินเล่นพื้นบ้านล้านนา-อีสาน และ ส้มตำตำรับอีสานที่แซ่บถึงใจ
รอยศรัทธาและงานศิลป์ ปล่อยจังหวะชีวิตที่ล้านนาตะวันออก จ.น่าน
ต้อนรับบรรยากาศสบายๆ ของเมืองน่าน ด้วยกาแฟสักแก้ว ณ "เฮือนฮังต่อ" ในบ้านไม้โบราณ ก่อนจะไปลอดท้องพญานาคที่ "วัดภูมินทร์" จุดเช็คอินชื่อดังในเมืองน่าน ไหว้พระพุทธรูป 4 ทิศ ชมจิตรกรรมปู่ม่านย่าม่าน และความงดงามของศิลปะล้านนา
สายๆ แวะไปที่ "ชุมชนบ่อสวก" ชุมชนเล็กๆ ที่เคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ของเมืองน่าน ในชุมชนมีของดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสานไม้ไผ่ ทำโคมมะเต้า การทอผ้าลายโบราณ และยังเป็นจุดพักฮีลใจและกาย มานั่งแช่เท้าด้วยสมุนไพรสูตรขมิ้นและใบเมี่ยง ไปพร้อมๆ กับการฟังสรรพคุณจากภูมิปัญญาท้องถิ่น พักกลางวันต้องชิมอาหารถิ่นโดยฝีมือของเชฟชุมชนบ่อสวก ก่อนจะไปลองทำกิจกรรมมากมายในชุมชน ตกเย็นมาเดินเล่นที่ถนนคนเดินหน้าวัดภูมินทร์ ชิมเมนูอาหารถิ่น ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงล้านนา
เช้าวันถัดมา มาที่ "ชุมชนดอนมูล" จุดบรรจบของลำน้ำสมุน มาบรรจบกับแม่น้ำน่าน ที่ทำให้เกิดเป็นดินดอนปากแม่น้ำที่มีความอุดมสมบรณ์ เป็นแหล่งพืชผักปลอดภัยขนาดใหญ่ แวะทำกิจกรรมอีโคปริ๊นท์ สร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าจากสีธรรมชาติ ทั้งใบไม้ ดอกไม้ และสารพัดสิ่งที่หาได้รอบๆ ตัว ต่อกันที่ "โฮงเจ้าฟองคำ" เรือนล้านนาโบราณ มาฟังเรื่องเล่าของเรือนไม้เก่า และชมวิถีการทอผ้าของชาวบ้าน ชิมอาหารสำรับเจ้า เมนูพิเศษเป็นสำรับเจ้าขนานแม้ที่มาจากหลายคุ้ม แล้วมาฝึกเขียนตั๋วเมืองที่ "บ้านตั๋วเมืองคุ้ม 9" ทดลองเขียนภาษาโบราณ ช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไม่ให้สูญหาย
สุโขทัยรังสรรค์ อัตลักษณ์แห่งศิลปะและศรัทธา จ.สุโขทัย
เที่ยว สุโขทัย ราชธานีเก่า เริ่มต้นกันที่ "อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย" ย้อนรอยอารยธรรมเก่าแก่ผ่านเมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชมจนครบแล้วแวะพักจิบกาแฟกันสักหน่อย ก่อนจะไปต่อกันที่ "ผ้าทอชาววัง" มาสัมผัสเสน่ห์งานทอดผ้าพื้นถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีของชุมชนศรีสัชนาลัย พักกินข้าวกันที่ร้าน "บ้านชมปรางค์" เรือนเก่าบรรยากาศดี ที่สามารถนั่งชมองค์พระปรางค์เก่าแก่ได้ด้วย
ช่วงบ่ายมาทำเวิร์กชอป "แหวนลงยา" ลงมือทำแหวนลงยาศรีสัชนาลัย เป็นงานหัตศิลป์โบราณที่สืบทอดภูมิปัญญาจากช่างทำเงินและช่างทองโบราณ จุดเด่นที่สุดคือการทำลวดลายด้วยมืออย่างประณีต เช่น ลายถัก ลายเครือเถา ลายเม็ดมะยม แล้วนำมาแต่งแต้มสีสันด้วยการลงยา ปิดท้ายวันด้วยการชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ "อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" ดื่มด่ำความงดงามยามเย็นท่ามกลางเมืองโบราณมรดกโลก
เช้าตรู่ตื่นมาตักบาตรสะพานบุญที่ "วัดตระพังทอง" เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล แล้วไปนั่งรถรางชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชมโบราณสถานในจุดต่างๆ จากนั้นไปเดินเล่น "ถนนสังคโลก" ชมหัตถกรรมสังคโลกที่ขึ้นชื่อของเมืองสุโขทัยมาแต่โบราณ และห้ามพลาดเวิร์กชอป เขียนลายสังคโลกบนเสื้อ และ การพิมพ์พระด้วยมือ แบบใช้เทคนิคโบราณ
เสน่ห์สองเมืองเก่า ละเลียดรสท้องถิ่น สัมผัสจังหวะระบำโบราณ จ.กำแพงเพชร
เริ่มต้นทริปด้วยความเป็นสิริมงคล ไปสักการะ "พระบรมธาตุนครชุม" พระบรมธาตุเก่าแก่อายุกว่า 700 ปี ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ก่อนจะไปกราบหลวงพ่ออุโมงค์ ที่ "วัดสว่างอารมณ์" พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะงดงาม เป็นที่พึ่งทางใจของชาวนครชุมและใกล้เคียง มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของความสัตย์ ไหว้พระแล้วเดินต่อไปอีกนิด ชมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์สมัย ร.๕ ที่ "บ้านห้าง ร.๕ (บ้านพะโป้)" บ้านของคหบดีชาวกะเหรี่ยง ซึ่งมีอาชีพค้าไม้บริเวณปากคลองสวนหมากเมืองนครชุมในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นอาคารไม้สัก 2 ชั้น รูปแบบไทยผสมตะวันตก ปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรม ช่วงเย็นๆ เดินเที่ยว ชิม และชอป ที่ "ตลาดย้อนยุคนครชุม" ตลาดย้อนยุคบรรยากาศอบอุ่น เดินดูงานคราฟท์ แวะชิมของอร่อย แวะชอปของฝาก
เช้าอีกวันไปชม "เจดีย์เจ็ดยอด เมืองโบราณไตรตรึงษ์" พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานเมืองไตรตรึงษ์ ตามข้อมูลทางโบราณคดี เมืองนี้มีพัฒนาการต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยทวารวดี สุโขทัย จนถึงอยุธยา มีโบราณสถานสำคัญและมีการพบโบราณวัตถุสำคัญ แล้วอย่าลืมแวะชม "การแสดงระบำ ก.ไก่" เป็นการแสดงพื้นบ้านหายากของชาวชากังราว ณ บ้านวังพระธาตุ ต.ไตรตรึงษ์ ที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานไว้ คอฟฟีเบรกยามบ่ายที่ "อาม่า คาเฟ่" คาเฟ่น่ารักที่เหล่าสายมูห้ามพลาด นอกจากจะมีขนม-เครื่องดื่มแล้ว ที่นี่ก็ยังมีรูปปั้นพญานาครูปแบบต่างๆ ให้มาสักการะด้วย
เลยเหนือเมฆ : จากสันหลังมังกร สู่หมอก 3 แผ่นดิน จ.เลย
ทริปนี้เราจะไปอยู่เหนือเมฆกัน ด้วยการนั่งรถโฟร์วิลจากชุมชนกกสะทอน ขึ้นไปตะลุย "ถนนสันหลังมังกร" หรือ ถนนลอยฟ้า นาสะอุ้ง - ภูทับเบิก ที่ลัดเลาะไปตามเส้นทางบนเขา แล้วแวะที่ "ภูพระ" และอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เป็นพื้นที่ที่รวบรวมองค์พระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 2.5 เมตร สูง 3 เมตร มาบูรณะปฏิสังขรณ์จนองค์พระเป็นสีขาวสว่าง หากมองจากที่ไกลๆ จะเห็นได้เลยว่า องค์พระนั้นโดดเด่นและงดงามมากๆ และมาถึงชุมชนกกสะทอน ต้องไปเรียนรู้การแปรรูปขิง ณ "บ้านขิงรสนิยม" ที่นำขิงคุณภาพดีจากพื้นที่ภูลมโลมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ขิงผสมน้ำผึ้งเข้มข้นและขิงผงสำเร็จรูป มุ่งหน้าไปต่อที่ อ.ด่านซ้าย แวะที่ "วัดเนรมิตวิปัสสนา" วัดที่มีสถาปัตยกรรมงดงามด้วยการก่อสร้างจากศิลาแลง
เช้าตรู่วันถัดมา นั่งรถอีแต๊กขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ "ภูอีเลิศ" ดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้าจนเต็มอิ่ม แล้วลงจากภูมาแวะจิบกาแฟที่ "The Enlighten Coffee" คาเฟ่ที่กาแฟดี และวิวสวยนั่งสบาย
ด่านซ้ายมีประเพณีชื่องดังอย่าง "ผีตาโขน" แต่ถ้าหากว่ามาไม่ทันในช่วงเทศกาล ก็ยังมีกิจกรรมเพินท์หน้ากากผีตาโขน ของชุมชนปากหมัน ให้ได้ลงมือทำกัน และก่อนกลับ แวะสักการะ "พระธาตุศรีสองรัก" สถานที่แห่งสัจจะไมตรีและมิตรภาพไทย-ลาว
พักกาย ฮีลใจ ในอ้อมกอดภูหอ จ.เลย
อีกเส้นทางเที่ยวของ จ.เลย ไปชมวิวสวยๆ ท่ามกลางธรรมชาติ เริ่มจากการไปสักการะรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ ณ "วัดถ้ำผาบิ้ง" อ.วังสะพุง ที่ประทับอยู่บนผนังถ้ำด้านบนเหนือศีรษะ อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ อ.ภูหลวง คือ "พ่อพญาช้าง" หรือพญาช้างในตำนานท้องถิ่นไทย เป็นตัวละครสำคัญจากตำนานพื้นบ้านเรื่อง "พญาช้าง-นางผมหอม" ที่ อ.ภูหลวง ซึ่งผูกโยงกับภูมิประเทศและชื่อสถานที่สำคัญในท้องถิ่น จากนั้นไปเช็คอินที่ "บานาน่าเลย" ฟังเรื่องเล่าของ คน ช้าง ป่า พร้อมผ่อนคลายกับบรรยากาศที่มีภูหอเป็นฉากหลัง และใช้ชีวิตเนิบช้า ต่อด้วยการทำสปาภูหอ และกิจกรรมพิเศษส่องดาวบนดิน (จับปู)
ยามเช้าเดินทางผ่านถนนลอยฟ้า มุ่งหน้าไปยัง "ภูป่าเปาะ" เพื่อชมวิวภูหอในอีกมุมมองหนึ่ง และถ้าหากโชคดีก็อาจจะได้เห็นทะเลหมอกด้วย จากนั้นมาเติมพลังด้วยอาหารเช้าเมนูสุขภาพจากบานาน่าเลย ที่ปรับให้เข้ากับธาตุของผู้กิน อิ่มแล้วมาลงมือทำเวิร์กชอปร่วมกับชุมชน เช่น ทำตุง ทอผ้าฝ้าย และจากภูหลวง เดินทางเข้ามาใน อ.เมือง แวะมาที่ "ชุมชนไร่ม่วง" กินอาหารกลางวันและทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนก่อนจะกลับบ้าน
ดื่มด่ำรสท้องถิ่น รื่นรมย์ศิลป์ถิ่นอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
เที่ยวแบบวันเดย์ทริป ตามหาร่องรอยของเมืองโบราณอู่ทองกันที่ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง" พิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และประวัติศาสตร์ศิลปะ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองโบราณอู่ทองและพื้นที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กระทั่งเข้าสู่วัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในประเทศไทย โดยมีหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม ธรรมจักร แท่น และเสา พบจากการขุดแต่งเจดีย์หมายเลข 11 เมืองโบราณอู่ทอง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการประดิษฐานธรรมจักรที่สมบูรณ์ที่สุดที่พบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
ไหว้ "ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร" ศาลเจ้าจีนที่มีเทวรูปโบราณสมัยทวารวดี เจ้าพ่อพระยาจักร ลักษณะคล้ายรูปพระวิษณุแบบเก่าสวมหมวก เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอู่ทองมาอย่างยาวนาน แวะ "ชุมชนตำลึงหวาน" มาสนุกกับกิจกรรมสร้างสรรค์ จักสานพัด ทำตาลต้านตึง กิจกรรมร้อยลูกปัด และลิ้มรสอาหารท้องถิ่นด้วยชุดเมนูกระด้ง ก่อนจะกลับต้องไปสักการะ "พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ" พระพุทธรูปปางพุทธมารดาขนาดใหญ่ แกะสลักแบบลอยนูนบริเวณหน้าผาหินธรรมชาติ
ดื่มด่ำมหัศจรรย์สายน้ำแห่งบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ
วันเดย์ทริปชิลๆ ณ คุ้งบางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวใกล้กรุง เริ่มจากที่ "สวนสุขภาพคลองลัดโพธิ์" เดินเล่นสบายๆ พร้อมฟังองค์ความรู้เรื่องการจัดการน้ำในพื้นที่ จากนั้นไปเที่ยวแบบสร้างสรรค์ ทำธงตะขาบจิ๋ว พร้อมทดลองใส่ชุดชาวมอญพระประแดง ต่อด้วยการไปชม "พิพิธภัณฑ์วัดบางน้ำผึ้งนอก" รวบรวมโบราณวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนบางกระเจ้าเอาไว้ เที่ยงๆ เริ่มหิวแล้ว ไปเดินหาของอร่อยกินกันที่ "ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง" ชม ชิม ชอป ของกินอร่อยๆ พืชผักผลไม้ และของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน
แวะพักใต้ความร่มรื่นของต้นไม้ ล่องเรือไปชม "อุโมงค์จาก คลองบางกระเบื้อง" ที่ต้นจากจะโน้มกิ่งลงมาหากันจนกลายเป็นอุโมงค์ พร้อมกับจิบน้ำมะพร้าวสดๆ จากสวน แดดร่มลมตก ไปปั่นจักนยานเล่นที่ "สวนศรีนครเขื่อนขันธ์" สัมผัสธรรมชาติสดชื่นรอบๆ ตัว ก่อนจะรอชมพระอาทิตย์ตกริมน้ำยามเย็น ณ ร้านอาหารริมแม่น้ำที่มีให้เลือกหลายร้าน
พัทยาอันปลั๊ก พักกายใจในวิถีชุมชน จ.ชลบุรี
เที่ยวพัทยาในอีกมุม ไปพักใจพักกายในชุมชนตะเคียนเตี้ย แวะไปเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ กับทิวต้นมะพร้าว ณ "สวนฟ้าใสไอโกะ" ลงมือทำผ้ามัดย้อมที่ได้สีจากเปลือกมะพร้าว เล่นดีสกอล์ฟ กีฬาสนุกๆ ในสวนมะพร้าว ก่อนจะมาจิบน้ำมะพร้าวอ่อนให้ชื่นใจ ในชุมชนยังมี "บ้านร้อยเสา" กับกิจกรรมทำกระเป๋าผ้าปังปัง และชิมกาแฟมะพร้าวพร้อมขนมต้มสูตรชุมชน และห้ามพลาดเมนู "แกงไก่กะลา" เมนูท้องถิ่นที่ได้วัตถุดิบจากสวนมะพร้าวรอบบ้าน
จากนั้นไปไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่ "วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร" และอย่าลืมถ่ายรูปสวยๆ กับมุมพระเจดีย์พุทธคยาจำลอง ใกล้ๆ กับวัดคือ "ชุมชนชากแง้ว" มาร่วมทำเวิร์กชอปถ่านดูดกลิ่น ลงมือทำและชิมเมนูยำบุปผา 3 ไข่ และชาวงเย็นๆ ต้องไปเดินเล่นที่ "ตลาดจีนชากแง้ว" เดินเที่ยวในบรรยากาศบ้านเก่าจีนโบราณ แวะทำกิจกรรมวาดหน้ากากจีน ชิมเมนูอร่อยในท้องถิ่น และซื้อของฝากกลับบ้าน
สุดเขตตะวันออก ตามรอยประวัติศาสตร์ ยลวิถีพหุวัฒนธรรมเมืองตราด จ.ตราด
เที่ยวตราดแบบ 3 วัน 2 คืน เริ่มต้นที่ "ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว" ชุมชนริมน้ำ 3 วัฒนธรรม ชิมเมนูท้องถิ่นอร่อยๆ แล้วไปล่องเรือชมป่าโกงกาง เช็คอินถ่ายรูปกับสะพานวัดใจแห่งบ้านน้ำเชี่ยว ทำข้าวเกรียบยาหน้า ของว่างที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว
เช้าวันที่สอง มาย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองตราด ณ "พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด" ที่ตั้งอยู่ในเรือนไม้ปั้นหยา สถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยอาณานิคม ภายในพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องราวเมืองตราดตั้งแต่ยุคโบราณ การพัฒนาเมือง มีผู้คนเข้ามาอาศัย เมืองตราดยุคอาณานิคม มาจนถึงเมืองตราดในปัจจุบัน จากนั้นไปสุดแผ่นดินฝั่งตะวันออกกันที่ "หาดทรายดำ" หนึ่งเดียวในไทย กับกิจกรรมสปาหาดทรายดำที่ช่วยเรื่องบรรทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แวะ "บ้านยายม่อม" ชมวิถีประมงพื้นบ้าน ชิมอาหารว่างสูตรเด็ด เมี่ยงคำไส้แห้ง แล้วแวะไปที่ "อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง" เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่หันพระพักตร์ไปยังบริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง
ยามเย็นนั่งเรือข้ามไปยัง "เกาะช้าง" ใช้เวลาแบบชิลๆ ชมวิวที่ "จุดชมวิวไก่แบ้" ชมวิวทะเลกว้างไกล และพักผ่อนใกล้ชิดกลิ่นอายทะเล เช้าอีกวันเที่ยวเกาะช้างแบบวันเดย์ทริป แวะตามหาดต่างๆ จุดท่องเที่ยวสวยๆ บนเกาะช้าง ชิมอาหารทะเลสดอร่อย ล่องเรือมาดชมป่าชายเล่นที่บ้านสลักคอก ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน แต่ถ้าใครมีเวลาว่างอีกสักวัน แนะนำให้ไปดำน้ำรอบๆ เกาะช้าง
หรอยใจโหม๋เรา อิ่มสุขแบบคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา-พัทลุง
มาเที่ยวสงขลา เริ่มต้นด้วยเส้นทางตามรอยหลวงปู่ทวด ณ "วัดพะโคะ" หรือ วัดพระราชประดิษฐาน เป็นวัดจำพรรษาของสมเด็จพะโคะหรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ก่อนจะเดินทางไปที่ "สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา" เป็นเส้นทางระโนด-ทะเลน้อย ข้ามไปยังจังหวัดพัทลุง ซึ่งบนสะพานที่ข้ามผ่านทะเลน้อยนั้น มีจุดแวะชมวิวสวยๆ ของทะเลน้อย และต้องชม "ควายน้ำทะเลน้อย" เจ้าควายที่ปรับตัวมาออกหากินในน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ส่วนใครที่ชอบหัตถกรรม พลาดไม่ได้กับ "หัตถกรรมกระจูดวรรณี" ชมข้าวของเครื่องใช้สวยๆ ที่ทำจากกระจูด
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น มาล่องเรือใน "ทะเลน้อย" ชมยอยักษ์และวิถีชาวประมง กับแสงแรงของวันที่ค่อยๆ สว่างขึ้นที่คลองปากประ ยามสายไปที่ "วัดเขาอ้อ" ที่โด่งดัง สัมผัสความศรัทธาของชาวพัทลุง เป็นแหล่งวิทยาคมทางไสยศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มาแล้วตั้งแต่สมัยโบราณในแดนใต้ เดินทางต่อมาที่ อ.ปากพะยูน เช็คอินที่ "ชมดาวลานยอ" พักผ่อนชมบรรยากาศชิลๆ ส่วนช่วงพระอาทิตย์ตกก็ชมวิวสวยๆ พร้อมพายคายัค หรือไปเล่นชิงช้ากลางทะเล มื้อค่ำอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่นของ "ชุมชนตำบลเกาะหมาก" ทีเด็ดคือ กุ้งก้ามกรามสามน้ำ เนื้อสดหวาน พร้อมนั่งล้อมวงฟังผู้เฒ่าเล่าเรื่อง
ตื่นเช้ามาในชุมชนตำบลเกาะหมาก ปั่นจักรยานชมวิวไปรอบๆ เช็คอินกับอุโมงค์ต้นยาง และต้นไม้รูปหัวใจ เติมพลังด้วยอาหารเช้าชุมชน ข้าวยำ และขนมพื้นบ้านต่างๆ ก่อนจะกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


