MV เพลง “SaWaDiKa” (เวอร์ชั่นเต็ม) ที่ถูกปล่อยออกมาในในช่วงเช้าของวันที่ 4 กันยายน 2569 (เวลาประเทศไทย) นอกจากจะปังสมการรอคอย ยอดวิวล้านแตกในเวลาไม่นานแล้ว
MV เพลงนี้ของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินสาวชาวไทยชื่อก้องโลก ยังอัดแน่นไปด้วย Soft Power ไทยแบบจัดเต็ม
ไล่ไปตั้งแต่ชื่อเพลงสุดไทย ที่เลือกใช้คำว่า “SaWaDiKa” (สวัสดีค่ะ) คำทักทายเอกลักษณ์ไทยของสุภาพสตรีที่ลิซ่าภูมิใจส่งออกสู่ระดับสากล
ส่วนใน MV เพลง SaWaDiKa ลิซ่าได้หยิบ Soft Powerความเป็นไทย ขนมาแบบจัดเต็ม ทั้งมวยไทย, รถตุ๊กตุ๊ก, ว่าวจุฬา, งานผ้าไทย และลายไทยประยุกต์ เป็นต้น
ขณะที่โปรดักชันและสถานที่ ได้ปักหมุดถ่ายทำในกรุงเทพฯ เนรมิตบรรยากาศเมืองหลวงให้ดูหรูหรา อินเตอร์ และทรงพลัง โดยมีพิกัดของสถานที่เด่น ๆ อาทิ หัวลำโพง (สถานีรถไฟกรุงเทพ), ซอยเฉลิมเขตร์ 1, ถนนรองเมือง, ซอยงามดูพลี
รวมไปถึง “ดิบ บางกอก” ซึ่งนอกจากจะดูสะดุดตาแล้ว ยังสะดุดใจใครหลาย ๆ คน ว่ากรุงเทพฯ มีมุมอันซีนแบบนี้ด้วยหรือ
สำหรับ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 40 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่ก่อตั้งจากเจตนารมณ์ของ “เพชร โอสถานุเคราะห์” นักธุรกิจและนักร้อง-นักดนตรี (ผู้ล่วงลับ) ซึ่งมีอีกหนึ่งบทบาทในฐานะนักสะสมงานศิลปะ
ชื่อ “ดิบ” สะท้อนแนวคิดของความเป็นธรรมชาติและความจริงแท้ ซึ่งปรากฏอยู่ในประสบการณ์ การออกแบบ และกิจกรรมต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์
สถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์ ดิบ บางกอก มาจากอาคารโกดังเก่าที่สร้างขึ้นยุคทศวรรษ 1980 ก่อนได้รับการปรับปรุงและออกแบบใหม่โดย WHY Architecture ที่ร่วมมือกับ บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับนานาชาติของไทย อย่าง สถาปนิก 49 (A49)
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ ดิบ บางกอก ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกรุงเทพฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ “ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์” ประธานผู้ก่อตั้ง ผู้ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากมรดกความฝันของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ผู้เป็นบิดา มาตีความและต่อยอดใหม่ให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน สู่พื้นที่แห่งศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่เปิดกว้างต่อผู้ชมหลากหลายรุ่น และหลากหลายไลฟ์สไตล์
สำหรับใน MV เพลง SaWaDiKa พิพิธภัณฑ์ ดิบ บางกอก ปรากฏอยู่ในหลายฉากสะดุดตา ได้แก่ ฉากอาคารดิบ บางกอก ที่เป็นอาคารสีขาวมีเอกลักษณ์, บริเวณบันไดเดินขึ้นปล่อง Straight Up ผลงานของศิลปิน “เจมส์ เทอร์เรลล์”
พื้นที่จัดแสดงลูกกลม ๆ ขนาดใหญ่ที่เห็นใน MV เพลงนี้ ไม่ใช่ลูกนิมิต แต่เป็นงานศิลปะชื่อ Pars pro Toto ของศิลปิน “อลิเซีย ควาเด” และบริเวณบันไดบนในตำนาน เมื่อเดินขึ้นจะเห็นสเปซวงกลม ซึ่งถือเป็นไฮไลต์และเอกลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์แห่ง Soft Power ไทย ในหลากหลายมิติ ที่ลิซ่าในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ได้คัดสรรมาตีความใหม่ พร้อมกับสอดแทรกเสน่ห์ไทยเหล่านี้เข้าไปในบทเพลงนี้ได้อย่างลงตัว


