ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่มีสัจจะวาจา (ไม่เหมือนใครบางคน) สำหรับ “รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ที่หลังจากลั่นวาจา บนไว้ก่อนแข่งขันเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2569 ว่า ถ้านักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติจีน คว้าแชมป์เอเชีย 2026 และได้ตีตั๋วไปโอลิมปิก 2028 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาไทย “รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น” จะวิ่งแก้บนรอบวัดพระแก้ว 100 รอบ
หลังจากนั้นในวันที่ 3 ก.ย. 2569 รัศมีแขได้โพสต์ภาพเปิดประเดิมภารกิจวิ่งแก้บนวันแรก ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว ว่า “เริ่มครับวันนี้ได้ 3 รอบครับ 🙏🏿🇹🇭❤️”
พร้อมกันนี้รัศมีแข ยังติดแฮชแท็กประจำตัว #วิถีคิงคอง ท่ามกลางแฟนคลับและแฟนวอลเลย์บอลไทยที่เข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจกันอย่างคึกคัก โดยบางคนก็บอกว่าถ้ามีโอกาสจะไปร่วมวิ่งเป็นกำลังใจด้วย
สำหรับเส้นทางในการวิ่งแก้บนแต่ละรอบของรัศมีแข จะต้องวิ่งผ่านกำแพงและ “ประตูชั้นนอก” ของพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ที่มีอยู่ทั้งหมด 12 ประตูด้วยกัน ได้แก่
1.”ประตูวิมานเทเวศร์” (ทิศเหนือ) เป็นประตูสำคัญในยุคนั้น เพราะ (เคย) ใช้เป็นทางอัญเชิญพระราชสาสน์จากประเทศต่าง ๆ แห่เข้ามาทางประตูนี้
2.”ประตูวิเศษไชยศรี” (ทิศเหนือ) เป็นประตูทางเข้า-ออกพระบรมมหาราชวังที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระมหามณเฑียร ส่วนถัดเข้ามาด้านในเป็น “ประตูพิมานไชยศรี” (ประตูชั้นใน) โดยเมื่อมองผ่านประตูนี้เข้าไป จะเห็นพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในมุมที่สวยงามสง่าเป็นอย่างยิ่ง
3.”ประตูมณีนพรัตน์” (ทิศเหนือ) มีชื่อสามัญว่า “ประตูฉนวนวัดพระแก้ว” จะเปิดใช้เมื่อมีการเชิญพระบรมศพออกมาตั้งที่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง โดยใช้เป็นประตูฉนวนให้ฝ่ายในออกไปงานพระเมรุ และจะรื้อฉนวนออกเมื่อเสร็จงานพร้อมทั้งปิดประตูนี้ด้วย ประตูนี้จึงปิดตลอดเวลา ยกเว้นจะเปิดในกรณีพิเศษเท่านั้น
ปัจจุบันบริเวณประตูมณีนพรัตน์มีการสร้าง “อุโมงค์หน้าพระลาน” ซึ่งเป็นทางเดินลอดถนนที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยววัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังศาลหลักเมือง หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ และท้องสนามหลวงได้
4.”ประตูสวัสดิโสภา” (ทิศตะวันออก) มีชื่อสามัญว่า “ประตูทอง” เพราะเป็นทางผ่านสำหรับประชาชนที่จะไปปิดทองคำเปลวบูชาพระแก้วมรกต
5.”ประตูเทวาพิทักษ์” (ทิศตะวันออก) สันนิษฐานว่าเป็นประตูทางเสด็จฯ สู่สวนขวาหรือสวนศิวาลัย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้ทำเป็นประตู 2 ชั้น เมื่อสร้างพระอภิเนาว์นิเวศน์ในบริเวณสวนขวา
6.“ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์” (ทิศตะวันออก) เป็นทางเสด็จฯเข้า-ออก สู่พระราชฐานชั้นใน
7.“ประตูวิจิตรบรรจง” (ทิศใต้) เดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นประตูสำหรับฝ่ายในใช้เข้า-ออก พระราชฐานชั้นใน ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯให้ยกเลิกประตูนี้และกั้นเป็นกำแพงแทน พร้อมให้ย้ายชื่อประตูนี้ไปทางทิศใต้แทน ใช้เป็นประตูที่เชิญพระศพพระบรมวงศ์ออกไปยังที่ไว้พระศพนอกพระบรมมหาราชวัง
8.“ประตูอนงคารักษ์” (ทิศใต้) เดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ใช้เป็นประตูสำหรับฝ่ายในเข้า-ออกเขตพระราชฐาน ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯให้ยกเลิกประตูนี้และกั้นเป็นกำแพงแทน และให้ย้ายชื่อประตูนี้ไปอยู่ทางทิศใต้แทน ใช้เป็นประตูที่เชิญศพคนตายที่ไม่ใช่เจ้านายออกไปนอกพระบรมมหาราชวัง
9.”ประตูพิทักษ์บวร” (ทิศใต้) สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ มีชื่อสามัญว่า “ประตูแดงท้ายสนม” เพราะทาสีแดง ตั้งอยู่ริมตลาดชื่อท้ายสนม
10.”ประตูสุนทรทิศา” (ทิศเหนือ) เดิมเป็นประตูทางด้านทิศใต้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯ ให้ขยายเขตพระบรมมหาราชวัง จึงนำชื่อประตูนี้มาเป็นประตูทางทิศเหนือแทน ปัจจุบันประตูสุนทรทิศาปิดไม่ได้เปิดใช้
11.“ประตูเทวาภิรมย์” (ทิศตะวันตก) มีชื่อสามัญว่า “ประตูท่าขุนนางหน้าโรงทาน” สันนิษฐานว่าประตูนี้เป็นทางเสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าราชวรดิฐ
12.“ประตูอุดมสุดารักษ์” (ทิศตะวันตก” เป็นประตูฉนวนอยู่ตรงกับพระที่นั่งท่าราชวรดิฐ เป็นประตูที่ฝ่ายในใช้เข้า-ออก ติดต่อกับภายนอกในสมัยรัชกาลที่ ๑
นอกจากจะมีความสำคัญและมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันแล้ว ชื่อของประตูชั้นนอกทั้ง 12 ประตู ยังมีความคล้องจองฟังไพเราะเสนาะหู รวมถึงมีความพิเศษตรงที่ เมื่ออ่านย้อนหลังโดยสลับชื่อหน้า-หลัง ก็ยังมีความไพเราะคล้องจองกัน ดังนี้
12.สุดารักษ์-อุดม
11.ภิรมย์-เทวา
10.ทิศา-สุนทร
09.บวร-พิทักษ์
08.คารักษ์-อนง
07.บรรจง-วิจิตร
06.ไชยสิทธิ์-ศักดิ์
05.พิทักษ์-เทวา
04.โสภา-สวัสดิ
03.นพรัตน์-มณี
02.ไชยศรี-วิเศษ
01.เทเวศร์-วิมาน
นอกจาก 12 ประตูชั้นนอกของวัดพระแก้วที่รัศมีแขต้องวิ่งผ่านในแต่ละรอบแล้ว ระยะทางวิ่งรอบวัดพระแก้ว 1 รอบ เท่ากับ 2 กิโลเมตร ถ้า 100 รอบ ก็เท่ากับ 200 กิโลเมตร ซึ่งรัศมีแขได้บอกไว้ก่อนวิ่ง ว่า เธอจะทยอยวิ่งสะสมรอบไปเรื่อย ๆ จนครบ
ส่วนวัน-เวลา ที่วิ่งก็จะเอาตามที่ตัวเองสะดวกและว่างจากงาน ซึ่งอาจใช้เวลาวิ่งแก้บนประมาณ 2 เดือน แต่ในการวิ่งครั้งนี้ มองยังไงก็คุ้มค่า ที่นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทยได้ไปโอลิมปิก


