xs
xsm
sm
md
lg

ไฟเขียว “สงขลา” เดินหน้าสู่มรดกโลก ส่งเอกสารประเมินขั้นต้น 15 ก.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เห็นชอบเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น แหล่งสงขลาและชุมชน ที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา ส่งศูนย์มรดกโลก 15 กันยายนนี้

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบเอกสารนำเสนอต่อศูนย์มรดกโลก 2 เรื่อง ได้แก่


1. เอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ของแหล่งสงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา เพื่อส่งไปยังศูนย์มรดกโลกภายในรอบวันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งคุณค่าความสำคัญที่นำเสนอตามเกณฑ์มรดกโลก 2 ข้อ ได้แก่ เกณฑ์ข้อ (ii) การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมสำคัญ ตามเส้นทางการค้าทางทะเล และเกณฑ์ข้อ (v) การตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่ความสัมพันธ์และพลวัตรระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนริมทะเลสาบน้ำเค็มและน้ำกร่อยชายฝั่ง การตั้งถิ่นฐานของชุมชนริมทะเลสาบสงขลา มีลักษณะทางภูมิทัศน์ที่สวยงามและเป็นระบบนิเวศและสังคมที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลปิดและแหล่งน้ำภายในแผ่นดิน เหมาะสมแก่การค้าทางทะเล ทำให้ชุมชนพัฒนา เป็นศูนย์กลางการค้าและเครือข่ายการเดินเรือที่ทรงอิทธิพล และมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม พื้นที่นำเสนอ 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) เมืองโบราณพังยาง เมืองพะโคะ และเมืองโบราณสีหยัง 2) เมืองโบราณสทิงพระ 3) เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า ณ เขาแดง และ 4) เมืองเก่าสงขลา บ่อยาง


2. รายงานความก้าวหน้าสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกมีมติการประชุมสมัยสามัญฯ ครั้งที่ 47 (พ.ศ. 2568) ขอให้รัฐภาคีประเทศไทยดำเนินการขยายขอบเขตพื้นที่แหล่งมรดกโลกบริเวณเขาคลังนอก และปรับแก้ผังเมืองรวมอำเภอศรีเทพและพัฒนาผังเมืองรวมวิเชียรบุรี เพื่อปกป้องพื้นที่มรดกโลก พื้นที่กันชน และพื้นที่แวดล้อม ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ กรมศิลปากร ได้นำเสนอรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ได้แก่ การเจรจาขอซื้อที่ดินและการเวนคืนที่ดินโบราณสถาน การจัดทำแผนที่พื้นที่แวดล้อม การหารือร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในการกำหนดแนวทางสัมปทานและกิจกรรมปิโตรเลียมในพื้นที่และพื้นที่โดยรอบ รวมทั้งการปรับปรุงผังเมืองรวมอำเภอศรีเทพ เพื่อรายงานถึงศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2569

ซึ่งฝ่ายเลขานุการในคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมจะนำเสนอเอกสารทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนนำส่งศูนย์มรดกโลกตามกำหนดเวลาต่อไป


ที่ประชุมยังพิจารณาทบทวนรายชื่อแหล่งมรดกวัฒนธรรม 9 แหล่ง ที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเคยให้ความเห็นชอบ สำหรับเสนอขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราวเพื่อเตรียมการจัดทำเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ 1) สถาปัตยกรรมสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ 2) ภูมิทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา 3) เส้นทางรถไฟสายมรณะ จังหวัดกาญจนบุรี 4) วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร และเสาชิงช้า 5) วัดราชนัดดารามวรวิหาร และพื้นที่ต่อเนื่อง 6) แหล่งโบราณคดี และแหล่งวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน 7) เส้นทางวัฒนธรรมไชยา นครศรีธรรมราช สทิงพระ ยะรัง ไทรบุรี (เคดาห์) 8) แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสนและสุวรรณโคมคำ (สปป. ลาว) และ 9) พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพในการนำเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป


นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS International) ในการตรวจประเมินแหล่งอนุสรณ์สถานแหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา เมื่อวันที่ 3 - 8 สิงหาคม 2569 โดยได้มีการลงพื้นที่ที่จะนำเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้แก่ คูเมืองกำแพงเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม วัดพระธาตุดอยสุเทพ และวัดเจ็ดยอด และพื้นที่กันชน พร้อมทั้งประชุมร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดทำและนำส่งเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมจากการลงพื้นที่ไปยังองค์กรที่ปรึกษา เพื่อประกอบการพิจารณาขั้นต่อไป


สำหรับความคืบหน้าการปรับปรุงแบบก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา การรถไฟแห่งประเทศไทยได้หารือร่วมกับกรมศิลปากร ในการลดทอนขนาดและความสูงของสถานีรถไฟความเร็วสูง และปรับลดความสูงของทางวิ่ง มีการเว้นระยะห่างจากสถานีอยุธยาเดิมที่เป็นโบราณสถานและกำหนดระยะกันชน ปรับรูปแบบอาคารโดยประยุกต์องค์ประกอบของรูปแบบสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟอยุธยาเดิม พร้อมทั้งมีการเสนอมาตรการลดผลกระทบทางโบราณคดีก่อนและระหว่างการก่อสร้าง โดยจะมีการขุดค้นทางโบราณคดี และการรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องนำส่งแบบก่อสร้างมายังกรมศิลปากรเพื่อพิจารณาการขออนุญาตปลูกสร้างในเขตพื้นที่โบราณสถานด้วย