ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะ “งานศิลปาชีพ” และ “โขนไทย” ซึ่งวันนี้ผู้สนใจสุดยอดงานศิลปะทั้ง 2 ประเภท สามารถเที่ยวชมได้ที่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อีกหนึ่งหมุดหมายสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ ใกล้กรุงฯ ที่อุดมไปด้วยงานศิลปะไทยสุดวิจิตรอันน่าตื่นตาตื่นใจ
ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นี่เป็นแหล่งรวมงานศิลปะไทยใต้พระบารมีสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับไฮไลต์ 3 จุด งามวิจิตร ได้แก่
เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์
“เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” เป็นเรือนยอดทรงไทยล้วน สร้างขึ้นโดยสถาบันสิริกิติ์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์หลายโอกาส
เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ เป็นพระนามพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ ๙ หมายถึง “เรือนยอดที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งใหญ่” โดยสมเด็จพระพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงตัดริบบิ้นเปิดเรือนยอดนี้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559
เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ เป็นเรือนโถงมียอดทรงปราสาท 9 ยอด นับเป็นจำนวนยอดมากที่สุดในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวเรือนยอดสร้างขึ้นด้วยถาวรวัตถุเป็นโลหะผสมเกือบทุกส่วน โดยมีการปิดทองประดับกระจกและตกแต่งด้วยจิตรกรรมในส่วนต่าง ๆ ดูงดงามวิจิตร
เรือนยอดนี้เดิมตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของ “พระที่นั่งอนันตสมาคม” เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้มีการรื้อถอนในปี พ.ศ.2566 เพื่อย้ายไปประดิษฐาน ณ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินแห่งนี้
อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน
อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่อง “โขน” ชั้นเยี่ยมของเมืองไทย ที่มีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราว ความเป็นมาเกี่ยวกับ “โขนพระราชทาน” ใต้พระบารมีสมเด็จพระพันปีหลวง
ภายในอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโขน ไม่ว่าจะเป็น องค์ความรู้เรื่องโขน งานศิลปกรรมและประณีตศิลป์ที่ใช้ประกอบการแสดงโขน อาทิ หัวโขน พัสตราภรณ์หรือเครื่องแต่งกายโขน ถนิมพิมพาภรณ์หรือเครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆ เป็นต้น
นอกจากนี้อาคารแห่งนี้ ยังมีไฮไลต์ห้ามพลาด คือ เครื่องประกอบฉาก และฉากต่าง ๆ ที่ใช้ในการแสดงโขนพระราชทานอันงดงามวิจิตร ผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์ของ อาจารย์ “สุดสาคร ชายเสม” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2566 (ประณีตศิลป์ - เครื่องประกอบฉาก) กับทีมงานและลูกศิษย์
หลายฉากสามารถเคลื่อนไหว ส่องแสง หรือสร้างเซอร์ไพร์สให้กับผู้ชมได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็น
-ฉากหนุมานอมพลับพลา ตอนศึกมัยราพณ์ ที่ปากอนุมานจะเปิดได้ มีแสง สี ควันพวยพุ่งออกมา
-ฉากเรือสำเภาหลวงลงกา เป็นลักษณะของเรือมาร ใบเป็นรูปหน้าอสูรในวงกลม ที่อยู่คู่กับ ฉากนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร ตอนสืบมรรคา
-ฉากหนุมานเนรมิตกาย ตอนสืบมรรคา กับประติมากรรมนูนสูงหนุมานตัวใหญ่ยักษ์อลังการ
และฉากท้องพระโรงกรุงลงกาอันงดงามวิจิตร ที่ใช้ในการแสดงหลายตอน
นอกจากนี้ที่ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ยังมีประติมากรรม “นารายณ์ทรงสุบรรณ” อันสุดวิจิตร ผลงานการสร้างสรรค์ของ อ.สุดสาคร
ภายในอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ยังมีการสาธิตการทำหัวโขน การทำกระดาษข่อย การฝึกซ้อมโขนของเหล่านักแสดง และการแสดงโขนเนื่องในโอกาสพิเศษในเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ เป็นต้น
พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน
“พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน” เป็นพิพิธภัณฑ์ของสถาบันสิริกิติ์ที่จัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นสำคัญที่มีความงดงามทรงคุณค่าอันเป็นศิลปวัตถุของแผ่นดิน จากฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ซึ่งเคยจัดแสดงในนาม นิทรรศการศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ก่อนจะนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน แบ่งส่วนการจัดแสดงเป็น 2 ชั้น แต่ชั้น ชวนตื่นตะลึงด้วยงานศิลป์ชั้นสูงอันสุดวิจิตร สำหรับไฮไลต์ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้แก่
ชั้นล่าง
-“บุษบกจตุรมุขพิมาน” บุษบกอันสุดวิจิตร ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางโถง ราวกับเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่โลกแห่งงานศิลป์ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
- “ห้องปีกแมลงทับ” ผนังทั้งห้องประดับด้วยงานสานย่านลิเภาที่สอดปีกแมลงทับอย่างละเอียดประณีต เมื่อแสงตกกระทบจะเกิดเหลือบสีเขียว–น้ำเงินเปลี่ยนไปตามมุมมองส่วนเพดานประดับโคมไฟระย้ารูปหงส์และพญานาค ตกแต่งด้วยปีกแมลงทับที่ทิ้งตัวตายตามธรรมชาติ สีสันจึงงดงามและคงทนอย่างเป็นธรรมชาติแท้
- “ฉากจำหลักไม้เรื่องสังข์ทอง” งานแกะสลักไม้ขนาดใหญ่อันน่าทึ่งจากการฉลุโปร่งเชื่อมฉากเมืองพระราชวัง และตัวละครจำนวนมากเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมจริง รอบกรอบประดับลายนาคตามนักษัตรปีมะโรง ส่วนฐานแกะเป็นรูปเงาะและรจนา เติมเสน่ห์ให้ผลงานสมบูรณ์ทุกมิติ
- “เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์จำลอง” ตัวเรือถมทองทั้งลำ ศีรษะหงส์ทำจากทองคำสลักดุนลงยาประดับเพชร ตรงกลางมีบุษบกพิมานทองคำลงยา พร้อมฉัตรทอง 7 ชั้น และ 5 ชั้น รายละเอียดทุกส่วนสุดสง่างาม สมเกียรตินาวาสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลก
ชั้น 2
-“บุษบกมาลา” จำลองมาจากพระที่นั่งบุษบกมาลา มหาจักรพรรดิพิมาน โครงสร้างเป็นทองคำประดับเพชรทั้งองค์ ตั้งแต่ยอดพุ่ม เสา หลังคา ม่าน เพดาน ไปจนถึงพื้น ตั้งพานพุ่ม พานลงยาพุ่มดอกไม้เพชรบนฐานสิงห์ถมทอง รายรอบด้วยกระจังปฏิญาณลงยาประกอบเกริน ทั้งซ้ายและขวา และมีฉัตรทองคำประดับเพชร 7 ชั้น อันวิจิตร
-“พระที่นั่งพุดตานถมทอง” องค์จำลองจากวังหน้า ตัวเรือนทำด้วยเงินและถมตะทอง ชั้นล่างตกแต่งด้วยครุฑยุดนาค ชั้นสองรายล้อมด้วยเทพยดาประนมกร และมีราวพนักถมทองซับด้วยปีกแมลงทับ ผสานงานถมตะทองอย่างงดงามทั้งองค์
-“สุพรรณเภตรา” สำเภาถมทองที่สง่างาม ตัวสำเภาเป็นถมทอง เสาคร่ำเงิน–คร่ำทอง ใบสำเภาเป็นทองคำฉลุโปร่ง ประดับพญานาคทองคำสลักดุนประดับเพชรคาบโคมประทีป รายละเอียดทุกส่วนงดงามราวงานในตำนาน
-“ฉากปักไหมน้อย เรื่องอิเหนา” งานปักผ้าด้วยวิธีที่เรียกว่า “ปักซอย” เป็นงานประณีตศิลป์ของไทยแต่โบราณที่มีความละเอียดอ่อน ช่างปักจะบรรจงปักเรียงด้วยเส้นไหมที่ละเอียดที่สุด ไล่ระดับสีและแสงเงาให้เกิดเป็นภาพที่มีมิติงดงาม ฉากปักไหมน้อย เรื่องอิเหนา ให้ความรู้สึกงดงาม อ่อนหวาน และทรงคุณค่า
เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม
เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ภายใต้แนวคิด “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”
ทั้งนี้ ททท. ได้จัดรถ บริการรถรับ–ส่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างพระบรมมหาราชวัง และศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตั้งแต่วันนี้-26 ธันวาคม 2569 โดยให้บริการทุกวันพุธ–อาทิตย์
เที่ยวไปรถออกจาก
บริเวณถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามประตูวิมานเทเวศร์ ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพมหานคร เวลา 11.00 น.
และเดินทางถึงศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ประมาณ 12.30 น.
เที่ยวกลับรถออกจาก
ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด เวลา 15.30 น. และเดินทางถึงจุดส่ง ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อาคาร 4 ประมาณ 16.30–17.00 น.
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด โดยรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามจำนวนที่นั่งของรถในแต่ละรอบ รอบละไม่เกิน 50 ที่นั่ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://artofthekingdomfreebus.com/


