“ยาโยอิ คุซามะ” (Yayoi Kusama) จากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลในโตเกียว ด้วยวัย 97 ปี ซึ่งผู้ใกล้ชิดระบุว่า จากไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นการสูญเสียหนึ่งในศิลปินป๊อบอาร์ตคนสำคัญของโลก ผู้เปลี่ยนจุดสีเล็ก ๆ ให้กลายเป็นผลงานศิลปะ และทำให้เกาะเล็กๆอันห่างไกล เป็นประสบการณ์ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง
ศิลปินผู้ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีลายจุด”
ยาโยอิ คุซามะ เกิดที่เมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนากาโน่ ในครอบครัวที่ค่อนข้างเข้มงวด ตั้งแต่วัยเด็กเธอประสบกับภาพหลอน (hallucination) ที่จุดสีและตาข่ายลอยปกคลุมทุกสิ่งรอบตัว คุซามะเลือกที่จะวาดภาพเหล่านั้นออกมา ศิลปะจึงกลายเป็นทั้งที่พึ่งและเครื่องมือในการเผชิญหน้ากับโลกภายในใจ
ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 ยาโยอิ คุซามะ ย้ายไปนิวยอร์กและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการ avant-garde ว่ากันว่าเธอยังเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้สมัยกับศิลปินระดับโลกอีกคนอย่าง Andy Warhol
ผลงาน “Infinity Nets” ที่ คุซามะ วาดตาข่ายเล็ก ๆ ซ้ำไปซ้ำมาบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ได้รับความสนใจในฐานะงานที่ก้าวล้ำทั้งในแนวคิด Minimalism และ Pop Art พร้อมยังสร้างงาน performance และ installation ที่ท้าทายสังคม - แปลกใหม่ในยุคนั้น
หลังจากกลับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1973 ยาโยอิ คุซามะ เลือกอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช แต่ไม่เคยหยุดสร้างงาน เธอวาดภาพและคิดค้นผลงานใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
“ฟักทองเหลืองบนเกาะนาโอชิมะ”
ผลงานที่ทำให้เกาะเล็กอันห่างไกล กลายเป็นจุดหมายเช็กอินยอดฮิตของนักท่องเที่ยว คือ “ฟักทองเหลืองบนเกาะนาโอชิมะ”
นับเป็นหนึ่งในผลงานที่เชื่อมโยงเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างชัดเจนที่สุด สำหรับประติมากรรมฟักทองเหลือง Yellow Pumpkin ที่ตั้งอยู่ปลายท่าเรือเก่าบนเกาะนาโอชิมะ (Naoshima) ในทะเลเซโตะ จังหวัดคางาวะ
ผลงานชิ้นนี้ถูกติดตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ.1994 ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการศิลปะกลางแจ้งของ Benesse Art Site Naoshima ฟักทองสีเหลืองลายจุดดำขนาดสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลและท้องฟ้า กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาถ่ายรูปด้วยตัวเอง
ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 เธอได้สร้าง Red Pumpkin ขนาดใหญ่ขึ้นที่ท่าเรือมิยาโนอุระ ซึ่งผู้คนสามารถเดินเข้าไปข้างในได้ กลายเป็นจุดต้อนรับแรกของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งขึ้นฝั่ง
แม้ Yellow Pumpkin จะถูกพายุไต้ฝุ่นพัดหายไปไม่กี่ปีก่อน แต่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่และติดตั้งกลับมาด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าเดิม แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของชุมชนและผู้คนต่อผลงานชิ้นนี้
ก่อนที่ศิลปะร่วมสมัยจะเข้ามา นาโอชิมะเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ที่เงียบสงบในทะเลเซโตะ การมาถึงของผลงาน Kusama โดยเฉพาะฟักทองทั้งสองลูก ช่วยผลักดันให้เกาะแห่งนี้กลายเป็น “Art Island” ที่นักท่องเที่ยวศิลปะจากทั่วโลกต้องมาเยือน โดยยังเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และงานศิลปะกลางแจ้งที่กระจายอยู่ทั่วเกาะ รวมถึงผลงานของศิลปินนานาชาติอื่นๆ


