xs
xsm
sm
md
lg

ปักหมุด 10 จุด (ชม) “พิศวง” มหัศจรรย์พืชจิ๋วสุดอันซีนแห่งผืนป่าเมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พืชพิศวง 10 ชนิด
ชวนออกเดินทางตามหา “พิศวง” พืชจิ๋วสุดลึกลับแห่งผืนป่าไทยที่ไร้คลอโรฟิลล์และต้องพึ่งพาเชื้อราในการดำรงชีวิต หลายชนิดหาชมได้ยาก ออกดอกเพียงช่วงสั้น ๆ และพบได้เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น

พิศวงตานกฮูก (ภาพจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง)
โดย “พิศวง” เป็นพืชอาศัยรา จัดอยู่ในกลุ่มพืชกินซาก (Mycotrophic plants) เป็นพืชที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ที่มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์แสง ทำให้ใบต้องเกิดการลดรูปลงมาเหลือเพียงแค่เกล็ดเล็ก ๆ บนก้านและลำต้น ทำให้พืชกลุ่มนี้ไม่สามารถผลิตอาหารได้เอง

พืชกลุ่มนี้จะโผล่ดอกให้เห็นแค่ระยะสั้น ๆ ในช่วงฤดูฝน และเป็นพืชที่พบได้ยาก มีความเชื่อมโยงกับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่า โดยมีข้อมูลว่าทั่วโลกพบเจอพืชพิศวงประมาณ 120 ชนิด สำหรับประเทศไทยสำรวจพบแล้วประมาณ 30 ชนิด ครั้งนี้ขอเสนอ 10 จุด (ชม) “พิศวง” พืชจิ๋วสุดอันซีนแห่งผืนป่าเมืองไทย ให้ได้ไปค้นหากัน

พิศวงตานกฮูก (ภาพจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง)
1. พิศวงตานกฮูก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
“พิศวงตานกฮูก” หรือ “พิศวงไทยทอง” พบได้เฉพาะที่ดอยหัวหมด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก ที่เดียว โดยสามารถชมได้แค่ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน หรือช่วงปลายฝนต้นหนาวเท่านั้น 

พิศวงตานกฮูก (ภาพจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง)
พิศวงตานกฮูก เป็นพืชที่มีระบบนิเวศและการดำรงชีวิตสลับซับซ้อน โดยมีความสัมพันธ์กับเชื้อราในดินอย่างแนบแน่น การได้พบเห็นจึงเป็นเหมือนเครื่องชี้วัดที่ยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์และความสมดุลของระบบนิเวศในป่าแห่งนี้

ข้อมูลและภาพจาก : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง - Umphang Wildlife Sanctuary จ.ตาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก

พิศวงรยางค์ (ภาพจาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง)
2. พิศวงรยางค์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง
“พิศวงรยางค์” หรือ “พิศวงชวา” อัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวในป่าลึก เป็นพืชที่มีขนาดเล็กมาก สูงเพียง 2–8 เซนติเมตร ดอกมีลักษณะคล้ายรูปคนโทหรือโคมไฟสีขาวขุ่นกึ่งโปร่งแสง ปลายกลีบดอกมีเส้นรยางค์ยื่นยาวสีเหลืองสดถึงส้ม ดอกของพิศวงรยางค์มีอายุการผลิบานสั้นมาก ก่อนจะเหี่ยวสลายไปอย่างรวดเร็ว การได้พบเห็นด้วยตาเปล่าจึงต้องอาศัยทั้งโชคและจังหวะเวลาที่พอดี

พิศวงรยางค์ (ภาพจาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง)
​พืชชนิดนี้จะเติบโตได้เฉพาะในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก มีชั้นอินทรียวัตถุทับถมหนาแน่น และปราศจากการรบกวนจากมนุษย์เท่านั้น และเพิ่งมีการค้นพบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาวังพา ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งแรกในบริเวณพื้นที่ป่าแห่งนี้

ที่มาข้อมูลและภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จังหวัดสงขลาและสตูล สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา

พิศวงบุษราคัม (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ)
3. พิศวงบุษราคัม อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
“พิศวงบุษราคัม” พืชมหัศจรรย์ที่ไร้สีเขียว ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้เหมือนต้นไม้ทั่วไป และมีใบลดรูปเป็นเพียงเกล็ดสีขาวขนาดเล็กเท่านั้น

พิศวงบุษราคัม (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ)
​ที่มาของชื่ออันเลอค่า มาจากลักษณะที่โดดเด่นด้วยดอกสีเหลืองสดใส แวววาวสะดุดตา คล้ายคลึงกับสีของ “บุษราคัม” อัญมณีสีเหลืองในตระกูลแซปไฟร์ จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีการค้นพบที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

ที่มาข้อมูล : อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี KhaoKhitchakut National Park จ.จันทบุรี


พิศวงแมงมุม (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น)
4. พิศวงแมงมุม อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
“พิศวงแมงมุม” พืชหายากขนาดจิ๋วที่หน้าตาเหมือนแมงมุมกำลังกางขา ที่จะออกดอกให้ชมเพียงปีละครั้ง ในช่วงต้นถึงกลางฤดูฝน (พฤษภาคม - สิงหาคม) เท่านั้น โดยมักจะชอบซ่อนตัวอยู่ตามซากใบไม้ชื้นๆ ในป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูง 50–250 เมตรจากระดับน้ำทะเล

พิศวงแมงมุม (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น)
พิศวงแมงมุมมักจะหลบซ่อนอยู่ตามพื้นดินบริเวณริมน้ำตกหรือตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งข้อควรระวังในการไปชม ต้องระวังไม่เหยียบย่ำ เพราะพิศวงแมงมุมมีขนาดเล็กมาก และต้องไม่จับต้องหรือเขี่ยเล่น เนื่องจากมีความบอบบางมากเช่นกัน

ที่มาข้อมูล : อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น, จันทบุรี จ.จันทบุรี

พิศวงตาปีศาจ (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า)
5. พิศวงตาปีศาจ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
“พิศวงตาปีศาจ” พืชหน้าตาสุดแปลกคล้ายคนกำลังจ้องมอง สามารถพบได้ในพื้นที่ที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ ซึ่งมักพบอยู่ในบริเวณพื้นป่าที่มีซากกิ่งไม้ ใบไม้ ทับถมใต้ร่มเงาของป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ เช่น บริเวณใกล้น้ำตก ลำธาร ที่มีระดับความสูง 1200-1,300 เมตร

มีลักษณะดอกสีขาว แต้มเว้าด้วยสีดำคล้ายหน้ากากกำลังจ้องมอง แต่ก็ไม่อาจทำให้โดดเด่นพอที่จะสามารถพบเห็นได้ง่ายๆ ด้วยลักษณะดอกที่มีขนาดเล็กมาก

พิศวงตาปีศาจ (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า)
จากการสำรวจของนักวิจัย พบว่า พิศวงตาปีศาจ ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าอนุรักษ์เพียง 2 แห่ง คือที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก และอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย จังหวัดเลย หรืออาจพบได้ในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีสภาพภูมิอากาศและพืชพรรณที่คล้ายคลึงกัน ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย มักออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ของทุกปี สำหรับพิศวงตาปีศาจ ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติในปี พ.ศ 2561- 2563

ภาพ : นายศราวุฒิ ทองเมือง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ข้อมูล : สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช , สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่11


พิศวงเหลืองเบตง (ภาพจาก PR กรมอุทยานแห่งชาติฯ)
6. พิศวงเหลืองเบตง
“พิศวงเหลืองเบตง” หรือฉายา “ดาวน้อยประดับพื้นป่าชื้นใต้” ลำต้นมีสีน้ำตาลอ่อนแกมขาว ดูโปร่งแสง และมีใบที่ลดรูปจนดูคล้ายเกล็ดเล็กๆ เท่านั้น ดอกออกเดี่ยวเป็นสีเหลืองแกมขาว โคนดอกเชื่อมกันเป็นรูปคนโทคล้ายโคมไฟจิ๋ว ส่วนปลายแยกออกเป็น 6 แฉก มีเส้นรยางค์ยื่นยาวออกมาและมีปลายบานออกคล้ายรูปกระบอง ที่สำคัญคือมี “วงแหวนสีเหลือง” โดดเด่นอยู่ตรงกลางดอก ส่วนผลจะเป็นผลสดรูปถ้วยสีขาวแกมน้ำตาล

พิศวงเหลืองเบตง (ภาพจาก PR กรมอุทยานแห่งชาติฯ)
โดยพิศวงเหลืองเบตงพบได้ที่ภาคใต้ในช่วงเดือนเมษายน - กรกฎาคเท่านั้น ถือเป็น “พืชถิ่นเดียวของไทย” ไม่มีที่ไหนในโลกอีกแล้ว มักจะชอบแอบซ่อนตัวอยู่ตามพื้นที่ชื้น ร่มเงาจัด และมีเศษใบไม้ทับถมกันหนาแน่นในป่าดิบชื้น หรือป่าดิบเขาต่ำที่ความสูงประมาณ 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

​ข้อมูลจาก : หอพรรณไม้ Forest Herbarium - BKF กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

พิศวงสีส้ม (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติศรีพังงา)
7. พิศวงสีส้ม อุทยานแห่งชาติศรีพังงา
“พิศวงสีส้ม” มีลำต้นมีขนาดเล็ก และดอกมีหลอดกลีบสีเหลืองอมส้ม คล้ายรูปถ้วย ถูกพบบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติสู่น้ำตกโตนเด้ง ในอุทยานแห่งชาติศรีพังงา จังหวัดพังงา ซึ่งจะออกดอกในช่วงเดือน มิถุนายน - สิงหาคม ของทุกปี

พิศวงสีส้ม (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติศรีพังงา)
โดยในการท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าชม และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการลานจอดรถก่อนเข้าชม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ที่มา : อุทยานแห่งชาติศรีพังงา-Si Phang Nga National Park จังหวัดพังงา

พิศวงดอกดำ (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่)
8. พิศวงดอกดำ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่
“พิศวงดอกดำ” ถูกพบครั้งแรกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ และได้รับการแสดงเป็นสายพันธุ์ใหม่ จากอุทยานแห่งชาติศรีพังงา เมื่อปี 2558

พิศวงดอกดำ (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่)
เป็นพืชขนาดเล็กมาก ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่ง สีขาว ใบลดรูปเหลือเป็นเกล็ดเล็ก ๆ รูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ เรียงแนบไปกับลำต้น ส่วนดอกเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุด มีรูปร่างคล้ายถ้วยหรือโคมเล็ก ๆ อยู่บริเวณปลายก้าน และมีโครงสร้างส่วนยอดที่มีลักษณะคล้ายหมวกหรือโดม สามารถหาชมได้ในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความชื้นในผืนป่าสูง

ที่มา : อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ Khaolak-Lamru National Park และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช)

พิศวงขาว (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง)
9. พิศวงขาว อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง
“พิศวงขาว” มีจุดเด่นคือดอกสีขาวนวล งดงามแปลกตา แตกต่างจากสายพันธุ์ที่พบทั่วไปซึ่งมักมีสีแดงหรือเหลือง พิศวงขาวปรากฏตัวเฉพาะในพื้นที่ป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น

พิศวงขาว (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง)
โดยพิศวงขาวถูกพบในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ช่วงที่เหมาะสมที่สามารถพบพิศวงขาว คือในช่วงฤดูฝน-ฤดูหนาว โดยแนะนำให้เดินป่าพร้อมเจ้าหน้าที่หรือไกด์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ที่มา : อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง Khao Lampi-Hat Thai Mueang NP จังหวัดพังงา

พิศวงเขาใหญ่ (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)
10. พิศวงเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
“พิศวงเขาใหญ่” เป็นพืชที่พบได้ค่อนข้างยาก มีดอกที่ค่อนข้างเล็กอาจสังเกตได้ยาก มักจะผลิดอก ให้ได้ยลโฉมกันในช่วงฤดูฝนเท่านั้น พบขึ้นอยู่ริมลำธารที่มีธาตุอาหารค่อนข้างสมบูรณ์

ความโดดเด่นของ “พิศวงเขาใหญ่” จากลักษณะดอกที่มีสีดำแกมฟ้า รูปร่างคล้ายคนโท มีก้านดอกสีขาวถึงใส เมื่อแสงสว่างส่องลอดผ่าน จึงคล้ายลักษณะแสงไฟสะท้อนเรืองแสงอยู่ภายในก้านดอก ชูช่อดอกโดดเด่นอยู่ท่ามกลางผืนป่ามรดกโลกเพียงแห่งเดียวที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เท่านั้น โดยมีรายงานการพบ ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2506

ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

พิศวงเขาใหญ่ (ภาพจาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline