หากอยากออกไปเที่ยวในมุมที่แตกต่างของกรุงเทพฯ ลองปักหมุดมายังพื้นที่กรมศิลปากร แล้วใช้เวลาค่อยๆ เดินชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์” และ “หอประติมากรรมต้นแบบ” สองสถานที่ที่เปรียบเสมือนห้องเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปิน ผลงาน และเบื้องหลังการสร้างสรรค์ศิลปะสำคัญของชาติ ที่เปิดให้เข้าชมในวาระพิเศษ ถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้บุกเบิกการศึกษาศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย รวมถึงผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2527 ก่อนจะได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2530 และอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรมาจนถึงปัจจุบัน
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นห้องจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ของศิลปินและลูกศิษย์คนสำคัญของศาสตราจารย์ศิลป์ อาทิ เฟื้อ หริพิทักษ์ ประยูร อุลุชาฎะ ชลูด นิ่มเสมอ เขียน ยิ้มศิริ สวัสดิ์ ตันติสุข และทวี นันทขว้าง ผลงานเหล่านี้สะท้อนช่วงเริ่มต้นของศิลปะร่วมสมัยไทย และแนวทางการศึกษาศิลปะตามหลักวิชาการที่ศิลป์ พีระศรี วางรากฐานไว้
ส่วนห้องชั้นในให้ความรู้สึกคล้ายกำลังเดินเข้าไปในโลกส่วนตัวของศิลปิน เพราะจัดแสดงโต๊ะทำงาน เก้าอี้ เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องมือปั้น และของใช้ส่วนตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ โดยจำลองบรรยากาศการทำงานในอดีตเอาไว้ พร้อมจัดแสดงแบบร่างและต้นแบบประติมากรรมสำคัญ อาทิ แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 พระศรีศากยทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑล และต้นแบบพระเศียรรัชกาลที่ 8
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือหนังสือหายากที่ศาสตราจารย์ศิลป์ใช้ค้นคว้าเกี่ยวกับศิลปะตะวันตก เพราะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ไม่ได้มีเพียงพรสวรรค์ แต่ยังประกอบด้วยการศึกษา การค้นคว้า และการสั่งสมประสบการณ์อย่างจริงจัง
จากนั้นลองเดินทางต่อไปยัง “หอประติมากรรมต้นแบบ (Hall of Sculpture)” อาคารประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “โรงปั้นหล่อ” สถานที่ปฏิบัติงานด้านการปั้น การหล่อ และการหลอมโลหะของกรมศิลปากร อาคารสองชั้นทรงสูงติดกระจกแห่งนี้ถูกออกแบบให้ได้รับแสงสว่างและช่วยระบายความร้อน เพื่อเอื้อต่อการทำงานของช่างและประติมากร
โรงปั้นหล่อแห่งนี้เริ่มใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2499 ก่อนจะย้ายไปยังอาคารแห่งใหม่บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 ในปี พ.ศ. 2530 จากนั้นอาคารเดิมได้รับการปรับปรุงและพัฒนาเป็นหอประติมากรรมต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งเก็บรักษาองค์ความรู้และจัดแสดงผลงานต้นแบบทางประติมากรรมของศิลปินชั้นครู
ไฮไลต์สำคัญคือการได้ชม “ต้นแบบ” ของประติมากรรมและอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย อาทิ พระศรีศากยะทศพลญาณ ต้นแบบพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นคือ “ท้าวสุรนารี” อนุสาวรีย์คู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นประติมากร การได้เห็นต้นแบบในพื้นที่จัดแสดง จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เราได้ย้อนกลับไปมองอนุสาวรีย์ที่คุ้นเคยในฐานะผลงานศิลปะที่ผ่านกระบวนการคิด ปั้น และสร้างสรรค์มาอย่างประณีต
การมาเยือนสองสถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ผ่านโต๊ะทำงาน เครื่องมือ หนังสือ และต้นแบบประติมากรรมที่ครั้งหนึ่งอยู่ในมือของศิลปิน ก่อนจะกลายเป็นผลงานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรหาเวลาไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เป็นหนึ่งสถานที่ในเส้นทางเส้นทางท่องเที่ยวทางมรดกวัฒนธรรม "รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์" จัดขึ้นโดยกรมศิลปากร ซึ่งเปิดให้เข้าชม วันพุธ-อาทิตย์ (ปิดวันจัทร์-อังคาร) ตั้งแต่วันนี้ - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


