กรมศิลป์ ชวนชมนิทรรศการพิเศษ “เรื่อง ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี” ตั้งแต่วันที่ 24-28 ส.ค. 69 ณ พระตำหนักสันถาคารสถาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี (เขาวัง) จ.เพชรบุรี งานนี้มีไฮไลต์คือโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่จะนำมาจัดแสดงให้ชมครั้งแรกในเมืองไทย
สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เชิญชวนผู้สนใจเที่ยวชม นิทรรศการพิเศษ “เรื่อง ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 - 15.30 น. ณ พระตำหนักสันถาคารสถาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี (เขาวัง) จ.เพชรบุรี
นิทรรศการนี้ มีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง และไฮไลต์การจัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบจากดอนยายทอง ได้แก่ เครื่องประดับทองคำ ลูกปัด กลองมโหระทึก ภาชนะดินเผา/สำริด
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม สาธิตการปฏิบัติงานอนุรักษ์โบราณวัตถุ โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
นิทรรศการพิเศษ “ดอนยายทอง : ปฐมบทอารยธรรมเมืองเพชรบุรี” มีพิธีเปิดในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 10.00 น. โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
หลังจากนั้น ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2569
สำหรับ “ดอนยายทอง”เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของเมืองไทย ตั้งอยู่ที่ บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เริ่มต้นจากการค้นพบ “กลองมโหระทึก” อายุราว 1,500–2,000 ปี ในพื้นที่นาของชาวบ้าน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้าดำเนินการศึกษาทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ผลการขุดค้นจากหลุมขนาด 4 x 6 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการโบราณคดี เมื่อพบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกถึง 6 ใบ โครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุประมาณ 1,500–2,000 ปี โครงกระดูกเด็ก พร้อมเครื่องประดับโบราณจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ กำไลทองคำ และโบราณวัตถุอีกหลายรายการ
นอกจากกลองมโหระทึกแล้ว สิ่งที่สร้างความสนใจไม่แพ้กันคือการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์พร้อมเครื่องประดับทองคำ โดยเฉพาะโครงกระดูกหมายเลข 1 ที่พบกำไล แหวน และต่างหูทองคำจำนวนมาก นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจเป็นบุคคลชั้นสูงของชุมชน และเครื่องประดับบางชิ้นอาจมีต้นกำเนิดจากอินเดีย สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศในอดีต
ยิ่งไปกว่านั้น โครงกระดูกทุกโครงยังมีแผ่นโลหะสำริดปิดบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นรูปแบบพิธีกรรมที่พบได้ยากในประเทศไทย อีกทั้งยังพบร่องรอยการมัดศพและการวางศีรษะหันไปในทิศตะวันออกเฉียงเหนือในทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงพิธีกรรมการฝังศพที่มีแบบแผนและความเชื่อที่ซับซ้อนของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย


