สุดปัง! "4 ชุมชนท่องเที่ยวไทย" ผงาดคว้ารางวัล PATA Gold Awards 2026 รางวัลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับนานาชาติ ได้แก่ ตลาดจีนโบราณชากแง้ว เมืองพัทยา, เมืองเก่าน่าน จ.น่าน, ชุมชนผาหมี จ.เชียงราย และ คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ
เมื่อช่วงวันที่ 18-20 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงาน PATA Travel Mart 2026 จัดโดยสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ เมืองกูชิง รัฐซาราวัก สหพันธรัฐมาเลเซีย ซึ่งภายในงานนี้ มีการมอบรางวัล PATA Gold Awards 2026 ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มอบให้แก่ผลงานที่โดดเด่นด้านการตลาด การสื่อสาร การพัฒนาการท่องเที่ยว และยังมีรางวัลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนด้วย
และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่มี 4 ชุมชนท่องเที่ยวจากประเทศไทย ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainability & Social Responsibility) ได้แก่
1. ประเภทการริเริ่มด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage Preservation Initiative) ในผลงาน “ตลาดจีนโบราณชากแง้ว: การพลิกฟื้นชุมชนโบราณสู่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ (Chak Ngaew Ancient Chinese Market: Revitalizing a Historic Community into a New Cultural Tourism Attraction)” ในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง
"ตลาดจีนโบราณชากแง้ว" เป็นตลาดจีนโบราณอายุมากกว่า 100 ปี อยู่ในบ้านชากแง้วชุมชนไทยเชื้อสายจีน (แต้จิ๋ว) ที่อพยพมาจากมณฑลกวางตุ้ง คำว่า ชาก เป็นภาษาพื้นบ้านทางภาคตะวันออก หมายถึง ป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ มีหนองและลำคลองขนาดเล็กอยู่ภายในชุมชน จึงเรียกว่า "หนองชากแง้ว" ส่วนคำว่า แง้ว อาจมาจากต้นงิ้ว ที่คนจีนจะออกเสียงว่า ชั่งงิ้ว หรือ ชะแง้ว และเพี้ยนเป็นคำว่า ชากแง้ว หรือ ซากแง้ว ในปัจจุบัน หรือคำว่า แง้ว อาจมาจากต้นมะแงว หมักแงว (คอแลน) หมายถึง ลิ้นจี่ป่า เป็นไม้ยืนต้นที่พบมากในภาคตะวันออก ผลมีสีแดงหรือน้ำตาลแดง รสหวานอมเปรี้ยว
ปัจจุบันชุมชนจีนโบราณชากแง้วได้ก่อตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านชากแง้วขึ้น เพื่อผลักดันและฟื้นฟูให้เป็นถนนสายวัฒนธรรมไทย-จีนโบราณ จุดเด่นของที่นี่คือบ้านเรือนและวิถีชีวิตแบบจีนโบราณที่หลงเหลืออยู่ โดยภายในชุมชนจะยังคงเห็นสภาพห้องแถวไม้ที่ปลูกเรียงรายเป็นทางยาวไปตลอดแนวถนน กว่า 300 หลังคาเรือน แม้จะมีบางหลังที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังเหมือนได้ย้อนยุคไปหลายสิบปี
2. ประเภทการริเริ่มด้านการปฏิบัติการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ระดับแหล่งท่องเที่ยว) (Climate Action Initiative (Destination)) ในผลงาน “น่านสีเขียว: กระบวนการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับเมืองเก่าน่านไปสู่แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Nan's Green Heart: Harmonizing Green Hospitality to Elevate the Living Old City toward a Low-Carbon Destination)” ในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
"น่าน เมืองเก่าที่มีชีวิต" ภาพของความเป็นเมืองโบราณ มีโบราณวัตถุ โบราณสถาน วัดวาอาราม พระราชวัง ซึ่งเมืองเก่าในสถานที่อื่นๆ ไม่ว่า สุโขทัย หรืออยุธยา ล้วนเป็นเมืองเก่าที่สะท้อนภาพในอดีตของเมืองแห่งนั้น ซึ่งเป็นภาพการใช้ชีวิตความเป็นของคนในอดีต แต่สำหรับที่น่าน ยังคงความเป็นเมืองที่มีผู้คนพักอาศัย มีการใช้ชีวิตเฉกเช่นเดียวกับในอดีต เห็นได้จากวัดวาอารามที่มีอายุกว่า 100 ปี ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านหรือชาวชุมชน มากราบไหว้ขอพร หรือใช้ทำพิธีต่าง ๆ รวมถึงยังเป็นสถานที่ค้าขายเช่นเดิมด้วย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์สมัยอาณาจักรน่านเจ้า ที่มีอายุกว่า 400 ปี ที่สามารถย้อนภาพในอดีตที่ยังคงอยู่ให้เห็นจนถึงปัจจุบัน ทั้งพระธาตุแช่แห้ง วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุช้างค้ำ อาคารบ้านเรือนในเขตเมืองเก่า ที่ยังเปิดรับนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่สนใจเข้าศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณ รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิตของคนในอดีต ที่สำคัญชุมชนยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ชุมชน วิถีชีวิตเช่นเดียวกับในอดีต ที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมาถึงปัจจุบัน
3. ประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทสตรี (Women Empowerment Initiative) ในผลงาน “ผาหมี: พลังสตรีอาข่าสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน (Pha Mee: Empowering Akha Women through Sustainable Community-Based Tourism for Better Quality of Life)” ในพื้นที่พิเศษเชียงราย
“บ้านผาหมี” ชุมชนชาติพันธุ์อาข่าบนดอยผาหมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย หมู่บ้านเล็กๆ ของชาวอาข่า บรรยากาศโอบล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจี อากาศเย็นสบายตลอดปี และอุดมไปด้วยผลไม้เมืองหนาวอย่างกาแฟ ลิ้นจี่ แมคคาเดเมีย และส้มสายน้ำผึ้ง พร้อมด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม การปกป้องและดูแลผืนป่า การลดการใช้พลังงานและลดของเสียจากการท่องเที่ยว ช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับชุมชนแห่งนี้
ตัวอย่างกิจกรรมที่ลงมือทำได้จริง เช่น กิจกรรมทำข้าวปุก ที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมอาข่า ด้วยขนมชนิดนี้ในอดีตจะทำเฉพาะในงานประเพณีสำคัญ เพื่อมอบให้เป็นของฝากอันเป็นสิริมงคล ทดลองดีดฝ้าย ปั่นฝ้าย และงานทอผ้า ทดลองปักผ้าอาข่าที่มีลวดลายเฉพาะตัว ชิมกาแฟดอยผาหมี ชมวิวสวยๆ กว้างไกลสุดสายตา และที่พลาดไม่ได้คือการลองชิมรสชาติจากภูเขา เป็นอาหารถิ่นที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ
4. ประเภทการริเริ่มด้านการพัฒนาบทบาทเยาวชน (Youth Empowerment Initiative) ในผลงาน “ปลุกพลังเยาวชนรักษ์ถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ (Trash to Trend) (Empowering Local Youth: Creating Value from Waste (Trash to Trend))” ในพื้นที่พิเศษคุ้งบางกะเจ้า
"บางกะเจ้า" เป็นพื้นที่สีเขียวที่บริเวณโค้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกระเพาะหมูที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด ที่นี่จึงมีชื่อเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่า “กระเพาะหมู” ด้วยความที่บางกะเจ้าตั้งอยู่ห่างจากปากอ่าวไทยเพียง 20 กิโลเมตร ที่นี่จึงมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนแม่น้ำ เกิดระบบนิเวศในลักษณะ 3 น้ำ” คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย อันส่งผลต่อการพัฒนาระบบและโครงสร้างของสังคมพืชและสัตว์มีความหลากหลาย และนอกจากจะมีความโดดเด่นทางด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตแล้ว ที่นี่ยังถูกยกให้เป็นปอดของคนกรุงฯ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงฯ เลื่องชื่อ ซึ่งเคยได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ (Time Magazine - Asia Version) ให้เป็น Best Urban Oasis of Asia ในปี 2549
สำหรับพื้นที่บางกระเจ้ามีสิ่งน่าสนใจและจุดท่องเที่ยวเช็กอินที่เด่น ๆ อาทิ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ชมวิวบนหอดูนกสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง วัดพราหมณ์มหาเทวาลัยถนนมรกตหรือเส้นทางดอกไม้ บ้านธูปหอมสมุนไพร บ้านลูกประคบธัญพืช บ้านงานประดิษฐ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ เป็นต้น รวมถึงมีร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ ๆ ให้เลือกดื่มกินอิ่มอร่อยกันอีกหลากหลาย และล่าสุด ยังมีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยจักรยานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Go Green Tourism จำนวน 3 เส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าทั้ง 6 ตำบล พร้อมมีบริการให้เช่าจักรยานไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กระจายให้บริการตามจุดจอดให้บริการจักรยานไฟฟ้าคุ้งบางกระเจ้าจำนวน 5 จุด รวมกว่า 200 คัน
โดยทางด้าน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนในพื้นที่พิเศษ และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่กันมาอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ได้มีการแสดงความยินดีกับทั้ง 4 ชุมชนที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติครั้งนี้
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ถือเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่ได้รับการยอมรับถึงกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ของการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนของ อพท. ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่ง อพท. ได้ดำเนินการตามแนวทางเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมจนเป็นต้นแบบในการขยายผลองค์ความรู้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล
ทั้งนี้ ยังมีผลงานผู้ชนะการประกวดจากประเทศไทยอีกจำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ด้านการส่งเสริมการตลาดประเภท Printed Marketing Campaign (Destination) (แคมเปญด้านการตลาดประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ (ระดับแหล่งท่องเที่ยว) และประเภท Travel Photography (ภาพถ่ายท่องเที่ยว) โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainability and Social Responsibility) ประเภท Tourism for All - Workplace Inclusivity (การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ระดับภายในหน่วยงาน) โดย โรงแรม DoubleTree by Hilton Phuket Banthai Resort
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


