ร้านอาหารในญี่ปุ่นทนไม่ไหว เริ่มติดป้ายภาษาไทย “ไม่อนุญาตให้นำน้ำจิ้มส่วนตัวเข้ามารับประทานอาหารในร้าน” ชาวเน็ตชี้ เหตุจากความต่างทางวัฒนธรรม ถือว่าผิดมารยาทร้ายแรง รบกวนผู้อื่น และไม่ให้เกียรติเชฟ
กลายเป็นประเด็นดังในโซเชียลมีเดียกลุ่มคนท่องเที่ยวญี่ปุ่นว่าด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมการกินระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เมื่อ “น้ำจิ้มไทย” ไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มซีฟูด ซอส หรือน้ำจิ้มประเภทอื่นๆ เริ่มกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในการนำเข้าไปในร้านอาหารของประเทศญี่ปุ่น
ประเด็นดังกล่าว เริ่มมีการพูดถึงในโซเชียลมีเดียมาได้ราว 1-2 ปีแล้ว ว่าการนำน้ำจิ้มส่วนตัวเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ โดยในเฟซบุ๊ก “กลุ่มเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง” ที่มีสมาชิกนับแสนราย เคยมีสมาชิกโพสต์ประเด็นดังกล่าวไว้ ด้วยการถามว่า “ร้านอาหารบางร้านไม่ให้เราเอาน้ำจิ้มซีฟูดที่พกมาเองมากินในร้าน ต้องทำยังไง?”
จึงสมาชิกหลายรายได้มาโพสต์คำตอบไว้ เช่น
- อาจจะเป็นเรื่องของกลิ่นน้ำจิ้มรบกวนลูกค้าคนอื่น น้ำจิ้มสามรส หรือน้ำจิ้มแจ่วกลิ่นค่อนข้างแรง เราคุ้นเคย เลยไม่รู้สึกอะไร แต่คนท้องถิ่นเขาอาจจะไม่สบายใจกับกลิ่นน้ำจิ้ม ทางเจ้าของร้านส่วนใหญ่ คิดมาหนักมากแล้วว่าอาหารของเขา ควรชูรสด้วยน้ำจิ้มแบบไหน ลองเปิดใจรับรสของร้านที่เราเลือกรับประทานดู เผื่อจะได้ประสบการณ์อาหารใหม่ๆ จากต่างแดนบ้าง ถ้าขาดรสชาติน้ำจิ้มบ้านเราไม่ได้จริงๆ แนะนำให้ซื้ออาหารมาทานที่ห้องพัก
- กฎสากล ปกติก็ไม่ควรนำอาหารจากข้างนอกเข้าไปทานในร้านอาหาร
- มารยาทล้วนๆ สื่อถึงอาหารเค้าไม่อร่อย และรวมถึง หากท้องเสีย ทางร้านเดือดร้อนเป็นเรื่องใหญ่โต เค้าแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่สูงลิ่ว
นอกจากนี้ เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว แฟนเพจ "Japanmase เจแปนมาเสะ” เพจท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ว่าด้วยญี่ปุ่น ก็เคยทำคลิปอธิบายให้ความรู้ในประเด็นนี้ไว้เช่นกัน โดยระบุว่า
พกน้ำจิ้มซีฟูดไปญี่ปุ่น ระวังจะกลายเป็นคนไร้มารยาท ร้านอาหารญี่ปุ่นเตือนนักท่องเที่ยวไทย ห้ามราดน้ำจิ้มซีฟูดลงไป โดยเฉพาะร้านซูชิ หรือร้านอาหารแบบดั้งเดิม การหยิบซอสส่วนตัวเทราดลงไปในอาหาร คือ การตบหน้าเชฟทางอ้อม เพราะปรัชญาอาหารของญี่ปุ่น คือ อูมามิ หรือการดึงรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด
เชฟบางคนใช้เวลาบ่มปลาเป็นสัปดาห์ ใช้เวลาปรุงข้าวด้วยน้ำส้มสายชูสูตรลับเป็นปีๆ เพื่อให้รสชาติสมดุลที่สุด การเอาน้ำจิ้มที่กลิ่นกระเทียมและพริกแรงมากไปราด เหมือนเอาสีสเปรย์ไปพ่นทับภาพวาดของปิกัสโซ
แม้ไม่มีกฎหมายห้าม แต่ในทางมารยาทสังคม ถือว่าร้ายแรงมาก กลิ่นฉุนของน้ำจิ้มจะไปรบกวนลูกค้าโต๊ะข้างๆ ที่เค้ากำลังดื่มด่ำกับรสชาติปลา และอาจทำให้เชฟเสียใจจนไม่อยากบริการคุณ
ล่าสุด แฟนเพจ C's Diary ไดอารี่บันทึกชีวิตที่ญี่ปุ่น ได้โพสต์ภาพร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูร้านหนึ่งในญี่ปุ่น ที่มีป้ายภาษาไทย ข้อความที่ระบุถึงการห้ามนำซอสส่วนตัวเข้ามารับประทานในร้าน
โดย แฟนเพจ “C's Diary” ให้ความเห็นว่า ร้านต้องเจอคนไทยพกน้ำจิ้มมาเองเยอะขนาดไหน ถึงขนาดต้องทำป้ายมาติดแบบนี้ เข้าใจว่าน้ำจิ้มญี่ปุ่นอาจจะไม่ถูกปากคนไทยเท่าน้ำจิ้มไทย แต่ถ้าใครไปเข้าร้านอาหารในญี่ปุ่น ลองถามร้านก่อนนะครับ ว่าพกน้ำจิ้มส่วนตัวมากินเองได้มั้ย เพราะร้านอาหารญี่ปุ่นบางร้านมีกฎยิบย่อยเยอะมาก ดังนั้น ไปเที่ยวบ้านเขา เช็คกับทางร้านก่อนเดี๋ยวเขาจะว่าประเทศเราได้
โพสต์ดังกล่าว มีผู้มาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เข้าใจถึงเหตุผล และสนับสนุนให้คนไทยเข้าใจความแตกต่างของวัฒนธรรม เช่น
- น้ำจิ้มบางชนิดมีกลิ่นเครื่องเทศแรง แล้วกลิ่นติดภาชนะล้างออกยาก คนอื่นมากิน ก็จะได้กลิ่นและไม่ชอบ
- เป็นมารยาทของร้านอาหาร ให้เอนจอยกับรสชาติที่ร้านทำขึ้น ถ้าเอามาปรุงเพิ่มเติมนอกจากเครื่องปรุงร้านถือว่าไม่ให้เกียรติ ร้านไม่อยากมีปัญหา กับลูกค้า เดี๋ยวลูกค้าร้องเรียนกรณีลูกค้าท้องเสีย ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน และถามร้านทุกครั้งก่อนนำเข้า ถ้าแอบเอาเข้าไปโดนเชิญออกจากร้านก็มี
- คนญี่ปุ่นบางคนเค้าถือว่าไม่ให้เกียรติคนทำอาหาร


