ถ้าจะมีเมืองไหนในไทยที่เรียกได้ว่าเป็น "เมืองสายมู" จ.นครศรีธรรมราชน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ความเก่าแก่ทางศาสนา หรือในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาสำคัญของภูมิภาค แต่ยังเคยปรากฏการณ์ความศรัทธาที่โด่งดังไปทั่วประเทศถึงสองระลอกใหญ่ ครั้งแรกคือกระแสวัตถุมงคล "จตุคามรามเทพ" ที่ระเบิดความนิยมทั่วประเทศเมื่อปี 2550 และครั้งล่าสุดคือ "ไอ้ไข่ วัดเจดีย์" ที่ดังไกลไปถึงต่างประเทศ
และเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จ.นครศรีธรรมราช ก็ยิ่งตอกย้ำความเป็นเมืองศรัทธาชัดขึ้นไปอีก เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน เกาหลีใต้ มีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ 6 ของไทย และเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้
ดังนั้นเมืองนครไม่ได้มูแบบไร้ที่มา แต่มีรากความศรัทธาที่หนักแน่นรองรับอยู่จริง และเส้นทางศรัทธาที่สายมูต้องปักหมุด 5 จุดไหว้ขอพรที่รวมทั้งสายบุญและสายมูไว้ในทริปเดียว
1.ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
อาคารศาลสีขาวสไตล์ศรีวิชัย บนถนนราชดำเนิน สร้างขึ้นปี 2530 และเป็นจุดกำเนิดของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพที่เคยดังทั่วประเทศ ภายในมีศาลบริวารรายล้อม 4 ทิศเรียกว่า "ศาลจตุโลกเทพ" คนมักมาขอพรความคุ้มครองและสิริมงคล
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เวลาเปิด-ปิด 08.00-17.00 น.
2. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ไฮไลต์ใหม่ล่าสุดของเมืองนคร กับสถานะมรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของไทย องค์พระธาตุสูง 55.78 เมตร ทรงลังกา (ทรงโอคว่ำ) สูง 9.80 เมตร ปลียอดหุ้มทองคำ จนได้ชื่อว่า "พระธาตุทองคำ" และเพราะยามแดดส่องเงาไม่ทาบพื้น จึงมีอีกฉายาว่า "พระธาตุไร้เงา" เชื่อกันว่าบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ที่นี่
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ถ. ราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เปิดทุกวัน 08.30-16.30 น.
3. วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)
"ไอ้ไข่" รูปไม้แกะสลักเด็กชายวัยราว 9-10 ขวบ ที่เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คอยดลบันดาลโชคลาภและการค้าขาย ความดังของที่นี่ไม่ได้จำกัดแค่ในไทย เพราะเคยมีนักข่าวต่างประเทศบินมาทำสกู๊ปช่วงที่ยอดผู้มาเยือนพุ่งจาก 3 แสนเป็น 4-5 แสนคนต่อเดือน ในช่วงหลังโควิด-19 คนนิยมแก้บนด้วยของอย่างขนมเปี๊ยะ น้ำแดง ไก่ปูนปั้น และของเล่นเด็กผู้ชาย
วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ตั้งอยู่ที่ ตำบล ฉลอง อำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น.
4. วัดยางใหญ่ (ตาพรานบุญ)
โดดเด่นด้วยวัดที่ทาสีชมพูสดใสตามตำนานพญานาค "ท้าวชมพูจิต" ที่พรานบุญเคยช่วยชีวิตไว้ เป็นที่นับถือมากในกลุ่มผู้สืบสายมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงของภาคใต้ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เช่นกัน คนมาขอพรเรื่องโชคลาภ การค้าขาย และเมตตามหานิยม
วัดยางใหญ่ (ตาพรานบุญ) ตั้งอยู่ที่ ตำบล ท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
5.วัดสุชน (ท้าวเวสสุวรรณ)
จุดเด่นคือท้าวเวสสุวรรณปางธนบดี หรือที่ชาวบ้านเรียก "พ่อรวย" เทพประจำวันอังคารที่ขึ้นชื่อเรื่องการเงิน ของไหว้มีชุดสำเร็จจากทางวัดทั้งธูป ผ้าแดงเขียนชื่อ พานดอกกุหลาบ และทองคำเปลว
วัดสุชน (ท้าวเวสสุวรรณ) ตั้งอยู่ที่ ตำบล ทุ่งใส อำเภอ สิชล จ.นครศรีธรรมราช
ทริปนี้จึงไม่ใช่แค่การไปขอพร แต่เป็นการเดินตามรอยศรัทธาที่หล่อหลอมเมืองนคร ตั้งแต่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูยุคแรก พุทธมหายาน จนถึงความเชื่อพื้นบ้านร่วมสมัยอย่างไอ้ไข่และตาพรานบุญ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนตัวตนของเมืองที่ "ศรัทธา" ยังเป็นเรื่องมีชีวิตจริงในทุกวันนี้
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


