"ห้องอาหารฟร้อนท์รูม" ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ เปิดตัวอาหารจานใหม่ในเมนูอาลาคาร์ต ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทยดั้งเดิมผ่านมุมมองร่วมสมัย พร้อมนำเสนอเซ็ตอาหารกลางวันที่ได้รับแรงบันดาลใจ จากวัตถุดิบชั้นเลิศและมรดกทางอาหารของภาคอีสาน
ห้องอาหารไทยฟร้อนท์รูม (Front Room) ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ (Waldorf Astoria Bangkok) เปิดตัวอาหารจานใหม่ในเมนูอาลาคาร์ต และชุดมื้อกลางวัน นำเสนออาหารไทยดั้งเดิมผ่านการตีความและมุมมองร่วมสมัย เป็นการต่อยอดรากฐานของรสชาติและภูมิปัญญาอาหารไทย ด้วยเทคนิคการปรุงอาหารสมัยใหม่ การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ และการนำเสนอที่ประณีตในแบบฉบับของฟร้อนท์รูม
ภายใต้แนวคิดการนำอาหารไทยที่คุ้นเคยมาถ่ายทอดในรูปแบบใหม่ อาหารแต่ละจานได้รับการพัฒนาโดยทีมครัวของห้องอาหารฯ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทั้งคุ้นเคยและน่าค้นหา สะท้อนความหลากหลายของวัตถุดิบท้องถิ่น เทคนิคการปรุงอาหารไทย และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหาร
“อาหารไทยมีความลึกซึ้งทั้งในด้านรสชาติ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาการปรุงอาหาร” เชฟอ้น อธิติ ม่วงทอง หัวหน้าทีมครัว ประจำห้องอาหารไทย ฟร้อนท์รูม กล่าว “เมนูใหม่ครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะนำอาหารไทยที่หลายคนคุ้นเคยมาตีความใหม่ โดยยังคงแก่นแท้ของรสชาติเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มมิติใหม่ผ่านเทคนิคการปรุง การจัดองค์ประกอบ และการนำเสนอ เพื่อให้แขกได้สัมผัสอาหารไทยในมุมมองที่แตกต่างออกไป”
หนึ่งในจานเด่นของเมนูใหม่คือ ยำเนื้อย่างมะเขือเผา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำพริกมะเขือเผาและยำเนื้อแบบไทยดั้งเดิม โดยเลือกใช้เนื้อแบล็กแองกัส ส่วนเนื้อสันนอก เลี้ยงด้วยธัญพืช 270 วัน ย่างอย่างพิถีพิถัน จับคู่กับมะเขือยาวและพริกชี้ฟ้าย่างหอมกลิ่นควัน ก่อนคลุกเคล้ากับน้ำยำใสรสจัดจ้านที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความเข้มข้นของเนื้อและความสดชื่นแบบอาหารไทย
ตามด้วย ทะเลต้มเต้าเจี้ยว การตีความใหม่ของอาหารไทยพื้นบ้านริมชายฝั่งทะเล ผ่านน้ำซุปใสที่เคี่ยวจากกระดูกปลาทะเล ผสานกลิ่นหอมของเต้าเจี้ยว ขิง ตะไคร้ และหอมแดง เสิร์ฟพร้อมปลาเก๋าอันดามัน กุ้งลายเสือ ปลาหมึกหอมจันทบุรี และเนื้อกรรเชียงปูคัดพิเศษ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยในจานเดียว
ปลากะพงแดงผัดขึ้นฉ่าย นำแรงบันดาลใจจากผัดขึ้นฉ่ายแบบไทยดั้งเดิมมาต่อยอดด้วยซอสขึ้นฉ่ายสีเขียวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซอสเพสโต (Pesto) แบบอิตาเลียน ถ่ายทอดความหอมสดชื่นของขึ้นฉ่ายในรูปแบบร่วมสมัย ขณะที่ปลาหมึกนึ่งมะนาว ถูกนำเสนอใหม่ผ่านน้ำจิ้มซีฟู้ดสองรูปแบบ มอบมิติรสชาติที่แตกต่างแต่กลมกล่อม
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูแกงไทย ฟร้อนท์รูมนำเสนอ แกงเขียวหวานปลาจะละเม็ดดำทอด รังสรรค์จากพริกแกงสูตรเฉพาะและหัวกะทิคั้นสด หอมกลิ่นโหระพาไทย เสิร์ฟพร้อมปลาจะละเม็ดดำทอดกรอบที่มีเนื้อหวานละมุน ช่วยขับเน้นความเข้มข้นของแกงเขียวหวานได้อย่างลงตัว และ ฉู่ฉี่มันกุ้ง กุ้งแม่น้ำย่าง ที่เพิ่มความเข้มข้นของซอสฉู่ฉี่ด้วยมันกุ้งและผงกุ้ง ก่อนเสิร์ฟคู่กุ้งแม่น้ำย่างขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสแน่น ฉ่ำ และหวานตามธรรมชาติ
นอกจากอาหารใหม่ในเมนูอาหารอาลาคาร์ตแล้ว ฟร้อนท์รูมยังเปิดตัวอาหารกลางวันชุดใหม่ สามคอร์ส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบคุณภาพจากภาคอีสาน และมรดกทางอาหารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารอีสาน ผ่านการตีความร่วมสมัยที่ยังคงเคารพรากเหง้าและอัตลักษณ์ดั้งเดิมของภูมิภาค
เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง แหนมเนื้อแองกัสแจ่วมะเขือ ที่นำภูมิปัญญาการหมักเนื้อแบบดั้งเดิมมานำเสนอร่วมกับแจ่วมะเขือและผักพื้นถิ่น หรือ ยำแตงปลาร้าไข่เค็ม ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของปลาร้า วัตถุดิบสำคัญของอาหารอีสาน ผ่านความสมดุลของรสชาติที่สดชื่นและกลมกล่อม
ส่วนสำรับหลักจะประกอบด้วย ไก่ย่างน้ำพริกเห็ด สะท้อนวิถีการรับประทานอาหารแบบเรียบง่ายของชาวอีสาน ต้มแซ่บปลาจะละเม็ดดำ และผัดผักกูดกระเทียมโทน ที่นำเสนอความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบจากธรรมชาติในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสชาติ ก่อนปิดท้ายด้วย หมากเม่าซอร์เบต์ ของหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลไม้พื้นเมืองของภาคอีสาน เสิร์ฟพร้อมข้าวแต๋นกรุบกรอบ มอบความสดชื่นและสะท้อนเสน่ห์ของภูมิประเทศและวัฒนธรรมการกินแห่งดินแดนอีสานได้อย่างงดงาม
เซ็ตอาหารกลางวันชุดใหม่นี้สะท้อนแนวคิดของฟร้อนท์รูมในการนำอาหารไทยจากแต่ละภูมิภาคมาถ่ายทอดผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่น เทคนิคการปรุง และเรื่องราวเบื้องหลังอาหาร เพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยที่ทั้งคุ้นเคยและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
เมนูใหม่พร้อมให้บริการ ณ ห้องอาหารไทยฟร้อนท์รูม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มื้อกลางวัน เวลา 12.00-14.30 น. (สั่งอาหารรอบสุดท้าย) และมื้อค่ำ เวลา 17.30-22.00 น. (สั่งอาหารรอบสุดท้าย) ในราคาเริ่มต้นที่ 680 บาท++ต่อจาน สำหรับเมนูอาหารอาลาคาร์ต และ 1,500 บาท++ ต่อท่าน สำหรับชุดอาหารมื้อกลางวัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่: โทร. 0-2846-8888, LINE: @WaldorfAstoriaBKK หรือ อีเมล: bkkwa.fb@waldorfastoria.com
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


