xs
xsm
sm
md
lg

“ปลอดประสพ” อัด “วีระ” เคสโวยที่พักเลวทรามมาก บอกนอนอุทยานฯ ต้องยอมรับธรรมชาติดิบ ๆ ให้ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ปลอดประสพ” อัด “วีระ” บอกนอนอุทยานฯ ต้องยอมรับธรรมชาติดิบ ๆ ให้ได้
“ดร.ปลอดประสพ” โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้ “วีระ ธีรภัทร” กรณีปากไว ตำหนิที่พักอุทยานแห่งชาติเลวทรามมาก บอก ไปนอนอุทยานแห่งชาติ ต้องยอมรับสภาพดิบๆแบบธรรมชาติให้ได้ ทั้งยังเตือนว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ดูแลนักท่องเที่ยว เป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม่ใช่คนใช้ของใคร

จากกรณี นายวีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโสที่คนรู้จักกันดีในชื่อ “วีระ ธีรภัทร” ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้อภิปรายตำหนิคุณภาพและบริการบ้านพักของอุทยานแห่งชาติ ว่ามีคุณภาพในระดับ “เลวทรามมาก” โดยยกประสบการณ์ตรงของตนเองมาเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งไปเยือนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว (ปี 2565)

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี
ต่อมานายวีระจะออกมาหงายการ์ดในภายหลังยอมรับ ว่า ตนมีความทรงจำคลาดเคลื่อน พร้อมระบุว่า การเดินทางไปพักที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันของตนน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2559-2560 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ทางอุทยานฯ จะประกาศยกเลิกให้มีการพักค้างแรมบนเกาะ ในปี 2561

หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้กลายเป็นดราม่าร้อนแรงบนโลกโซเชียล ที่ชาวเน็ตได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในนั้นก็คือ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ และผู้ก่อตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ว่า

บ้านพักอุทยานฯ บนเกาะเมียง อช.หมู่เกาะสิมิลัน (ภาพ ปี 2552)
ไปนอนอุทยานแห่งชาติ ต้องยอมรับสภาพดิบๆแบบธรรมชาติ ให้ได้

ผมได้ฟัง คุณวีระ จัดรายการทีวีหลายครั้ง รู้สึกชื่นชมในความรอบรู้และการพูดแบบตรงๆ แต่มา 2-3 วันนี้ ไม่ทราบอารมณ์คุณวีระเป็นอย่างไร การพูดในคณะกรรมาธิการงบประมาณจึงดูล้ำเส้นในมาตรฐานของตัวผม ดังนั้นผมจึงขอใช้คำพูดคุณวีระเป็นข้ออ้างในการเขียนFB วันนี้ก็แล้วกัน คือผมอายุ 81ปีแล้วจึงแก่กว่าคุณวีระถึง 12ปี จึงขอให้ฟังผมบ้าง

ผมเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ 5 ปี ซึ่งในสมัยนั้นกรมป่าไม้ยังดูแลอุทยานแห่งชาติอยู่ และผมก็เป็นคนตั้งกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและประเดิมเป็นอธิบดีคนแรกด้วย จึงไม่พูดไม่ได้ โดยเฉพาะต่อคำพูดที่ว่า“ ที่พักในอุทยานเลวทรามมาก”

คุณวีระทราบไหมว่า ที่พักของอุทยานใหญ่ๆที่คนชอบไปพักกันในขณะนี้นั้น เกิดในสมัยผมเกือบทั้งสิ้น โดยเฉพาะที่เขาใหญ่ เรียกได้ว่า 100% ก็ยังได้ ส่วนอุทยานทางทะเลก็เช่นกัน สำหรับที่สิมิลันนั้น เนื่องจากเกาะมีขนาดเล็กมาก ขาดแคลนน้ำจืดต้องขนไปจากฝั่ง และมีมากถึง 9 เกาะ เจ้าหน้าที่จึงไม่เพียงพอ กรมเขาจึงไม่รับนักท่องเที่ยว บ้านพักที่มีอยู่ในขณะนี้ เกิดจากการรับเสด็จทูลกระหม่อมจุฬาภรณ์ในสมัยผมเมื่อ 30 ปีมาแล้ว ผมยังแปลกใจที่เขาอนุญาตให้คุณวีระไปพักนั้นมันเกิดได้อย่างไร ขนาดผมเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จะไปนอนเพื่อหารือเรื่องการจอดเรือของนักท่องเที่ยวที่ใช้วิธีมาเกยหาด เขายังขอร้องไม่ให้นอนค้างแรมเลย ดังนั้น การที่คุณวีระออกอารมณ์ว่า ที่นอนเป็นสปริงแข็ง นอนไม่ไหวนั้น ผมว่าก็บุญแล้วที่เขาไม่ให้นอนกับพื้นนะครับ

ผมอยากให้สติกับผู้ที่ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติว่า พวกคุณไปเที่ยว ไปดู ไปสัมผัสชื่นชมธรรมชาติ นะครับ ดังนั้น การได้อยู่ในสภาวะธรรมชาติแบบดิบๆ มันเป็นเรื่องปกติ ถ้าคิดจะอยู่สบาย มีแอร์เย็นฉ่ำ มีน้ำร้อนอาบ ก็ให้อยู่บ้าน หรืออยู่โรงแรมนอกอุทยานก็แล้วกัน

อีกเรื่องที่ผมจะขอเตือน ก็คือ คนที่ดูแลนักท่องเที่ยวน่ะ เขาเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านะครับ เขาไม่ใช่คนใช้ของใคร และในปีหนึ่งๆ ท่านทราบไหมว่า เขาเสี่ยงชีวิต บาดเจ็บล้มตายเพื่อรักษาอุทยานแห่งชาติไว้ให้เป็นสมบัติของเราทุกคน

สุดท้าย คงเป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัวของผม ผมจะขอเล่า เรื่องเมื่อประมาณ 35 ปีที่แล้วให้คุณวีระฟัง ขณะนั้นผมเป็นอธิบดีกรมประมงที่หนุ่มมาก ในห้องกรรมาธิการงบประมาณ รัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งเป็นรองหัวหน้าพรรคด้วย ได้กล่าวติผมว่าที่ผมพูดน่ะ“โกหก เพราะเมื่อปีที่แล้วเรื่องเดียวกันผมไม่ได้พูดแบบนี้ “ ผมถือมาก ผมได้บอกประธานฯ คือท่านรัฐมนตรีคลังว่า ผู้พูดต้องขอโทษผม มิเช่นนั้นผมจะไม่อธิบายต่อ และหากจะตัดงบประมาณก็เชิญ ผมประกาศในที่ประชุมว่า ภาษาสันสกฤต “ อธิบดี แปลว่าผู้เป็นใหญ่” ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ลูกน้องหรือขี้ข้าใคร ดังนั้น การที่คุณวีระไปแสดงความโกรธและดุรองปลัดกระทรวงท่านหนึ่งนั้น ผมเห็นว่า ไม่เหมาะสม

ส่วนคำแนะนำของคุณวีระเรื่องให้โรงแรมเข้ามาดูแลเรื่องอาหารและที่พักนั้น ผมได้เคยทดลองมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยได้ทำสัญญากับโรงแรมจุลดิศให้เข้ามาบริหารที่พักของอุทยานเขาใหญ่ เริ่มไปได้ปีเดียว โรงแรมบอกเลิก เพราะบอกว่า ขาดทุนและมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ

เชื่อว่าคุณวีระคงรับฟังได้และไม่โกรธผม


พื้นที่กางเต็นท์ดูดาวกลางทะเลบนเกาะเมียง อช.หมู่เกาะสิมิลัน (ภาพ ปี 2552)
สำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ในเคยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถนอนพักค้างแรมบนเกาะเมียงได้ เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของทะเลอันดามันอย่างใกล้ชิด โดยทาง อช.หมู่เกาะสิมิลัน มีทั้งบ้านพักและเต็นท์ไว้ให้บริการแบบจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 ในสมัยที่ “นายธัญญา เนติธรรมกุล” เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปิดการพักค้างแรมในเขตอุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน หรือการยกเลิกการพักค้างคืนบนเกาะเมียง โดยทางกรมอุทยานฯ ได้กำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวในเขต อช. หมู่เกาะสิมิลัน เป็นแบบ ไป-กลับ หรือ วันเดย์ทริป (One Day Trip) มาจนถึงปัจจุบัน

เกาะเมียง อช.หมู่เกาะสิมิลัน ในอดีตเคยเปิดให้นักท่องเที่ยวนอนพักค้างบนเกาะ
ทั้งนี้ทางกรมอุทยานฯ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแบบพักค้างแรมในเขต อช.หมู่เกาะสิมิลัน ก่อให้เกิดน้ำเสีย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อ ปะการัง สัตว์น้ำ และ ระบบนิเวศ ในเขตอุทยานฯ

นอกจากนี้กรมอุทยานฯ ยังจำกัดนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว อช.หมู่เกาะสิมิลัน แบบไป-กลับ ไว้ที่ 3,850 คนต่อวัน โดยแยกเป็นดำน้ำลึกรับได้ 525 คนต่อวัน และท่องเที่ยวชายหาดและดำน้ำตื้น 3,325 คนต่อวัน รวมถึงไม่อนุญาตให้เรือที่มีขนาดบรรทุกเกิน 100 คน แล่นเข้าไปในเขต อช.หมู่เกาะสิมิลันอีกด้วย