xs
xsm
sm
md
lg

"ศศิน โต้ปม" "วีระ" วิจารณ์ "บ้านพักเลวทรามมาก" อช.สิมิลัน ซัดเรียกร้องน้ำร้อน-อินเทอร์เน็ต มากเกินไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ศศิน" โต้ปม "วีระ" วิจารณ์บ้านพักสิมิลัน ชี้เปิดแบบ One Day Trip มานานแล้ว ซัดเรียกร้องน้ำร้อน-อินเทอร์เน็ต มากเกินไป

จากกรณี นายวีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโสที่คนรู้จักกันดีในชื่อ “วีระ ธีรภัทร” ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้อภิปรายช่วงหนึ่ง ตำหนิคุณภาพและบริการบ้านพักของอุทยานแห่งชาติ ว่ามีคุณภาพในระดับ “เลวทรามมาก” โดยยกประสบการณ์ตรงของตนเองมาเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งไปเยือนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พบกับที่นอนในห้องพักมีลวดสปิงทะลุออกมา ไม่สามารถนอนได้ จนต้องใช้ผ้าห่มปูรองนอน รวมถึงเรื่องไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต น้ำใช้ ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ขาดแคลนสำหรับผู้ที่เสียเงินเข้ามาพัก กลับกัน ในส่วนบ้านพักเจ้าหน้าที่กลับมีพร้อม ก่อนที่นายวีระจะกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนจำไม่ได้ว่าเป็นอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน หรือ อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์

นอกจากนี้นายวีระยังเสนอแนะให้หาแนวทางร่วมมือกับภาคเอกชน ในแนวทาง PPP (Public-Private Partnership หรือ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน) เพื่อหาพัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้น

ล่าสุด นายศศิน เฉลิมลาภ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและนักวิชาการ อดีตประธานและเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

"อช.สิมิลัน เป็น One Day Trip มาตั้งนานแล้วเพื่อแก้ปัญหา นักท่องเที่ยวเยอะ ขยะเยอะ มีหนูเยอะ ถ้าเปิดให้พัก นี่เป็นมาตรการตั้งเจ็ดแปดปีที่แล้ว แสดงว่ามีการทำอะไรผิดแล้วไม่เตี๊ยมให้ดีกับ อ.วีระ

นอกจากนี้ การกล่าวว่าน้ำก็ไม่พอ น้ำร้อนก็ไม่มีในที่พักบนเกาะไกลฝั่งแบบสิมิลันนี่ มันเกินไปหน่อยนะ ยิ่งเรื่องอินเตอร์เนตไม่มีนี่ ผมว่าเกินไปเยอะนะ สิมิลันนี่กลางทะเลนะครับ และเป็นพื้นที่อนุรักษ์ แม้จะเป็นโซนบริการ อาจารย์คงไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้เพราะเคยบอกว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องหมูหมา กาไก่ ซึ่งสะท้อนพื้นฐานของอาจารย์ ว่ารู้เรื่องอะไรแบบนี้แค่ไหน

เรื่องอาจารย์พูดมานี่ผมไม่ติดใจอะไร ผมสงสัยว่า ใครพาไป ใครอนุญาต มากกว่า"

ภาพ: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
ต่อมานายศศิน กล่าวต่อว่า

"เรื่องบ้านพักอุทยานในหมู่เกาะห่างไกล มองตื้นๆแล้วด่าฉาบฉวยแบบคนวงนอก เช่น อ.วีระ ธีรภัทร ก็ได้ มันก็คงเป็นแบนนั้น เตียงสปริงแข็ง ปิดไฟเร็ว ไม่มีเนต ซึ่งก็ถูกต้อง เพราะเขาใช้ไฟปั่น และมันก็ห่างไกลมาก (ห่างฝั่งราวๆ 50 กิโลเมตร ถ้าบนบกเหมือนไม่ไกล แต่ในทะเลนี่ไกลมาก ) แถมอาจารย์ยังสับสนระหว่าง หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน คนละอุทยานและไกลกันมาก บริบทในการจัดการในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาก็แตกต่างกัน

หมู่เกาะสุรินทร์ มีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวล้นขีดความสามารถในการรองรับไม่มาก และยังไม่ปรากฏปัญหาผลกระทบของการพักค้างบนเกาะต่อระบบนิเวศมากนัก จึงคงสภาพบ้านพักเอาไว้

ส่วนสิมิลัน เป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบจากการท่องเที่ยวแบบค้างคืนมาก ทั้งขยะ น้ำเสีย หนูที่เกิดขึ้นเพราะมีขยะ บ้านพักทรุดโทรมจนใกล้พัง มีที่ราบสร้างบ้านน้อย บ้านสร้างอยู่บนพื้นที่ภูเขาหินเป็นส่วนใหญ่เป็นวัสดุเบา ไม่คงทน ซ่อมแซมยาก และจะขนส่งวัสดุอะไรก็ใช้งบประมาณมหาศาล กอปรกับมีข่าวเรื่องการเสื่อมโทรมของแนวปะการังน้ำตื้นทั้งที่เกาะตาชัย (ในแผนการจัดการไม่ควรเปิดบริการเพราะเป็นเขตหวงห้ามเพื่อรักษาระบบนิเวศ แต่ก็มีการเปิดแบบงงๆเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว) มีการโวยวายของนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลเรื่องความเสื่อมโทรม ทั้งที่นี่ ที่มาหยา (อุทยานพีพี) รวมถึงที่อื่นๆ เพราะช่วงนั้นนักท่องเที่ยวจีนทะลักทะล้นมาก จนกระทั้งกรมอุทยานฯเมื่อราวปี 2559 แต่งตั้งคณะกรรมการทางวิชาการที่ประกอบไปด้วยนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายท่าน คนในวงการอนุรักษ์หลายท่านให้มาช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งมีมาตรการกำหนดให้การเที่ยวเกาะสิมิลันเป็นการเที่ยวแบบไปกลับเท่านั้น และปิดอ่าวมาหยา ปิดเกาะตาชัยเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามการศึกษาขีดความสามารถในการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวตามหลักวิชาการนันทนาการ ถ้ายังจำกันได้ มาตรการนั้นยังคงอยู่ทุกวันนี้เพราะตัวระบบนิเวศเองก็กำลังฟื้นตัวด้วยดี

ผมรู้ดี เพราะเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนั้น

ก่อนหน้านั้น ย้อนไปยี่สิบปี มีปัญหามากกว่านั้นอีก มีความพยายามจะให้เอกชนเข้ามารับสัมปทานทำที่พัก ในเขตบริการ รวมถึงแก้ไขกฏหมายให้เอกชนมาสร้างที่พักในเขตอุทยานได้ อุทยานละสิบไร่ อะไรทำนองนี้ ซึ่งถูกนักอนุรักษ์คัดค้าน เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนมากเกินไป เปิดช่องหาผลประโยชน์ของผู้บริหารอุทยานในยุคนั้นโจ๋งครึ่มเกินไป

มีการพูดคุยเรื่องนี้กันมาตลอดและจนถึงปัจจุบันก็เห็นว่าคงมีผลเสียมากกว่าผลดีที่อ้างกันว่าคนและงบประมาณราชการจะได้เอาไปดูแลทรัพยากร ซึ่งพิสูจน์ยาก

แต่ช่องทางให้เอกชนมาสัมปทานบริการที่พักในอุทยานที่สวยๆ (ที่ไม่สวยคงไม่มีใครสนใจ) ไม่กี่แห่ง นี่ยังเป็นผลประโยชน์ที่หลายฝ่ายจ้องกันอย่างไม่วางตา ว่าจะมีโอกาสเมื่อไหร่ ทั้งคนนอก และคนในที่จ้องจะให้ทำ

สิ่งที่ อ.วีระ ธีรภัทร กล่าวมาว่าเลวทรามจึงมีประเด็นที่สังคมอาจจะยังไม่ทราบ หรือลืมไปแล้ว

ผมเป็นคนเก่าแก่ที่ออกมาอยู่วงนอก ก็แค่เตือนความทรงจำ ว่ามันมีเรื่องแบบนี้

ส่วนที่พักเลวทรามตามที่ อ.วีระ ว่าหรือไม่ ?

สำหรับผม ที่ไปพักอุทยานมาหลายแห่ง ถ้าเป็นอุทยานที่มีรายได้ค่อนข้างดี อยู่ใกล้เส้นทางคมนาคม ส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ก็เตียงนุ่ม ผ้าปู ปลอกหมอนสะอาด-สะอาดมาก มีผ้าเช็ดตัวสะอาดบริการ สบู่แชมพูพร้อมสรรพ ห้องน้ำก็สะอาดใช้ได้ หลายแห่งมีเครื่องทำน้ำอุ่น มีห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ส่วนใหญ่มีตู้เย็นและน้ำดื่มบริการด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับราคา และการมีข้อจำกัดในมุมราชการ ผมว่าค่อนข้างดีเกินคาดไปเสียอีกในมุมผม ส่วนในพื้นที่ซึ่งห่างไกลรายได้ไม่มาก ห้องพักก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นอนสบายเกือบทั้งสิ้น

นอกจากบ้านพักแล้ว ผมยังเจอห้องน้ำ ที่บริการนักท่องเทีายวมีรางวัลความสะอาดในระดับจังหวัดการันตีหลายแห่งเชียวนะครับ และมีการมอบรางวัลมาตรฐานอุทยานสีเขียว จากกระทรวง หลายอุทยาน แสดงว่ามีการดูแลและมีมาตรการปรับปรุงกันตลอด"

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline