ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีแห่งปี 2569 ของเมืองไทย เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ถือเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของเมืองไทย และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้
วัดพระมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตกําแพงเมืองโบราณ มีถนนราชดําเนินผ่านหน้าวัด
สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดพระมหาธาตุไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ปรากฏแน่ชัด แต่มีตำนานระบุว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกพร้อม ๆ กับ องค์ “พระมหาธาตุเจดีย์” หรือ “พระธาตุเมืองนคร” หรือ “พระบรมธาตุเมืองนคร” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและศูนย์รวมศรัทธาของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้
นอกจากองค์พระธาตุเมืองนครแล้ว หนังสือ “ตามรอยธรรมที่เมืองนคร” ยังคัด 12 สิ่งน่าสนใจในวัดมานำเสนอไว้ในหัวข้อ “12 สิ่งควรรู้ ที่พระบรมธาตุเจดีย์เมืองนคร และใน 3 พระวิหารที่ไม่ควรพลาด” ดังนี้
1.พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช
พระประธานในพระวิหารหลวง งดงามด้วยศิลปะอยุธยาตอนต้น ขนาดหน้าตัก 3 วา 1 ศอก 12 นิ้ว ตั้งอยู่กลางวิหารต่างจากพระประธานที่อื่นๆ
2.พระเหมชาลาและพระธนกุมาร
รูปเคารพสององค์ที่หน้าประตูเยาวราช ตำนานเล่าว่าเป็นผู้อัญเชิญพระทันตธาตุมาสู่ดินแดนนี้ก่อนส่งต่อไปลังกาโดยได้แบ่งบางส่วนกลับมาประดิษฐาน ณ พระบรมธาตุเมืองนคร
3.ซุ้มพระเจดีย์หน้าวิหารคด
เป็นศิลปะศรีวิชัยหลายเรือนยอด เชื่อกันว่าอาจเป็นรูปแบบดั้งเดิมขององค์พระธาตุเอง เชื่อว่าอาจจะเป็นแบบดั้งเดิมขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ บรรจุไปด้วยพระพุทธรูปจำนวนมากที่ประดิษฐานอยู่เรียงราย และมีบาตรพระให้ทำบุญกันตามศรัทธา
4.ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ
ในวิหารพระม้าที่เป็นบันไดทางขึ้นสู่องค์พระบรมธาตุ ด้านซ้าย-ขวา มีรูปปั้นของเทพผู้พิทักษ์คือ ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ ประดิษฐานอยู่ขนาบข้างประตูทางเข้า-ออก องค์พระธาตุ ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ เป็นเทพที่เชื่อว่าคือท้าวจตุคามรามเทพ อันลือลั่นแห่งเมืองนคร
5.ห่มผ้าพระบฏบูชาพระธาตุ
ชาวใต้ต่างเชื่อกันว่าการได้ห่มผ้าพระบฏบูชาพระบรมธาตุถือว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต โดยที่วัดพระมหาธาตุได้มีการจัดงานใหญ่ “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ขึ้นในช่วงวันมาฆบูชา อย่างไรก็ดีชาวพุทธสามารถมาทำบุญห่มผ้าพระธาตุในช่วงวาระไหนก็ได้
6.ภาพพระม้า
อยู่ในวิหารพระทรงม้าบริเวณฐานข้างบันไดทั้งสองข้าง เป็นขนาดใหญ่ สร้างทำอย่างประณีตสวยงามในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เป็นเรื่องราวการละโลกออกแสวงหาทางธรรมของเจ้าชายสิทธัตถะ
7.เส้นทางพระเจ้าตาก
ในวิหารทับเกษตร เชื่อว่าเป็นเส้นทางที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยมาปฏิบัติธรรม
8.วิหารโพธิ์ลังกา
เป็นวิหารสัญลักษณ์แห่งการตื่นตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์และพิพิธภัณฑ์ในตัว
9.พิพิธภัณฑ์วัดพระมหาธาตุ
ถือเป็นแหล่งรวมของดี ของหายาก (มาก) ประมาณค่าไม่ได้ จัดแสดงไว้ใน 3 วิหารใหญ่ คือ วิหารเขียน วิหารโพธิ์ลังกา และวิหารคด(ต่อเติม)
10.พระมหากัจจายนะ (พระแอดเมืองนคร)
องค์สีทองอร่ามที่เชื่อกันว่าดลบันดาลความสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องขอบุตร จึงมีรูปเด็กๆ มารายงานผล ขอพรพร้อมกับการฝากเนื้อฝากตัวมากมาย
11.มณฑปพระพุทธบาท
จุดชมองค์พระธาตุมุมสูงเป็นมณฑปตั้งอยู่บนเนิน ภายในประดิษฐาน รอยจำลองพระพุทธบาท ยาว 74 นิ้ว กว้าง 44 นิ้ว ตรงบันไดทางขึ้นมีพระบุญมากพระพุทธรูปหินทรายที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านนิยมไปบนบานขอโชคลาภ
12.เจดีย์ศิลาดงหว้า และเจดีย์พระปัญญา
เจดีย์ศิลาในดงต้นหว้าทั้ง 6 ข้างพระวิหารธรรมศาลา เชื่อว่าเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่อาจเคยหนีราชภัยมาที่นี่ จึงกลายเป็นสถานบูชาท่านมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนเจดีย์พระปัญญา หลังพิพิธภัณฑ์พระวิหารเขียน มีคำเล่าขานห้ามไว้ว่า "ถอยหลังเข้าไปเหล็กในแทงตา หันหน้าออมากาขี้ใส่หัว" แต่มีผู้ไม่เชื่อคำห้ามที่ขาดเหตุผลนี้ ลองเดินถอยหลังเข้าไปแล้วหันหน้าออก กลับพบกรุสมบัติซ่อนอยู่ในหลืบทางเดิน กลายเป็นปริศนาธรรมสอนเรื่องกาลามสูตร ที่ว่าอย่าเชื่อสิ่งใดจนกว่าจะได้ลงมือพิสูจน์เอง
และนี่ก็คือ 12 สิ่งน่าสนใจของวัดพระมหาธาตุเมืองนคร ที่มีทั้งไฮไลต์ที่หลายคนรู้จักดี สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ และมุมอันซีนที่น่าค้นหา รวมเป็น 12 สิ่งไม่ควรพลาดสำหรับผู้มีโอกาสได้ไปกราบไหว้องค์พระบรมธาตุเมืองนคร มรดกโลกแห่งใหม่ของบ้านเรา


