ก่อนถึงวันแห่เทียนพรรษา หากใครมีโอกาสมาเยือนจังหวัดอุบลราชธานี สิ่งที่ไม่ควรพลาดไม่ใช่เพียงการรอชมขบวนเทียนอันยิ่งใหญ่ แต่คือการออกเดินทางไปสัมผัส "ชุมชนคนทำเทียน" ที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้เห็นเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซอย่างใกล้ชิด ทุกโรงเทียนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความศรัทธา เสียงพูดคุยของช่างฝีมือ และบรรยากาศการทำงานที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน การมาเยือนในช่วงนี้จึงเปรียบเสมือนได้เห็นหัวใจ ของงานแห่เทียนพรรษา ก่อนที่ต้นเทียนทุกต้นจะออกเดินทางสู่ขบวนแห่อันยิ่งใหญ่
วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) ชมศิลปะเทียนแบบอนุรักษ์ งดงามทุกมิติ
หนึ่งในจุดหมายที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ ชุมชนคนทำเทียน วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) ที่เปิดโอกาสให้เดินชมการสร้างต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่แบบใกล้ชิด ภายในโรงเทียน ช่างฝีมือหลายสิบคนกำลังช่วยกันปั้นหุ่น ติดลวดลาย และเก็บรายละเอียดอย่างประณีต ทุกขั้นตอนสะท้อนทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและพลังศรัทธาที่หล่อหลอมผู้คนในชุมชนให้ร่วมกันสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า
ปีนี้ต้นเทียนถ่ายทอดเรื่องราวจากพุทธประวัติผ่านองค์ราชรถอันวิจิตรงดงาม มี พญาครุฑ เป็นจุดเด่น ด้านท้ายแสดงเหตุการณ์พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนด้านหน้าประดับประติมากรรมม้าสามตัวที่ออกแบบให้สอดคล้องกับปีนักษัตร ทุกองค์ประกอบสามารถเดินชมได้รอบต้นเทียน แต่ละมุมเผยให้เห็นรายละเอียดที่แตกต่างกันอย่างน่าประทับใจ
เอกลักษณ์ของวัดป่าใหญ่คือการยึดมั่นในงานศิลปะแบบอนุรักษ์ เน้นความสมดุลขององค์ประกอบ ความละเอียดของลวดลาย และประติมากรรมลอยตัวที่มีชีวิตชีวา พร้อมโทนสีเหลืองดอกปูนอันเป็นเอกลักษณ์ของวัด ทำให้ต้นเทียนดูสง่างามและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ก่อนเคลื่อนขบวนในวันที่ 28 กรกฎาคม ยังมีพิธียอครูตามความเชื่อของช่างเทียน ซึ่งเป็นอีกช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอย่างแท้จริง
วัดศรีประดู่ ตื่นตากับ "มหาพญาเทียน" ความยาวกว่า 22 เมตร
อีกหนึ่งโรงเทียนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์คือ วัดศรีประดู่ แม้จะเริ่มสร้างช้ากว่าวัดอื่น แต่ทีมช่างยังคงเร่งสร้างสรรค์ "มหาพญาเทียน" อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทันร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา ผลงานปีนี้มีความยาวรวมกว่า 22 เมตร ถ่ายทอดเรื่องราวจาก เนมิราชชาดก ซึ่งสื่อถึงคุณธรรม ความเสียสละ และการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์
ความโดดเด่นอีกประการคือการประดับลวดลายดอกไม้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ป่า ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระราชทานนาม นำมาถ่ายทอดเป็นงานศิลป์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และพระมหากรุณาธิคุณเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ทุกลวดลายถูกจัดวางให้โดดเด่น สามารถชื่นชมรายละเอียดได้รอบด้าน
สำหรับช่างเทียนวัดศรีประดู่ ต้นเทียนไม่ได้เป็นเพียงผลงานเพื่อการประกวด แต่เป็นสื่อแห่งพระพุทธศาสนา ที่ถ่ายทอดหลักธรรมผ่านงานประติมากรรมอันวิจิตร นักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือนโรงเทียนจึงไม่ได้เพียงชมความอลังการ แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องราวและความหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกองค์ประกอบของงานศิลป์
วัดพระธาตุหนองบัว สัมผัสงานแกะสลักระดับช่างเอก
หากชื่นชอบงานแกะสลักเทียน ต้องไม่พลาด วัดพระธาตุหนองบัว ที่ปีนี้รังสรรค์ต้นเทียนประเภทแกะสลักขนาดใหญ่ ความยาว 20 เมตร สูง 5.20 เมตร ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ ทั้งฉากเจ้าชายสิทธัตถะทรงม้าเสด็จออกผนวช และปางมารสะดุ้ง ผ่านฝีมือช่างที่บรรจงแกะสลักรายละเอียดอย่างงดงาม
นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรม "เยือนชุมชนคนทำเทียน" เดินชมทุกขั้นตอนการสร้างต้นเทียน ตั้งแต่การออกแบบ หล่อเทียน แกะสลักลวดลาย ไปจนถึงการประกอบต้นเทียนขนาดใหญ่ พร้อมพูดคุยกับช่างฝีมือผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น กิจกรรมเปิดให้เข้าชมจนถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นับเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้เห็นความวิจิตรของงานหัตถศิลป์ก่อนเข้าสู่วันแห่จริง
วัดเมืองเดช ร่วมลุ้นความหวังของช่างเทียนเมืองเดช
ที่ วัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม ปีนี้ส่งต้นเทียนประเภทแกะสลักขนาดใหญ่เข้าประกวด พร้อมความหวังที่จะพาแชมป์กลับคืนสู่อำเภอ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาอยู่ในตำแหน่งรองชนะเลิศ ผลงานปีนี้ถ่ายทอดเรื่องราว พระมหาชนก เพื่อสื่อถึงความเพียร ความอดทน และการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ผ่านงานแกะสลักที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด
นอกจากการชมต้นเทียน นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรม "เยือนชุมชน ชมวิถีทำเทียน" เรียนรู้กระบวนการสร้างต้นเทียนจากช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 27 กรกฎาคม จะมีพิธีบวงสรวงตั้งแต่เวลา 05.00 น. ก่อนเคลื่อนต้นเทียนออกจากวัดเมืองเดช มุ่งหน้าสู่อำเภอวารินชำราบ และเข้าสู่ทุ่งศรีเมืองในวันที่ 28 กรกฎาคม เพื่อร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาอันยิ่งใหญ่
การเดินทางมาเยือนชุมชนคนทำเทียน คือโอกาสที่จะได้สัมผัสความงดงามในอีกมิติหนึ่ง ได้เห็นความตั้งใจของช่างฝีมือทุกคน ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และได้เข้าใจว่า "งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี" ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลท่องเที่ยว แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต และรอให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสด้วยตัวเอง
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


