xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก “MetLife Stadium” สนามประวัติศาสตร์ รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Photo: Jordan Bank - FIFA via Getty Images
การแข่งขันฟุตบอลโลก “FIFA World Cup 2026” เดินทางมาจนถึงนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง “อาร์เจนตินา” กับ “สเปน” ที่จะแข่งขันในวันที่ 19 กรกฎาคม นี้ เวลาประมาณ 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา หรือประมาณตี 2 ของเมืองไทย

นอกจากเรื่องของทีมฟุตบอลกับนักเตะแล้ว หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจในการแข่งขัน ต้องยกให้ “สนามกีฬา MetLife Stadium” รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ที่เป็นสังเวียนฟาดแข้งในนัดส่งท้าย

ชวนมาทำความรู้จัก “MetLife Stadium” สังเวียนฟาดแข้ง รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก - FIFA World Cup 2026

Photo: MetLife Stadium
ความจริงแล้ว MetLife Stadium เป็นสนามเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอล “NFL New York Giants และ New York Jets” โดยถูกเปลี่ยนชื่อชั่วคราวเป็น “New York New Jersey Stadium” ตามนโยบายของ FIFA ที่ห้ามใช้ชื่อสปอนเซอร์เชิงพาณิชย์ในช่วงทัวร์นาเมนต์

Photo: MetLife Stadium
สนามกีฬาแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน Meadowlands Sports Complex ทางตะวันตกของเกาะแมนฮัตตัน นิวยอร์กซิตี้ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2010 ด้วยงบประมาณก่อสร้างมหาศาลกว่า 1.6 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 53,000 ล้านบาทในยุคนั้น) เพื่อแทนที่ Giants Stadium สนามเดิมที่ใช้งานมานานกว่าสามทศวรรษ โดยทีม Giants กับ Jets ร่วมกันออกแบบและลงทุนให้เป็นสนามสุดทันสมัยในลีก NFL

Photo: MetLife Stadium
สถาปนิก 360 Architects และ EwingCole เป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบ โดยมี David Rockwell Group ดูแลสร้างความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม ที่มีรองรับผู้ชมได้มากสุด 82,500 ที่นั่ง ภายนอกหุ้มด้วยแผ่นอลูมิเนียมที่สามารถเปลี่ยนสีได้ มีจอวิดีโอความละเอียดสูงขนาดใหญ่ทั้ง 4 มุมของสนาม

นอกจากนี้ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก มีการติดตั้งพื้นหญ้าธรรมชาติแบบ hybrid แทนพื้นหญ้าเทียมปกติของ อเมริกันฟุตบอล NFL พร้อมปรับปรุงระบบความปลอดภัยมากกว่าเดิม

Photo: MetLife Stadium
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 MetLife Stadium ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น แต่ใช้ทำการแข่งขันมาแล้วหลายคู่ โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่ม ได้แก่ บราซิล - โมร็อกโก, ฝรั่งเศส - เซเนกัล, นอร์เวย์-เซเนกัล, เอกวาดอร์-เยอรมนี, ปานามา-อังกฤษ, ฝรั่งเศส-สวีเดน (รอบ 32 ทีม), นอร์เวย์-บราซิล (รอบ 16 ทีม)

Photo: Matt Swensen
ส่วนเหตุผลที่ MetLife ได้รับเลือกเป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศ มาจากปัจจัยหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนาดและโครงสร้างความจุที่รองรับผู้ชมได้เฉียดแสนคน เหมาะกับการจัดการแข่งขันใหญ่ การมีทำเลใกล้นิวยอร์ก ซิตี้ มหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมระดับโลก การมีโครงสร้างพื้นฐานของการคมนาคมที่สะดวก ทั้งรถไฟ รถบัส เรือ รถส่วนตัว รวมถึงประสบการณ์การจัดการแข่งขันใหญ่ระดับโลกมาแล้ว เช่น ซุปเปอร์โบล์ว และ คอนเสิร์ตระดับโลก

Photo: MetLife Stadium

Photo: MetLife Stadium