xs
xsm
sm
md
lg

พระราชวังฤดูร้อน กรุงปักกิ่ง มรดกโลกแห่งภูมิสถาปัตยกรรมจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เนินเขาอายุยืน (Longevity Hill)
เมื่อย้อนอดีตกลับไปเกือบ 300 ปีก่อน ในฤดูร้อนอันแสนอบอ้าวช่วงกลางปีของเมืองจีน สถานที่แห่งหนึ่งได้ก่อกำเนิดขึ้น ด้วยวัตถุประสงค์ในการประทับพักผ่อนของเหล่าจักรพรรดิและราชวงศ์ เพื่อหลีกหนีความร้อนจากพระราชวังหลวงใจกลางเมืองปักกิ่ง สถานที่แห่งนั้น คือ “พระราชวังฤดูร้อน” ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นจุดหมายท่องเที่ยวชื่อดังระดับประเทศ พ่วงด้วยการเป็นมรดกโลกที่โดดเด่นไปด้วยภูมิสถาปัตยกรรมแบบจีน


อาคารริมทะเลสาบ
แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงปักกิ่ง
การมาเยือนเมืองปักกิ่ง นักท่องเที่ยวสายศิลปวัฒนธรรมมักวางโปรแกรมไปเที่ยวชมพระราชวังต้องห้าม จัตุรัสเทียนอันเหมิน หอสักการะฟ้าเทียนถาน และตรอกโบราณหูท่ง (Hutong) ในย่านกลางเมือง

ขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรพลาดการเดินทางไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเขตไห่เตี้ยน (Haidian) อันเป็นที่ตั้งของ “พระราชวังฤดูร้อน” (Summer Palace) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของเมืองหลวงจีนในยุคโบราณ

“พระราชวังฤดูร้อน” เป็นสถานที่ที่จะเผยให้เห็นอีกมิติหนึ่งของมหานครแห่งนี้ ว่ายังมีทะเลสาบเงียบสงบ สวนร่มรื่น เนินเขาที่มีเจดีย์ตระหง่าน พระราชวังแสนวิจิตร และซากสถาปัตยกรรมหินแกะสลักที่ยังหลงเหลืออยู่ นับเป็นความยิ่งใหญ่ของเขตพระราชฐานยุคราชวงศ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้แลนด์มาร์กแห่งอื่น

สะพาน 17 โค้ง (Photo: VCG/Getty Images)
พระราชวังฤดูร้อน เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะการจัดสวนแบบจีน ดูราวกับลอยเด่นอยู่เหนือผืนน้ำของ ทะเลสาบคุนหมิง โดยในอดีต ที่นี่เป็นสถานที่ประทับของเหล่าจักรพรรดิในช่วงฤดูร้อน และยังเป็นพระตำหนักทรงโปรดของ “พระนางซูสีไทเฮา” ผู้ทรงกุมอำนาจในการปกครองทั้งราชสำนักและจักรวรรดิจีนในยุคปลายราชวงศ์

ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่ ความงดงามของภูมิทัศน์ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พระราชวังฤดูร้อนจึงเป็นสถานที่ที่ควรเผื่อเวลาเที่ยวชมตลอดทั้งวัน เพื่อซึมซับเสน่ห์ของมรดกแห่งราชวงศ์จีนได้อย่างเต็มอิ่ม

หอธรรม (Tower of Buddhist Incense)
มรดกแห่งศิลปะภูมิสถาปัตยกรรมจีนอันทรงคุณค่า
องค์ประกอบหลักของพระราชวังฤดูร้อน ครอบคลุมพื้นที่ราว 3.09 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกว่าร้อยละ 75 เป็นพื้นที่ผืนน้ำทะลสาบ รายล้อมพื้นที่ด้วยพระราชวัง สวน และสถาปัตยกรรมจีนโบราณหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าจำนวนมาก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งแรกของจีนที่ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษจากรัฐบาล

แต่เดิมพระราชวังฤดูร้อนมีชื่อว่า ชิงอีหยวน (Qingyi Yuan) หรือ “สวนแห่งระลอกคลื่นบริสุทธิ์” (Garden of Clear Ripples) เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1750 อย่างไรก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ถูกกองกำลังพันธมิตรทำลายจนเสียหายเกือบทั้งหมดในปี ค.ศ. 1860

ซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ต่อมาในปี ค.ศ. 1886 ราชสำนักราชวงศ์ชิงได้เริ่มบูรณะพระราชวังขึ้นใหม่ อีกสองปีถัดมา พระราชวังได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น อี๋เหอหยวน (Yihe Yuan) หรือ “สวนแห่งความร่มเย็นกลมเกลียว” (Garden of Nurtured Harmony) เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนสำหรับ “พระนางซูสีไทเฮา”

อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1900 ระหว่างการรุกรานจีนของกองกำลังพันธมิตรแปดชาติ พระราชวังแห่งนี้ได้รับความเสียหายอีกครั้ง ก่อนจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูอีกครั้งในสองปีถัดมา กระทั่งในที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 1924 ก็ได้เปิดพระราชวังฤดูร้อนเป็นสวนสาธารณะ อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวชม และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง โดยมีสถานที่สำคัญได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ถนนซูโจว (Suzhou Street), ศาลาทิวทัศน์อันเจิดจ้า (Pavilion of Bright Scenery), ตำหนักแห่งความสงบ (Hall of Serenity), ระเบียงเหวินชาง (Wenchang Galleries) เป็นต้น

ท่าเรือ
มรดกโลกผลงานมนุษย์ผสานกับธรรมชาติ
พระราชวังฤดูร้อนแห่งกรุงปักกิ่ง นับเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ทั้งในด้านการออกแบบสวน และการก่อสร้าง โดยใช้แนวคิดการ “ยืมทิวทัศน์” (Borrowed Scenery) จากภูมิประเทศโดยรอบ เพื่อหลอมรวมความยิ่งใหญ่ของสวนวังหลวงเข้ากับความงดงามของธรรมชาติเดิมได้อย่างกลมกลืน สะท้อนหลักปรัชญาการออกแบบสวนจีนดั้งเดิมที่ว่า “ผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น ควรสอดประสานกับผลงานแห่งธรรมชาติ”

ด้วยคุณค่าอันโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และภูมิสถาปัตยกรรม ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1998 องค์การยูเนสโก จึงได้ขึ้นทะเบียนพระราชวังฤดูร้อนเป็นแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site) พร้อมให้เหตุผลสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

ล่องเรือในทะเลสาบคุนหมิง
1) ผลงานอันโดดเด่นของศิลปะการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสวนจีน ที่ผสานผลงานของมนุษย์และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

2)เป็นแบบอย่างอันสมบูรณ์ของปรัชญาและแนวปฏิบัติในการออกแบบสวนจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศิลปะสวนในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

3)สวนหลวงจีน ซึ่งมีพระราชวังฤดูร้อนเป็นตัวแทนที่โดดเด่น เป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของหนึ่งในอารยธรรมสำคัญของโลก ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษยชาติ

ซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
วันเวลาเปิดปิด และช่วงเวลาที่เหมาะ
พระราชวังฤดูร้อนเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี โดยแบ่งเวลาเปิด–ปิดตามฤดูกาล ดังนี้
เดือนเมษายน – ตุลาคม เปิด 6.00 – 18.00 น., เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เปิด 8.30 – 17.00 น.

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยือนพระราชวังฤดูร้อน คือ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนเมษายน–พฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน–ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินชมภูมิทัศน์อันงดงามของพระราชวัง

ในฤดูร้อนช่วงกลางปี มักมีอากาศร้อนและชื้น ทำให้การเดินเที่ยวอาจค่อนข้างเหนื่อย ขณะที่ ฤดูหนาว มีอุณหภูมิต่ำและหนาวจัดเกินไป อย่างไรก็ตาม ข้อดีของฤดูหนาว ถ้าหากมีหิมะตก เมื่อพระราชวังถูกปกคลุมด้วยหิมะ ก็จะเผยให้เห็นทัศนียภาพที่งดงามและมีเสน่ห์แตกต่างไปจากฤดูกาลอื่น

บรรยากาศในฤดูหนาว (Photo: Zhang Wei/Getty Images)
การเดินทางไปพระราชวังฤดูร้อน
ประตูทางเข้าหลักของพระราชวังฤดูร้อนคือ ประตูทิศตะวันออก (East Palace Gate) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Xiyuan แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงการเดินย้อนเส้นทางเดิม สามารถออกทาง ประตูด้านเหนือ ใกล้สถานี Beigongmen หรือ ประตูด้านตะวันตก ใกล้สถานี Summer Palace West Gate ได้เช่นกัน