พาไปรู้จักกับเรื่องชวนทึ่งของ “อุรคาซอรัส” ไดโนเสาร์พันธุ์ไทยสกุลใหม่ของโลก พบที่ภูน้อย จ.กาฬสินธุ์ อยู่ในวงศ์มาเมนชิซอริด หรือที่หลายคนเรียกว่า “ไดโนเสาร์คองู” ซึ่งอุรคาซอรัส ถือเป็นมาเมนชิซอริดที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการชนิดแรกของไทยและในอาเซียน
วงการบรรพชีวินวิทยาของบ้านเราในปัจจุบันคึกคักอย่างต่อเนื่อง เพราะหลังจากเพิ่งเปิดตัว “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” ไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลก ที่เป็นลำดับที่ 14 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้านเราและในอาเซียนไปเมื่อช่วงกลางเดือน พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
วันนี้มีข่าวดีอีกครั้งเมื่อทีมนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศเปิดตัวไดโนเสาร์ซอโรพอดสกุลใหม่ และเป็นชนิดใหม่ของโลกตัวที่ 15 ของประเทศไทย กับชื่ออย่างเป็นทางการ คือ “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” (Uragasaurus kalasinensis) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ออนไลน์ไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้
งานวิจัยการค้นพบอุรคาซอรัส เป็นความร่วมมือของทีมนักวิจัยไทย ได้แก่ นายอภิรัตน์ นิลพนาพรรณ นิสิตปริญญาเอก จากหลักสูตรบรรพชีวินวิทยา ในที่ปรึกษาของรองศาสตราจารย์ ดร.คมศร เลาห์ประเสริฐ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ ดร.ศิตะ มานิตกุล จากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา (PRC) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ ดร.วราวุธ สุธีธร นักบรรพชีวินวิทยาอาวุโส ผู้บุกเบิกการขุดฟอสซิลไดโนเสาร์ในบ้านเรา
จากกระดูกสันหลังสู่ไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลก
อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส (Uragasaurus kalasinensis) หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “อุรคาซอรัส” ถูกพบที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ในหมวดหินภูกระดึงตอนล่าง จากยุคจูแรสซิกตอนปลาย มีอายุประมาณ 150 ล้านปี
หลังจากนั้นทีมนักวิจัยได้ศึกษาจากตัวอย่างต้นแบบที่เป็นกระดูกสันหลังส่วนลำตัวร่วมกับชิ้นส่วนกระดูกอื่น ๆ ที่พบในบริเวณเดียวกัน พบลักษณะสัณฐานเฉพาะหลายประการที่ไม่เคยพบในไดโนเสาร์ชนิดอื่น
เมื่อนำข้อมูลทางสัณฐานวิทยาไปวิเคราะห์วงศ์วานวิวัฒนาการ (Phylogenetic analysis) จึงพบว่ากระดูกสันหลังชิ้นดังกล่าวอยู่ในพวกแรกเริ่มของวงศ์ “มาเมนชิซอริดี” หรือ “มาเมนชิซอริด” (Mamenchisauridae) ที่แยกสายออกมาจากสมาชิกตัวอื่น ๆ ในวงศ์อย่างชัดเจน จึงสามารถตั้งเป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกได้
มาเมนชิซอริด-ไดโนเสาร์คองู
ไดโนเสาร์วงศ์มาเมนชิซอริดมีลักษณะเด่น คือ มีลำคอที่ยาวเป็นพิเศษ โดยมีสัดส่วนเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว ถือเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์คอยาวที่โดดเด่นที่สุดของโลก หลาย ๆ คนจึงนิยมเรียกมาเมนชิซอริด ว่า “ไดโนเสาร์คองู”
สำหรับการค้นพบมาเมนชิซอริดในโลกส่วนใหญ่พบในประเทศจีน ส่วนในเมืองไทยเคยมีรายงานการค้นพบไดโนเสาร์ชนิดนี้ ใน 2 แหล่ง ได้แก่ ที่แหลมเปลว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในหมวดหินคลองมีน ยุคจูแรสซิกตอนกลางถึงตอนปลาย และที่ภูดานม้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ในหมวดหินภูกระดึงตอนบน มีอายุในยุคครีเทเชียสตอนต้น และได้รับการจำแนกว่าเป็นมาเมนชิซอรัสที่ไม่ระบุชนิด (𝑀𝑎𝑚𝑒𝑛𝑐ℎ𝑖𝑠𝑎𝑢𝑟𝑢𝑠 sp.)
อุรคาซอรัส ชื่อทางการของมาเมนชิซอริดชนิดแรกในอาเซียน
ด้วยลักษณะเด่นของมาเมนชิซอริดซึ่งมีคอที่ยาวมาก ทางทีมวิจัยจึงตั้งชื่อไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกตัวนี้ว่า “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ในวงศ์มาเมนชิซอริด ที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการชนิดแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยชื่อ “อุรคาซอรัส” มาจากคำว่า “อุรคะ” ในภาษาสันสกฤต ที่แปลว่า “งู” หรือ “ผู้ที่เดินไปด้วยอก” ส่วนคำว่า “ซอรัส” มาจากภาษากรีกโบราณ แปลว่า “กิ้งก่า” หรือ “สัตว์เลื้อยคลาน” ส่วน Specific epithet “กาฬสินธุ์เอนซิส” นั้น คือชนิดที่บ่งชี้ถึงสถานที่ค้นพบไดโนเสาร์ตัวนี้ นั่นคือ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ นั่นเอง
อุรคาซอรัส แห่งภูน้อยตัวนี้ เมื่อโตเต็มวัยคาดว่าจะมีความยาวประมาณ 18-20 เมตร และสามารถชูคอได้สูงถึง 9 เมตร หรือเทียบเท่ากับอาคาร 3 ชั้น เลยทีเดียว ทั้งยังมีจุดเด่น คือ มีคอยาวเป็นพิเศษถึงราวครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว รวมถึงมีกระดูกคอมากถึง 17–19 ชิ้น มากกว่าซอโรพอดส่วนใหญ่ที่มีกระดูกคอประมาณ 13-15 ชิ้น
ภูน้อย Jurassic Park เมืองไทย
สำหรับภูน้อยแหล่งค้นพบฟอสซิลอุรคาซอรัส ไดโนเสาร์คองูสกุลใหม่ของโลกนั้น ถือเป็นแหล่งขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ หรือ “ฟอสซิล” ของไดโนเสาร์ และสัตว์มีกระดูกสันหลังที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยและในอาเซียน จนได้ชื่อว่าเป็น “สุสานไดโนเสาร์” ที่หลาย ๆ คนยกให้เป็นดัง “Jurassic Park เมืองไทย”
แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันภูน้อยมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์มากกว่า 6,000 ชิ้น จากชั้นหินหมวดหินภูกระดึง ที่สะสมตัวในสภาพแวดล้อมของแม่น้ำโบราณ ที่ราบน้ำท่วมถึง และทะเลสาบรูปแอก เมื่อราว 150 ล้านปีก่อน และฟอสซิลที่ขุดเจอเป็นชิ้นส่วนไดโนเสาร์ถึงราว 75%
ทั้งนี้ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของอุรคาซอรัส มีการพบฟอสซิลไดโนเสาร์ 3 ชนิดที่เป็นดาวเด่นของภูน้อย ได้แก่
-“สเตโกซอรัส” ไดโนเสาร์หุ้มเกาะตัวแรกของเมืองไทย มีลักษณะเด่นคือมีเดือยหนามกลางลำตัวและปลายหาง
- “ไทแรนโนซอรอยด์” ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็กที่เป็นญาติเก่าแก่กับ ที.เร็กซ์
- “มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส”ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็กที่ดูคล้ายนก ถือเป็นไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลก ที่ถูกค้นพบเป็นลำดับที่ 13 ของเมืองไทย
นอกจากไดโนเสาร์แล้ว ที่ภูน้อยยังมีการค้นพบสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่น ๆ อาทิ จระเข้ เต่า ปลาฉลามน้ำจืด ปลาปอด ปลากระดูกแข็ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลานบินได้ เป็นต้น
สำหรับการค้นพบและเปิดตัวอุรคาซอรัส ไดโนเสาร์พันธุ์ไทยสกุลใหม่ของโลกนั้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มจำนวนไดโนเสาร์ดาวเด่นของภูน้อยเป็น 4 ชนิดแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญของแหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อยที่วันนี้มีการพบไดโนเสาร์พันธุ์ไทยชนิดใหม่ของโลกถึง 2 สกุล และเป็นแหล่งพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ยังเป็นการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่แห่งวงการบรรพชีวินวิทยาในเมืองไทยว่า มีความสำคัญ โดดเด่น ที่จัดว่าไม่ธรรมดาแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
######################
หมายเหตุ : บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากเพจ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง กรมทรัพยากรธรณี – PWDM, ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม PRC MSU, พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. RAMA9 MUSEUM
สำหรับแหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ปัจจุบันมีการเปิดให้เที่ยวชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะกลุ่ม ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ผ่านเพจ พิพิธภัณฑ์สิรินธร และเพจ ดินจี่ไกด์ Dinji Guide


