แก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้น ญี่ปุ่นขึ้นราคาวีซ่า 500% เริ่ม 1 ก.ค. นี้ ส่วนนักท่องเที่ยวไทยอยู่ในกลุ่มประเทศได้รับการยกเว้น
กระแสการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นยังคงเติบโตอย่างร้อนแรง ด้วยเสน่ห์อันหลากหลาย ตั้งแต่บ่อน้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม เมืองใหญ่ที่ผสานความทันสมัยเข้ากับศาลเจ้าเก่าแก่ ไปจนถึงชายฝั่งทะเลและภูเขาหิมะที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวมาพร้อมกับมาตรการใหม่จากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มถึง 500% นับเป็นการขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี
โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบเข้าประเทศครั้งเดียว (Single-entry Visa) จะเพิ่มจาก 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน ขณะที่วีซ่าแบบหลายครั้ง จะปรับจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะไม่มีผลต่อผู้เดินทางจาก 74 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าระยะสั้น ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย ที่สามารถท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้ โดยมีระยะเวลาพำนักไม่เกิน 15 วัน
นายโทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การปรับขึ้นดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสะท้อนภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
“รัฐบาลได้พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบ และไม่คาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวขาเข้าในระยะสั้น”
การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1978 และเกิดขึ้นท่ามกลางการอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินเยนตั้งแต่ปี ค.ศ.2021 โดยปัจจุบันค่าเงินเยนอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปี
ค่าเงินที่อ่อนตัวลงยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศ โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 42.7 ล้านคนในปี ค.ศ.2025 เพิ่มขึ้นราว 10 ล้านคนจากระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี ค.ศ. 2019 ซึ่งมีนักท่องเที่ยว 31.9 ล้านคน
ส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


