วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะทำงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินและพิพิธภัณฑ์โขน ณ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงสุภรภ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต รองอธิบดีกรมกิจการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, พลตรีชัยยุทธ วชิรวรภักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิริกิติ์, หม่อมหลวงอรจิตรา สนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันสิริกิติ์, นางพัสตราภรณ์ แดงเทศ รองผู้อำนวยการสถาบันสิริกิติ์, คุณหญิงเยาวนาถ ไทยวัฒน์ รองผู้อำนวยการสถาบันสิริกิติ์, นายพิธาน เหี้ยมโท้ กรมวังผู้ใหญ่ 904/HMSV ผู้อำนวยการสำนักงานผู้บังคับบัญชากรมกิจการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และ พันโทชัยรัตน์ ภัทรธีรังกูร หัวหน้าแผนกการเงิน กรมสำนักงานผู้บังคับบัญชากรมกิจการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ให้การต้อนรับและนำชมผลงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่า
คณะผู้บริหารได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระองค์ในการสร้างอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต และอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยผ่านงานศิลปาชีพมาอย่างต่อเนื่องตลอดพระชนม์ชีพ
“การได้มาเห็นกับตา ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม งานปั้น หรืองานถักทอต่าง ๆ ของมูลนิธิศิลปาชีพฯ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสินค้า หรือชิ้นงานธรรมดา แต่คือประวัติศาสตร์แห่งกาลเวลาที่สะท้อนพระเมตตาของพระพันปีหลวงที่มีต่อประชาชนชาวไทย ในนามของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง หากได้มีส่วนร่วมในการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านผลงานอันทรงคุณค่าเหล่านี้” นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในชนบท ควบคู่กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและหัตถกรรมไทยอันทรงคุณค่า ปัจจุบันมีศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง และมีบทบาทสำคัญในการสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่สู่คนรุ่นต่อไป
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของมูลนิธิฯ คือการจัดแสดง “โขนมูลนิธิศิลปาชีพฯ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย รวมถึงการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ในปี 2569 นี้ นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของประเทศ กับการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 19 ธันวาคม 2569 ณ ท้องสนามหลวง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมสนับสนุนการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวง ผ่านมิติด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเห็นคุณค่าของงานศิลปาชีพที่ทรงสร้างไว้ให้แก่ประเทศ
“ภายหลังท่านรัฐมนตรีได้มีดำริให้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวง กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการเผยแพร่คุณค่าของงานศิลปาชีพ หากมีความชัดเจนในรายละเอียดและได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทางกระทรวงฯ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง” นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว
ด้าน นางสาวอรศศิพัชร์ ศิริวรรณพร คณะทำงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า
“เคยเห็นสถานที่และผลงานเหล่านี้ผ่านภาพข่าวมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่เมื่อได้มาสัมผัสด้วยตนเอง ยิ่งรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทย และพร้อมร่วมผลักดันให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากยิ่งขึ้น”
ขณะที่ นางสาวอลิสา รตนชัยอุชุกร คณะทำงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า
“ในฐานะคนรุ่นใหม่ วันนี้ได้เห็นความงดงามของงานศิลปาชีพและการแสดงโขนด้วยตาตัวเอง รู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยมากค่ะ อยากให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสมาสัมผัสและเรียนรู้คุณค่าของสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง”
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ 2 แห่งหลัก ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน และศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตำบลช้างใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปหัตถกรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาไทยที่สำคัญของประเทศ
พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน เปิดให้เข้าชมวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา 10.00–15.30 น. (ปิดวันจันทร์และอังคาร) ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 150 บาท และนักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 75 บาท โดยไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายภาพ และกระเป๋าเข้าไปภายในอาคารจัดแสดง


