เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ที่มี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงแนวเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน” เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของพื้นที่ระหว่างเขตอุทยานฯ กับพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐจัดให้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของราษฎรมาก่อน
โดยพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวนั้น มีปัญหาความขัดแย้งยืดเยื้อมานานกว่า 50 ปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนหลายหมื่นคนในพื้นที่ 2 จังหวัด 5 อำเภอ ได้แก่ วังน้ำเขียว, เสิงสาง, ครบุรี และปักธงชัย ของจังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี ของจังหวัดปราจีนบุรี
เฉือนพื้นที่ อช.ทับลานให้ ส.ป.ก.
สำหรับประเด็นของการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีข้อสรุปสำคัญออกมา ดังนี้
1. พื้นที่ 155,865.47 ไร่ ที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินแก่ประชาชนมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มพื้นที่เป้าหมาย 4 ประเภท ได้แก่
• พื้นที่ 53,416.47 ไร่ ทับซ้อนเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เดิม (ประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2521) (อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศเมื่อ 23 ธันวาคม 2524) : ส่งมอบให้ สปก. ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยเขตปฏิรูปที่ดิน
• พื้นที่ 8,328 ไร่ ตามโครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (อยู่ตามนโยบายของรัฐบาลตามมติ ครม. 25 พฤษภาคม 2520) : ส่งมอบ สปก. ดำเนินการ
• พื้นที่ 87,500 ไร่ ตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) และโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) ตามมติ ครม. 28 กรกฎาคม 2535 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐในการจัดสรรที่ดิน : ส่งมอบ ส.ป.ก. ดำเนินการ สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่ออก สปก.4-01 ให้ออกเป็น สปก.แปลงรวม ตามแบบ คทช. โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ต้องมีคุณสมบัติภายใต้กฎหมายที่กำหนด
• พื้นที่ราชพัสดุ 6,621 ไร่ เพื่อเป็นสนามฝึกซ้อมรบในราชการทหาร มีมาก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานเช่นกัน : ให้กรมธนารักษ์เพื่อเป็นที่ราชพัสดุใช้ในราชการทหารต่อไป
2. พื้นที่ 109,420.99 ไร่ นอกเขตโครงการจัดสรรของรัฐเดิม คณะกรรมการฯ มีมติให้ "คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป" เพื่อรักษาพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว คณะกรรมการฯ กำหนดให้ดำเนินตามกระบวนพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตาม มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยจะเข้าสู่กระบวนการสำรวจและพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินอยู่เดิมสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับการดำเนินคดี 450 คดี ในพื้นที่นี้จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
3. พื้นที่ 86,966.29 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ ดำเนินการสำรวจความเหมาะสมของพื้นที่อย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเสนอขยายพื้นที่เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป
4. สำหรับข้อกังวลในเรื่องการคุ้มครองพนักงานเจ้าหน้าที่ จากการปฏิบัติหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นไว้แล้วว่า การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคามานานหลายสิบปี และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตอุทยาน โดยเฉพาะครอบครัวผู้มีรายได้น้อยหลายหมื่นครัวเรือนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน
รมว.ทส. ยังยืนยันว่า พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับรีสอร์ตหรือกลุ่มทุนที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี จะต้องถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำว่าการพิสูจน์สิทธิครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน
กรมอุทยานฯ ยันไม่กระทบมรดกโลก
“อุทยานแห่งชาติทับลาน” ได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 39 ของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2524 อุทยานฯแห่งนี้ (ก่อนการปรับปรุงแนวเขต 15 มิ.ย. 69) มีเนื้อที่กว่า 1.3 ล้านไร่ เป็นอุทยานฯ ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และใหญ่เป็นอับดับ 2 ของประเทศ (รองจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน)
อช.ทับลาน มีลักษณะเด่นคือมีสังคมพืชเป็น “ป่าลุ่มต่ำ” ที่มีความสมบูรณ์มาก ทั้งยังมี “ป่าลาน” ซึ่งเป็นป่าผลัดใบที่มีต้นลานขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่าเป็น “ป่าลานขนาดใหญ่ผืนสุดท้ายของประเทศไทย”
รวมถึงเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กระทิงและช้างป่านับร้อยตัว มีกวางป่า หมูป่านับพันตัว และสัตว์อื่น ๆ อาทิ เลียงผา หมีควาย เก้ง แมวดาว เสือลายเมฆ
นอกจากนี้ อช.ทับลาน ยังเป็นถิ่นอาศัยของ “เสือโคร่ง” ที่สำคัญเป็นอันดับสองของเมืองไทย รองจากกลุ่มป่าห้วยขาแข้ง – ทุ่งใหญ่นเรศวร
ที่สำคัญคือ อช.ทับลาน เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของผืนป่ามรดกโลก “กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกเมื่อปี 2548 โดยผืนป่า อช.ทับลานนั้นตั้งอยู่ตรงกลางของป่ามรดกโลก ถือเป็นทางเชื่อมการสัญจรไป-มา ของสัตว์ป่าต่าง ๆ ระหว่าง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติตาพระยา และอุทยานแห่งชาติปางสีดา
ทั้งนี้หลังการปรับแนวเขตพื้นที่ใหม่ของ อช.ทับลาน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ได้รายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการมรดกโลกทราบเป็นระยะ โดยรัฐบาลได้กำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศโ ดยรอบ มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นมรดกโลกอย่างแน่นอน
เฉือนพื้นที่ อช.ทับลาน ช่วยชาวบ้านหรือนายทุน??
แม้ส่วนใหญ่ของพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน ที่ถูกเฉือนให้ ส.ป.ก. จะเป็นที่ดินที่มีการใช้ประโยชน์ เป็นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และป่าเสื่อมโทรม แต่กระนั้นเรื่องนี้ก็ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล โดยชาวเน็ตส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะที่ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างคัดค้านไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก
โดยทาง “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” ที่ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ว่า ยังมีประเด็นสำคัญที่ควรได้รับความชัดเจนและการติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย
1. การคัดกรองผู้ได้รับสิทธิในพื้นที่ที่ส่งมอบให้ ส.ป.ก. หลังการเพิกถอนพื้นที่และส่งมอบให้ ส.ป.ก. ควรมีมาตรการและกลไกที่ชัดเจนในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนว่าผู้ได้รับประโยชน์จากที่ดินเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ส.ป.ก. อย่างแท้จริง และไม่เกิดการนำที่ดินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มทุนและผู้ที่ไม่มีสิทธิ
2. แนวทางจัดการพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาท พื้นที่ที่มีการเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี การขยายการครอบครองจากพื้นที่ ส.ป.ก. เดิม (ส.ป.ก. บวม) ควรมีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริง การบังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินคดีต่อไป
3. การพิสูจน์สิทธิภายใต้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 กังวลว่าการดำเนินการสำรวจและพิสูจน์สิทธิของประชาชนในพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน อาจเป็นกรอบเวลาที่ท้าทายต่อการดำเนินงานในทางปฏิบัติและจะไม่แล้วเสร็จ จึงควรกำหนดแผนงาน ขั้นตอน และกลไกติดตามประเมินผลที่ชัดเจน
4. มาตรการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณค่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ แม้ว่าจะมีการขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมเพื่อชดเชยพื้นที่ที่ถูกเพิกถอน แต่พื้นที่ที่เตรียมขยายส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งมีบริบทการใช้ประโยชน์แตกต่างจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์เดิม จึงควรมีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการรักษาและฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โดยเฉพาะในฐานะที่พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อถิ่นอาศัยและเส้นทางเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด ทั้งนี้ ควรมีมาตรการดูแล เพื่อรักษาคุณค่าความโดดเด่นเป็นสากล (OUV) ของพื้นที่ตามหลักเกณฑ์การเป็นมรดกโลก โดยเฉพาะด้านความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า
ทั้งนี้ จากผลการประชุมดังกล่าวและแนวทางจัดการที่เกิดขึ้น ยังมีอีกคำถามที่น่าสนใจว่า โมเดลนี้จะถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้กับพื้นที่อื่นๆ อีกหรือไม่
สำหรับประเด็น อช.ทับลาน ถูกเฉือนพื้นที่บางส่วนให้ ส.ป.ก เรื่องนี้คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าหลังจากนี้ ทางภาครัฐจะจริงใจต่อการแก้ปัญหาเพื่อประชาชนผู้ยากจนที่เดือดร้อนในพื้นที่ทำกินแค่ไหน
ไม่ใช่ออกนโยบายมาเพื่อเอื้อต่อนักการเมือง นายทุน ผู้มีอิทธิพล ข้าราชการ และชาวบ้านที่ทำผิดกฎหมาย นำที่ดินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จากการซื้อขาย เปลี่ยนมือให้ “กลุ่มนายทุน” เข้ามาถือครองที่ดินบริเวณนี้ในอนาคตหรือไม่ นอกจากนี้นี่อาจจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่น ๆ ที่มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วประเทศ
ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างหลัง งานนี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้รัฐบาลพังพาบ จบไม่สวยแน่นอน


