กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท แก๊งออฟโรดทำคอนเทนต์ขยะ ขับรถลง “หลุมระเบิด” ในเขตหวงห้าม อช.เขาแหลม จนสภาพพื้นที่เสียหายเละเทะ ย้ำ! ห้ามทำเด็ดขาดพร้อมคาดโทษสูงสุด ก่อนสั่งการให้เร่งฟื้นฟูพื้นที่กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
จากกรณีดราม่า แก๊งออฟโรดกลุ่มหนึ่งทำคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ หรือที่ชาวเน็ตเรียกว่า “คอนเทนต์ขยะ” ด้วยการขับรถยนต์ลงไปใน “หลุมระเบิด” ในพื้นที่สถานีนิเถะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี แล้วทำคอนเทนต์ถ่ายรูปขับรถลุยน้ำกระจายกระจุยกันอย่างสนุกสนาน จนสภาพพื้นที่เละเทะและกลายเป็นไวรัลดราม่าที่ชาวเน็ตพูดถึงกันอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล ซึ่งส่วนใหญ่ต่างตำหนิในพฤติกรรมไม่เหมาะสมของแก๊งออฟโรดกลุ่มนี้
เนื่องจากหลุมระเบิดดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเป็นหลุมระเบิดของจริงตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังเป็นพื้นที่หวงห้ามในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kittiya Menaruji” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ปรากฏในเหตุการณ์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยกล่าวขอโทษต่อชาวสังขละบุรี ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบทางความรู้สึกจากเหตุการณ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ดีล่าสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาให้ข่าวว่า อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท ต่อกลุ่มแก๊งออฟโรดที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมดังกล่าว
โดยเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รายงานว่า
อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท! หลังพบกลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม อช.เขาแหลม ย้ำ! ห้ามทำเด็ดขาดพร้อมคาดโทษสูงสุด ก่อนสั่งการให้เร่งฟื้นฟูพื้นที่กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
2 มิถุนายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับกลุ่มบุคคลนำยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่สถานีนิเถะ เขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบางและหวงห้าม ว่าได้สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้น และได้สั่งการให้เร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด
“ผมได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้มีการปรับเป็นพินัยสูงถึง 10,000 บาท และดำเนินการตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และได้สั่งการเด็ดขาดห้ามกระทำพฤติกรรมในลักษณะนี้อีก หากพบต้องระวางโทษทั้งจำและปรับสูงสุด พร้อมกำชับอุทยานแห่งชาติทุกแห่งให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก” นายอรรถพล กล่าว
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การนำยานพาหนะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายและระเบียบของกรมอุทยานฯ อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ
“เหตุการณ์นี้กรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่มีการตรวจสอบพบความผิดปกติ ได้ประกาศผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของอุทยานฯ ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามารายงานตัว ซึ่งขณะนี้ได้รับทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นและประสานขอเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในวันนี้ (2 มิ.ย. 69) ผมจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายโดยโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อเป็นมาตรฐานในการปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ และขอฝากเตือนไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที” อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว
สำหรับพื้นที่บริเวณสถานีนิเถะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้ดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยว และป้ายห้ามเข้าพื้นที่ในบริเวณที่ยังคงสภาพร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก อุทยานแห่งชาติเขาแหลมจะดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์และป้ายประกาศ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติม และปรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเคร่งครัดต่อไป
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ติดตามผลการดำเนินคดีและรายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อความถูกต้องและชัดเจนต่อสังคมต่อไป


