หากพูดถึงจุดหมายปลายทางในภาคเหนือ หลายคนอาจนึกถึงเชียงใหม่เป็นอันดับแรก แต่ถ้าลองขยับออกมาอีกไม่ไกล จะพบกับ “ลำพูน” เมืองเล็กมากด้วยเสน่ห์ที่โอบล้อมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปี เมืองแห่งนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะ “นครหริภุญชัย” อาณาจักรโบราณสำคัญของภาคเหนือ และยังคงเก็บรักษามรดกทางศาสนาและสถาปัตยกรรมล้านนาไว้ได้อย่างงดงาม
ลำพูนอาจไม่ได้มีความคึกคักแบบเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งวิถีชีวิตเรียบง่าย ผู้คนเป็นมิตร และบรรยากาศเงียบสงบที่ชวนให้ค่อยๆ ใช้เวลาเดินเที่ยว ซึมซับเรื่องราวของเมืองอย่างไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบการเดินทางสายบุญ หรืออยากสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยศิลปะล้านนาและตำนานความเชื่อ ลำพูนถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
วันนี้ขอชวนทุกคนออกเดินทางไปชมความงดงามของ 5 วัดสวยแห่งเมืองลำพูน เมืองแห่งศรัทธาและอารยธรรมเก่าแก่ของล้านนา ที่สายมูและสายวัฒนธรรมควรหาโอกาสไปเยือนสักครั้ง
หากมาเยือนลำพูนแล้วไม่ได้แวะ "วัดพระธาตุหริภุญชัย" ก็คงเหมือนมาไม่ถึง เพราะวัดแห่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่อยู่คู่ลำพูนมายาวนาน
ภายในวัดประดิษฐาน “พระธาตุหริภุญชัย” พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีระกา ตามความเชื่อของชาวล้านนา เชื่อกันว่าหากผู้ที่เกิดปีไก่ได้มาสักการะองค์พระธาตุ จะช่วยเสริมสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงในชีวิต
องค์พระธาตุหริภุญชัย ปัจจุบันเป็นเจดีย์ทรงระฆัง (ทรงกลม) แบบล้านนาอันสวยงามสมส่วน หุ้มทองจังโกสีทองงดงามอร่ามตา อีกทั้งยังเป็นต้นแบบและมีอิทธิพลต่อพระธาตุเจดีย์องค์อื่นๆ อีกหลากหลาย อย่างเช่น พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน เป็นต้น ภายในบรรจุพระเกศธาตุในโกศทองคำอันศักดิ์สิทธิ์ ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้อย่างไม่ขาดสาย
สองฟากฝั่งซุ้มประตูโขงท่าสิงห์ มี 2 สิงค์คู่สูงประมาณ 3 เมตร สีน้ำตาลอมแดงยืนเด่นงามสง่า ขนาบ 2 ข้างซ้าย-ขวา สิงห์คู่ 2 ตัวนี้ มีข้อมูลระบุว่า สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราชเมื่อปี พ.ศ.1990 คราวเดียวกับการบูรณะองค์พระธาตุครั้งสำคัญ ซุ้มประตู และสิงห์คู่ได้รับการบูรณะครั้งสำคัญเมื่อปี พ.ศ. 2499
เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูโขงเข้าเขตกำแพงวัดพระธาตุหริภุญชัย จะพบกับ “วิหารหลวง” ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณด้านหน้าขององค์พระธาตุหริภุญชัย ภายในวิหารหลวงประดิษฐาน“พระมหามุนีศรีหริภุญชัย” เป็นองค์พระพุทธรูปประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สีทองเหลืองอร่ามดูขรึมขลังเปี่ยมศรัทธา นับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูนองค์สำคัญยิ่ง
นอกจากองค์พระธาตุแล้ว ความงดงามของวิหารและซุ้มประตูแบบล้านนา รวมถึงบรรยากาศสงบร่มรื่นภายในวัด ยังทำให้ที่นี่เป็นทั้งพื้นที่แห่งศรัทธาและสถานที่ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของอาณาจักรหริภุญชัยได้อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของลำพูน คือ "วัดจามเทวี" วัดที่เกี่ยวข้องกับพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย มีเรื่องเล่าหลายกระแสเกี่ยวกับการสร้างวัดแห่งนี้ บ้างกล่าวว่าพระนางทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1292 โดยช่างฝีมือชาวขอม ขณะที่อีกตำนานระบุว่า เจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ พระโอรสของพระนางจามเทวี ทรงสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระมารดา
จุดเด่นที่สุดของวัดคือ “สุวรรณจังโกฏิเจดีย์” เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นแบบพุทธคยา ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย รอบองค์เจดีย์มีซุ้มพระพุทธรูปยืนประทานพรจำนวนมาก เดิมมียอดสมบูรณ์ แต่ภายหลังหักพังลง ชาวบ้านจึงเรียกติดปากว่า “กู่กุด”
ภายในวัดยังมี “รัตนเจดีย์” เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมที่เชื่อว่าใช้บรรจุเครื่องใช้ของพระนางจามเทวี รวมถึงกู่บรรจุอัฐิของครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาอีกด้วย ทำให้วัดแห่งนี้เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน
จากนั้นมาที่ "วัดมหาวัน" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองลำพูน และเป็นหนึ่งในวัดสี่มุมเมืองที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างมาก
วัดแห่งนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี และเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธสิกขีปฏิมากร” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พระศิลาดำ” หรือ “พระรอดหลวง” ความโดดเด่นของวัดมหาวันอยู่ที่ความเกี่ยวข้องกับ “พระรอดลำพูน” พระเครื่องอันโด่งดัง หนึ่งในชุดพระเบญจภาคีที่ได้รับการยกย่องว่าทรงคุณค่าและเป็นที่เคารพอย่างมากในหมู่นักสะสมและผู้ศรัทธา
สำหรับสายมู วัดมหาวันเป็นวัดที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมด้านเมตตามหานิยม คุ้มครองป้องกัน และเสริมพลังใจ เหมาะกับผู้ที่อยากมาขอพรเรื่องความมั่นคงและความก้าวหน้าในชีวิต
ถัดมาที่ "วัดพระคงฤาษี" เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญของลำพูน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง และเป็นหนึ่งในวัดสี่มุมเมืองมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากจาก “พระคง” พระพิมพ์ศิลปะหริภุญชัยอันเก่าแก่และทรงคุณค่า ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่เคารพบูชาอย่างมาก
ภายในวัดมีเจดีย์รูปทรงแปลกตา แตกต่างจากเจดีย์ล้านนาโดยทั่วไป โดดเด่นด้วยซุ้มคูหาทั้งสี่ด้าน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปพระคงฤาษี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเปี่ยมด้วยพลังแห่งศรัทธาผู้คนจำนวนมากนิยมเดินทางมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องความมั่นคง ป้องกัน
ปิดท้ายที่ “วัดสันป่ายางหลวง” วัดที่มีวิหารงดงามโดดเด่นชวนให้สัมผัสศิลปะล้านนา ท่ามกลางความสงบที่หาได้ยากในโลกปัจจุบัน
สถาปัตยกรรมภายในวัดสะท้อนเอกลักษณ์ศิลปะล้านนาอย่างชัดเจน วิหารและอุโบสถมีรูปทรงเรียบง่าย หลังคาซ้อนชั้นตามแบบโบราณ ประดับลวดลายอย่างประณีต
จากข้อมูลทางวัดได้ระบุว่า วัดสันป่ายางหลวง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันป่ายางหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ. ลำพูน เป็นวัดเก่าแก่ แต่เดิมเป็นศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์ ปัจจุบันยังมีหินทรายจำหลักปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ ต่อมาในสมัยหนึ่งได้มีพระมหาเถระจากพม่า จำนวน 3 รูป คือ พระกัณฑโว พระโสภโณ พระอุตฺตโม ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในถิ่นนี้ และได้แสดงธรรมโปรดชาวบ้าน์ในละแวกนี้ซึ่งนับถือเทวสถาน จนชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสจึงพร้อมใจกันเปลี่ยนเทวสถาน ให้เป็นวัดทางพระพุทธศาสนาในปีพ.ศ. 1074 และมีชื่อเรียกในสมัยนั้นว่า "วัดขอมลำโพง" ตามชื่อของชุมชนละแวกนั้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวขอม
ภายในวัดแห่งนี้โดดเด่นด่วยความงามของพระวิหารพระเขียวโขง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536 โดยใช้วัสดุเสาไม้ตะเคียนทอง ไม้แดง จากประเทศลาว พม่า และไทย พระครูบาอินทรเป็นผู้ออกแบบก่อสร้างและออกแบบลวดลายพื้นเมือง ผสมผสานระหว่างสมัยเก่ากับสมัยใหม่
วิหารพระเจ้าเขียวโขงเมื่อมองจากด้านหน้าจะมีหลังคา 5 ชั้นมีช่อฟ้า 5 ตัวหมายถึงพระเจ้า 5 พระองค์ ด้านหลังอีกสามหมายถึงศีลสมาธิปัญญา หมายถึงการปฏิบัติของพระพุทธเจ้า เพื่อเดินเข้าสู่พระนิพพาน หน้า 5 รวมหลัง 3 เป็น 8 หมายถึงต้องปฏิบัติตามทางสายกลางคือมรรค 8 ได้ธรรมมัชฌิมา ทางสายกลางคือ 9 เป็นโลกุตรธรรม
การเดินทางไปเยี่ยมชม 5 วัดสวยของลำพูน ไม่ใช่เพียงการแวะไหว้พระขอพร แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ได้ซึมซับทั้งความงดงามของสถาปัตยกรรมล้านนา วิถีชีวิตเรียบง่ายของคนท้องถิ่น และบรรยากาศเมืองเหนือที่ชวนให้ตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


