ใครที่มีโอกาสขึ้นเหนือไปแอ่วจังหวัดน่าน วันนี้ในตัวเมืองน่านมีแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้แห่งใหม่ คือ “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” ที่เพิ่งเปิดตัวให้เข้าชมไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาระบบคิดของเยาวชนน่าน ผ่านสาระความรู้แขนงต่าง ๆ อาทิ ศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม
อีกทั้งยังเป็นศูนย์สร้างสรรค์ทางปัญญา เป็นพื้นที่แสดงผลงานชิ้นเอก พื้นที่เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดองค์ความรู้ รวมถึงเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าเที่ยวชมและทำกิจกรรมภายในศูนย์กันได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร เป็นการนำอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า มาปรับปรุงและพัฒนาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้แห่งใหม่คู่เมืองน่าน โดยงานออกแบบสถาปัตยกรรมของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่าง “ศิลปะล้านนา” กับ “ศิลปะบาโรก” รวมถึงมีการนำอัตลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเมืองน่านที่ปรากฏตามอาคารสำคัญ ๆ ทางประวัติศาสตร์มาประดับตกแต่ง จนกลายเป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นผสานความเป็นสากลที่ดูลงตัวไม่น้อย
ส่วนที่บริเวณลานกว้างกลางแจ้งด้านนอกของอาคารศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ให้สักการะ รวมถึงบรรดาสายมูได้ขอพรเสริมสิริมงคลกัน
ขณะที่ตรงมุมเสา 2 ข้างหน้าโถงทางเข้าหลัก มีกระถางสีม่วงสวยงามมีลวดลายแพะ พร้อมกับพระนาม “สิรินธร” ซึ่งเป็นสีของวันพระราชสมภพ (วันเสาร์ที่ 2 เม.ย. 2498) และปีพระราชสมภพ (ปีมะแม-ปีแพะ) ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักพัฒนาอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนคนไทย
จากนั้นเมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาจะเป็นส่วนการจัดแสดงต่าง ๆ ภายในอาคาร ซึ่งวันนี้ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารแห่งนี้ มีการแบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น 6 จุดหลักด้วยกัน
เริ่มกันที่จุดแรกตรงบริเวณด้านขวามือ (เมื่อเดินเข้าไป) ของโถงอาคารชั้นล่าง คือ “รถยนต์พระที่นั่งของในหลวงรัชกาลที่ ๙” ที่เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของสถานที่แห่งนี้
โดยทางศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารได้อัญเชิญรถพระที่นั่งแลนด์โรเวอร์ เลขทะเบียน “ร.ย.ล.135” ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาประดิษฐานในศูนย์แห่งนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระวิริยอุตสาหะและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทั่วทุกหนแห่ง
พร้อมทั้งมีภาพประกอบของรถคันดังกล่าวในมุมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาพในหลวง ร.๙ ทรงประทับนั่งพิงรถแลนด์โรเวอร์คันนี้อย่างไม่ถือพระองค์ เพื่อตรัสถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของพสกนิกรจาก นาย “พร้อม จินนาบุตร” ราษฎรที่เฝ้ารับเสด็จ บนสะพานไม้บ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านเจาะบากง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2524 (ณ ขณะนั้นบ้านเจาะบากงยังไม่ได้ปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทย) ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งภาพที่คนไทยจำนวนมากซาบซึ้งใจ และอดน้ำตารื้นเพราะคิดถึงพ่อของแผ่นดินไม่ได้
ตรงจุดนี้ยังมีเอกสารการจดทะเบียนรถคันดังกล่าว ลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” รวมถึงมีกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงใช้ในการเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชภารกิจทั่วประเทศไทย
จุดที่ 2 เป็นห้อง “พิพิธภัณฑ์ศาลากลางจังหวัดน่าน” จัดแสดงเรื่องราวของอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 เพื่อเป็นสถานที่ทำงานของส่วนราชการระดับจังหวัด กระทั่งถูกเลิกใช้ประโยชน์ไปในปี พ.ศ. 2558 เนื่องจากมีการย้ายที่ทำการราชการไปยังศูนย์ราชการจังหวัดน่านแห่งใหม่ ก่อนที่จะถูกปรับปรุงเป็นศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร อีกหนึ่งพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ของจังหวัดน่าน
ภายในห้องนี้มีการจัดแสดงสิ่งน่าสนใจ อาทิ
โมเดลอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า และป้ายศาลากลางจังหวัดน่าน ประติมากรรม “ครุฑพ่าห์” ตราประจำสถานที่ราชการ ที่เคยอยู่บนหน้าบันของอาคารแห่งนี้
และ “พระคลังมหาสมบัติ” เทพยดาผู้ดูแลทรัพย์สินของพระราชา และเป็นมหาเทวาประจำพระคลังแผ่นดิน ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเชื่อกันว่าหากผู้ใดบูชากราบไหว้ จะประสบกับความมั่งคั่งร่ำรวย มีสุขสมปรารถนา
จุดถัดมาเป็นห้อง “เทคโนโลยีกับมนุษย์” ที่มุ่งเน้นการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างนวัตกรรมในอนาคต
ห้องนี้แบ่งออกเป็น 3 โซน คือ “โซนเข้าใจ” “โซนสำรวจ" และ “โซนท้าทาย” ที่หวังจุดประกายให้เรารู้จักท้าทายตัวเอง จากผู้ตามสู่ผู้สร้างสรรค์
ส่วนจุดที่ 4 เป็นห้อง “Nan Simulation” กับแนวคิดด้านการอนุรักษ์ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องขยะและแนวทางการจัดการที่ยั่งยืน
ห้องนี้มีกิจกรรมหลากหลายให้ทำ รวมถึงไฮไลต์ในส่วนสุดท้ายกับวิดีโอ Mapping นำเสนอ Soft Power อันหลากหลายของจังหวัดน่าน ที่เต็มไปด้วยแสงสีดูน่าตื่นตาตื่นใจ
จากนั้นในจุดที่ 5 เป็น “ห้องสมบัติน่าน” ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดิน นำเสนอเรื่องราวยุคทองของสมบัติเมืองน่าน ผ่านเงินตรา เครื่องเงิน และผ้าทอ
ส่วนการจัดแสดงในจุดที่ 6 ตั้งอยู่บนชั้น 2 คือห้อง “นิทรรศการ ร.๙” ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้
ห้องนิทรรศการ ร.๙ จัดแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ “จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” ในช่วงตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยแบ่งเป็น 9 หมวดหลัก ๆ กับพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “พลังแห่งแผ่นดิน”
ขณะที่ใกล้ ๆ กับห้องนิทรรศการ ร.๙ เป็นห้องกระจก ภายในประดิษฐานพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้มองผ่านจากภายนอกพร้อมกราบสักการะพระองค์ท่านกัน
นอกจากนี้บริเวณผนังตรงโถงทางเดินจากบันไดกลางขึ้นสู่ชั้น 2 นั้น มีการประดับภาพวาด “ดอกไม้แห่งหัวใจ” หรือภาพวาด “คุณยายตุ้มถวายดอกบัวรัชกาลที่ ๙” ที่วาดมาจากภาพเหตุการณ์จริง เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรภาคอีสานเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ณ บริเวณสามแยกชยางกูร-เรณูนคร ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
คุณยายตุ้ม จันทนิตย์ หญิงชราวัย 102 ปี (เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2396) ได้มารอเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่เช้าจนบ่าย พร้อมกับดอกบัวสาย 3 ดอก ที่แม้ดอกบัวจะโรยราจากความร้อน แต่หัวใจของคุณยายยังคงเต็มไปด้วยความจงรักภักดี
กระทั่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จมาถึง คุณยายได้ยกดอกบัวขึ้นเหนือศีรษะแสดงความจงรักภักดี ขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงโน้มพระองค์ลงมาและแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน พระหัตถ์แตะมือของยายตุ้มอย่างนุ่มนวล
ภาพนี้ถ่ายโดยหัวหน้าช่างภาพส่วนพระองค์ นาย “อาณัติ บุนนาค” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า “ภาพดอกไม้แห่งหัวใจ” ที่นอกจากจะถูกนำมาใช้บนธนบัตรไทยแล้ว ภาพนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ของคนไทยที่หลาย ๆ คนเมื่อเห็นแล้วอดน้ำตาคลอไม่ได้
ภายในศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคารยังมีมุมสงบ สำหรับให้อ่านหนังสือ นั่งทำงาน นั่งพักผ่อน ใช้สมาธิครุ่นคิด รวมถึงมีพื้นที่ทำงานกลุ่มให้ผู้สนใจได้มาปรึกษา ทำงานร่วมกัน
ไม่เพียงเท่านั้นภายในอาคารศูนย์การเรียนรู้ที่ได้ปรับปรุงใหม่มีการออกแบบอย่างสวยงามคลาสสิก วันนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของชาวน่านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์ความน่าสนใจของศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ที่ต้องการเปิดโลกการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนผ่านน่าน จากเมืองแห่งวัฒนธรรมมีชีวิตให้ก้าวสู่ เมืองสร้างสรรค์ของไทยในเวทีโลก
#######################################
ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ตั้งอยู่บนถนนสุริยะพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน
เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้วแต่วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 9:00-17:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 054-600-999 (ในวันทำการของศูนย์การเรียนรู้)


