ในหลวง โปรดเกล้าฯ ยกวัดราษฎร์ 5 แห่ง เป็น พระอารามหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศยกวัดราษฎร์ เป็นพระอารามหลวง ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็น “พระอารามหลวง” ทั้งหมด 5 วัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ดังนี้
1.วัดอโศการาม อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอารามต้นแบบด้านกรรมฐานศึกษาที่พระสุทธิธรรมรังสี คัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมฺมธโร) สถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2498 เพื่อเป็นราชานุสรณีย์แห่งสมเด็จพระเจ้าอโศกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระธุตังคเจดีย์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช 2509 ประกอบด้วยเสนาสนะและอาณาบริเวณเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นรมณียสถานสำหรับบำเพ็ญสมณธรรมฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นศูนย์กลางแห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในมัชฌิมเขต ต้องตามพระสังฆราโชบายและมติมหาเถรสมาคม นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดสมุทรปราการและภูมิภาคภาคกลางของราชอาณาจักรไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดอโศการาม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
2.วัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เป็นอารามสำคัญคู่นครลำปางมาแต่โบราณกาล นับอดีตเนื่องด้วยขัตติยตระกูลแห่งเจ้าผู้ครองนครฝ่ายเหนือ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุลำปางหลวงและพระแก้วดอนเต้า เจดียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญแห่งราชอาณาจักร
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ไปถวายน้ำสรงพระบรมธาตุเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2514 และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เสด็จไปทรงนมัสการหลายวาระด้วยเป็นพระธาตุประจำปีฉลูพระนักษัตรตามคติล้านนา มีการจัดวางผังสถาปัตยกรรมตามคติพระพุทธศาสนาเป็นแบบแผน มีศาสนประเพณีประจำท้องถิ่นและการประกอบศาสนกิจเป็นศูนย์รวมจิตใจของมหาชนในพายัพเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดลำปาง และภูมิภาคภาคเหนือของราชอาณาจักรไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
3.วัดป่าแสงอรุณ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สถาปนาขึ้นโดยคณะพระบูรพาจารย์ในวงศ์พระกรรมฐานสายพระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต) ซึ่งล้วนเป็นที่ทรงพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นสัปปายสถาน และมีเสนาสนะเป็นระเบียบเรียบร้อยมั่นคง ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้งด้านสาธารณูปการ ศิลปกรรม การปกครอง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม มีสิมอีสานเป็นประธาน สำแดงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาพื้นเมือง ได้รับการพัฒนาให้เจริญมั่นคงยิ่งขึ้นมาโดยลำดับ มีพระเถระครองวัดซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิปรีชาด้านพระปริยัติธรรม อำนวยให้มีการสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี
กระทั่งพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาของคณะสงฆ์ในภูมิภาค เกื้อกูลต่อความยั่งยืนของพระบวรพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษาของคณะสงฆ์ในอีสานเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดขอนแก่น และภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดป่าแสงอรุณ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
4.วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นอารามโบราณ มีนามแสดงนัยสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ว่าวัดหลวง ตั้งอยู่บนเขาพะโคะ ประดิษฐานพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระมาแต่โบราณสมัย ได้รับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์จากสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งกรุงศรีอยุธยาหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระเอกาทศรถ บริบูรณ์ด้วยกิตติประวัติด้านการปกครองคณะสงฆ์ พุทธศาสนประวัติ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม มีตำนานสัมพันธ์เนื่องในสมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ จัดเป็นปูชนียสถานพยานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนชาวพุทธและกิจการพระพุทธศาสนาในทักษิณเขต มีบทบาทพิเศษในการเผยแผ่พระธรรมวินัย การศึกษา และการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดสงขลา และภูมิภาคภาคใต้ของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราชประดิษฐาน เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
5.วัดสาลโคดม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นอารามโบราณนับแต่กรุงศรีอยุธยา ได้สถาปนาขึ้นใหม่ให้บริบูรณ์ด้วยถาวรวัตถุสถานมั่นคง โดยศรัทธาปสาทะแห่งหม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นปฐม
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชศรัทธาพระราชทานพระราชทรัพย์สถาปนาอุโบสถ พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย สก ประดิษฐานบนหน้าบัน เป็นอารามที่ประดิษฐานพระพุทธชินวรมุนี อันเป็นที่เคารพสักการะของมหาชน อนุสนธิพระบรมราชินูปถัมภ์แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเป็นต้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชูปถัมภ์สืบมา พรั่งพร้อมด้วยวิริยภาพและกุศลศรัทธาของคณะองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลอยู่เป็นเนืองนิตย์ อนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี มีพระราชปณิธานในอันที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง การยกอารามนี้ขึ้นเป็นพระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลสมัยแห่งพระชนมพรรษา นับเป็นศรีศุภนิมิตในการสืบสานพระราชปณิธานและพระราชกุศลธรรมจริยาธรรมราชินี
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดสาลโคดม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ


