ชวนเที่ยว “เกาสง” เมืองท่าสำคัญของไต้หวัน ที่ถือว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะเพราะมีความอาร์ตแทรกตัวอยู่ในทุกมุม ไปเช็คอิน 8 ที่เที่ยวสุดปัง ถ่ายรูปดี วิวสวย เที่ยวได้แบบฟินๆ
“เกาสง” เมืองใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวันและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ โดยท่าเรือของเกาสงเป็น 1 ใน 4 ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก และที่นี่ก็ยังถือเป็นเมืองแห่งศิลปะ เพราะไม่ว่าไปเที่ยวที่ไหนในเมืองก็จะเห็นความอาร์ตแทรกตัวอยู่ในทุกจุด
สำหรับใครที่กำลังจะไปเที่ยวเกาสง แล้วไม่รู้จะปักหมุดไปเที่ยวที่ไหนดี ชวนจดลิสต์ 8 จุดเที่ยวสุดปัง ที่ได้เสพทั้งความอาร์ต วิวสวยๆ ได้ชิมของอร่อย และไหว้พระศักดิ์สิทธิ์
ท่าเรือศิลปะ (Pier-2 Art Center)
เป็นท่าเรือเก่าแก่ และอดีตโกดังสินค้า ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1973 ผ่านความรุ่งเรืองในการเป็นท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนสู่ความซบเซา และถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งในปี ค.ศ.2006 โกดังร้างและพื้นที่ท่าเรือแห่งนี้ ถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นศูนย์ศิลปะ และเรียกว่า “Pier-2 Art Center” โดยตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือหมายเลข 2 ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งใน 122 ท่าเรือในเมืองเกาสง ต่อมา การปรับปรุงพื้นที่ให้กลายเป็นย่านศิลปะได้ขยายตัวมากขึ้น จนปัจจุบันนี้ครอบคลุมไปตั้งแต่ท่าเรือหมายเลข 1-10
การพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นย่านศิลปะนี้ ทำให้ย่านนี้มีทั้งการจัดนิทรรศการต่างๆ หมุนเวียนกันไป มีผลงานศิลปะบนท้องถนน งานศิลปะกลางแจ้ง ผลงานบนผนังตึก รวมถึงความอาร์ตที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งนอกจากผลงานศิลปะที่มีให้เดินชมมากมายแล้ว ย่านนี้ก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านค้า ไปจนถึงสตูดิโอของศิลปิน
สะพาน Great Harbour
หรือ สะพานต้ากั่ง เป็นสะพานหมุนแห่งแรกของไต้หวัน และเป็นสะพานหมุนข้ามท่าที่ยาวที่สุดในเอเชีย สามารถหมุนแนวนอนภายใน 3 นาที การแสดงเปิดและปิดสะพานเริ่มขึ้นเวลา 15.00 น. ของทุกวัน โดยวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์มีการแสดงเพิ่มเวลา 19.00 น. เป็นสะพานสำหรับคนเดินเท้าและเข็นจักรยานขึ้นได้
สะพานต้ากั่งสีขาวบริสุทธิ์ มีความยาว 110 เมตร ได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากเปลือกหอยและโลมาที่โค้งตัวอยู่เหนือผิวน้ำ บริเวณจุดกึ่งกลางของสะพานมีจุดชมวิว นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวท่าเรือเกาสงที่สวยงามได้
Kaohsiung Music Center
หรือ ศูนย์ดนตรีเกาสง ได้รับการออกแบบอย่างล้ำยุค ลักษณะของอาคารได้แรงบันดาลใจจากคลื่นทะเล ที่เชื่อมโยงกับการเป็นเมืองท่าเรือของเกาสง จนได้รางวัลเหรียญทองจาก The World Prix d'Excellence Awards ประจำปี 2021 มาแล้ว มีสถานที่จัดแสดงดนตรีและคอนเสิร์ตทั้งแบบกลางแจ้งและในอาคาร โปรแกรมเพลงจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละสัปดาห์ หรือเพียงแค่มาเดินเล่นริมน้ำ ชมบรรยากาศสวยๆ ก็เต็มอิ่มแล้ว
สวนวัฒนธรรมทางรถไฟฮามาเซ็น
ที่นี่เคยใช้เป็นเส้นทางรถไฟสายตะวันตกที่ใช้รับส่งสินค้ามายังท่าเรือ โดยได้ตั้งเป็นสถานีรถไฟท่าเรือเกาสง ซึ่งเป็นสถานีรถไฟแห่งแรกในไต้หวัน ปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็น “สวนวัฒนธรรมทางรถไฟฮามาเซ็น” มีรางรถไฟที่เลิกใช้งานแล้ววิ่งผ่าน นอกจากนี้ยังมีรถไฟเก่าบางขบวนจัดแสดงอยู่ในสวนด้วย
ในปี ค.ศ.2015 มีการเปิดใช้รถไฟฟ้ารางเบา วิ่งเลียบชายหาด ที่สามารถนั่งชมวิวได้รอบๆ ตั้งแต่สวนวัฒนธรรมทางรถไฟฮามาเซ็น ผ่าน Pier-2 Art Center, สะพาน Great Harbour เรื่อยไปจนถึงศูนย์ดนตรีเกาสง และต่อไปยังพื้นที่โซนอื่นๆ โดยได้มีการปรับปรุงเส้นทางคู่ไปกับทางรถไฟฟ้ารางเบา สามารถเดินเล่น หรือปั่นจักรยานชมพื้นที่รอบๆ ได้
เกาะฉีจิน (Cijin Island)
เกาะเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเมืองเกาสง ที่เพียงแค่นั่งเรือข้ามฟากไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้ว เป็นท่าเรือเก่าแก่ของเมืองเกาสง ที่นี่มีโบราณสถานหลายแห่งที่อนุรักษ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็น วัดเทียวโฮ่ว (Tianhou Temple) ซึ่งมีประวัติศาสตร์มานานกว่า 300 ปี ป้อมฉีโฮ่ว(Qihou Battery) หรือประภาคารฉีโฮ่ว (Qihou Lighthouse) ที่สามารถเดินขึ้นเนินเขาขึ้นไปชมวิวจากมุมสูงได้ เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว เกาะเเห่งนี้ยังมีเอกลักษณ์ท้องถิ่นด้วย คือ สามล้อถีบ รวมถึงตลาดอาหารทะเลสดที่โด่งดัง และในยามเย็น แนะนำให้ไปชมพระอาทิตย์ตกบริเวณหาดฉีจิน หาดทรายสีดำที่ทอดยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร
ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Tourist Night Market)
หากชอบลิ้มลองอาหารสไตล์สตรีทฟูดของไต้หวันแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาด “ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ” ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 ตอนกลางวันที่นี่เป็นถนนปกติ แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน ถนนสายเดิมจะเปลี่ยนโฉมเป็นย่านตลาดนัดสุดคึกคัก เรียงรายสองข้างทางด้วยของกินที่ละลานตากว่า 140 ร้าน แต่จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน
ตลาดแห่งนี้มีขายทุกอย่าง ตั้งแต่ของทานเล่น อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ของสะสม เกม ไปจนถึงความบันเทิงนานาชนิด แต่ทีเด็ดที่เป็นจุดขายสำคัญ ก็ต้องยกให้กับอาหารนานาชนิด ทั้งคาวหวาน ของว่างและอาหารทะเลท้องถิ่น โดยนอกจากรสชาติอร่อยแบบคนท้องถิ่นแล้ว ราคาอาหารยังสบายกระเป๋าอีกด้วย
โดมแห่งแสง (Dome of Light)
โดมแห่งแสง ถือเป็นงานศิลปะของการออกแบบที่สะดุดตามาก ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Formosa Boulevard เป็นโดมกระจกสีกลางแจ้ง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 660 ตารางเมตร และใช้เวลาสร้างนานถึง 4 ปีเต็ม ประติมากรรมนี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมิติใหม่ให้กับชีวิตศิลปะของเมืองเกาสงด้วย
ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตมนุษย์ ผ่านแนวคิด ดิน น้ำ ลม ไฟ เรียงกันตามลำดับช่วงชีวิต พร้อมข้อความที่กล่าวถึง ความรักและความอดทน ด้วยความพิเศษและความตื่นตาตื่นใจของโดมแห่งนี้ ทำให้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Formosa Boulevard กลายเป็นจุดถ่ายรูปและเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
พุทธอุทยานโฝกวงซัน
ที่ตั้งอยู่ชานเมืองเกาสง ห่างออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นวัดในนิกายมหายานสายรินไซเซ็น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1967 โดยพระอาจารย์ซิงหยุน (Master Hsing Yun) และลูกศิษย์ มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้แพร่หลายไปทั่วโลก และเป็นพุทธศาสนาของโลกมนุษย์
ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่เรียกกันว่า “พระใหญ่โฝกวงซัน” (Fo Guang Shan Big Buddha) หรือ องค์พระศากยมุนี พระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดงองค์ใหญ่ มีความสูงถึง 50 เมตร ประดิษฐานอยู่บนจุดสูงสุดของพุทธอุทยาน สามารถมองเห็นได้จากทั่วลานกว้างด้านหน้า สองฝั่งของลานด้านหน้าองค์พระใหญ่ มีเจดีย์ 8 องค์เรียงรายอยู่ เจดีย์แต่ละองค์ก็จะถ่ายทอดคำสอนในพุทธศาสนาในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป
บริเวณฐานขององค์พระใหญ่ แบ่งเป็นห้องต่างๆ ที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งของล้ำค่าต่างๆ อยู่ด้านใน สามารถเดินชมได้โดยรอบ (แต่ภายในไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ) ที่สำคัญคือ หอพระหยก (Jade Buddha Shrine) เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยว หรือ ฟันของพระพุทธเจ้า ซึ่งบรรจุอยู่ด้านบนของ องค์พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหยกจากเมียนมา
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


