พาไปรู้จักกับ PE Visa และบัตร Reserve บัตรสมาชิกสุดพิเศษ ที่นายหมิงเฉิน ซัน หนุ่มจีนผู้อื้อฉาวจากคดีดังถือ ซึ่งเขาเป็นสมาชิกระดับ V.I.P. จาก โครงการ Thailand Elite Card ที่ตอนหลังรีแบรนด์เป็น Thailand Privilege Card อีกหนึ่งโครงการดังในสมัยรัฐบาลทักษิณ
จากกรณีนาย “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มชาวจีนพกอาวุธปืนขับรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ควบคุมตัวไปค้นบ้านพักในเขตพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กระทั่งพบคลังแสงขนาดย่อมที่มีทั้งอาวุธปืนสงคราม, วัตถุระเบิด C4 และระเบิดมือจำนวนมาก จนปรากฏเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วปะเทศ
สำหรับคดีความดังกล่าว เบื้องต้น นายหมิงเฉิน ซัน ถูกนำตัวฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา หลังถูกสอบปากคำเครียดหลายวัน โดยไร้เงาญาติเข้าเยี่ยม-ประกันตัว ซึ่งทางตำรวจจังหวัดชลบุรี ยังไม่ตัดประเด็นก่อการร้าย -วินาศกรรม และการที่ผู้ต้องหาอ้างป่วยจิตไม่ใช่เหตุละเว้นการดำเนินคดี พร้อมการชี้ครอบครองอาวุธร้ายแรงและวัตถุระเบิดเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะ จ. ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
นอกจากนี้นาย หมิงเฉิน ซัน ยังอาจถูกดำเนินคดีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเอกสารแสดงตัวตนและการได้มาซึ่งสถานะทางทะเบียนหรือสัญชาติ โดยการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีทั้งบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ “บัตรสีชมพู” หนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ
พร้อมกันนี้นาย นายหมิงเฉิน ซัน ยังถือ Privilege Entry Visa หรือ PE Visa จากโครงการบัตร Thailand Elite Card ที่ออกให้นายหมิงเฉิน ซัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล เพราะหวั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ “ต่างชาติสีเทา” เข้ามาทำผิดกฎหมายในเมืองไทยมากยิ่งขึ้น
จาก Thailand Elite Card สู่ Thailand Privilege Card
โครงการ “Thailand Elite Card” (ไทยแลนด์ อีลิท การ์ด) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “บัตร ไทยแลนด์ อีลิท การ์ด” เป็นโครงการที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ในสมัยรัฐบาลที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งโครงการชื่อดังที่สังคมจับจ้องเป็นอย่างมาก หลังรัฐบาลนายทักษิณประกาศออกมา
หลังจากนั้นโครงการ Thailand Elite Card ได้มีการปรับโฉมรีแบรนด์ใหม่เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี เป็น “Thailand Privilege Card” ดำเนินการโดย “บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดกลุ่มชาวต่างชาติที่มีรายได้สูงให้มาใช้จ่ายและพำนักระยะยาวในเมืองไทย ด้วยแนวคิด “Long-Term Visa with More Privileges” โดยหวังว่าชาวต่างชาติเหล่านั้นจะมาจับจ่ายใช้สอยสร้างรายได้จำนวนมากให้กับเมืองไทย
ด้วยเหตุนี้โครงการ Thailand Privilege Card จึงมอบสิทธิ์วีซ่าพำนักระยะยาว (Long-term Visa) ตั้งแต่ 5-20 ปี รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ระดับหรูให้กับสมาชิกชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตในประเทศไทย
หมิงเฉิน ซัน ถือบัตรสมาชิกสุดพิเศษ
โครงการ Thailand Privilege Card (หรือ Thailand Elite Card เดิม) แบ่งประเภทสมาชิก ออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
-Bronze : ค่าธรรมเนียม 650,000 บาท อายุสมาชิก 5 ปี ไม่มีคะแนนสะสม
-Gold : ค่าธรรมเนียม 900,000 บาท อายุสมาชิก 5 ปี รับคะแนนสะสม 20 คะแนน/ปี
-Platinum : ค่าธรรมเนียม 1.5 ล้านบาท อายุสมาชิก 10 ปี รับคะแนนสะสม 35 คะแนน/ปี
-Diamond : อัตราค่าธรรมเนียม 2.5 ล้านบาท อายุสมาชิก 15 ปี รับคะแนนสะสม 55 คะแนน/ปี
-Reserve : อัตราค่าธรรมเนียม 5 ล้านบาท อายุสมาชิก 20 ปี++ รับคะแนนสะสม 120 คะแนน/ปี
บัตรสมาชิกประเภท Reserve ถือเป็นบัตรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับกลุ่ม Ultra High Net Worth ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดและบริการเฉพาะที่สะดวกรวดเร็ว โดยบัตรประเภทนี้ จำกัดจำนวนสมาชิกปีละไม่เกิน 100 คนเท่านั้น ซึ่งนายหมิงเฉิน ซัน ถือบัตรประเภทสมาชิก 20 ปี โดยบัตรของเขาจะหมดอายุในวันที่ 3 มิ.ย. 2585
หมิงเฉิน ซัน ถือ PE Visa
สำหรับผู้สมัครที่ได้รับอนุมัติเป็นสมาชิกในโครงการ Thailand Privilege Card (หรือ Thailand Elite Card เดิม) จะได้รับวีซ่าประเภท “Privilege Entry Visa” หรือ “PE Visa” เป็นสิทธิหลักของโครงการนี้ ดังเช่น นายหมิงเฉิน ซัน ที่ใช้ PE Visa เข้าประเทศไทยครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. 65 โดยตั้งแต่ปี 2565-2569 เขาใช้ PE Visa เข้า-ออก ประเทศไทยรวมทั้งหมด 55 ครั้งด้วยกัน
Privilege Entry Visa เป็นวีซ่าแบบ Multiple Entry มีอายุ 5-20 ปี สามารถต่ออายุได้ตลอดระยะเวลาสมาชิกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดีโครงการ Thailand Privilege Card ไม่ได้ให้สิทธิสมาชิกทำงานในเมืองไทย ผู้ที่ถือวีซ่าของโครงการหากต้องการทำงาน หรือมีรายได้ในเมืองไทย ต้องได้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทย มีใบอนุญาตทำงาน และต้องสมัครวีซ่าประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องแทน
แต่ผู้ที่เป็นสมาชิกโครงการ Thailand Privilege Card ยังสามารถทำงานทางไกลให้กับนายจ้างหรือลูกค้าที่อยู่นอกประเทศไทยได้ ในลักษณะการบริหารธุรกิจที่จดทะเบียนในต่างประเทศ หรือรับงานฟรีแลนซ์ให้กับลูกค้าต่างชาติ
สำหรับกรณีของนายหมิงเฉิน ซัน หนุ่มชาวจีน ที่มีอาวุธมากมายในระดับคลังแสงนั้น คดีความต่าง ๆ ก็คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีกันไปตามกฎหมาย
ขณะที่การถือ PE Visa และบัตร Reserve จาก โครงการ Thailand Privilege Card (หรือ Thailand Elite Card เดิม) ของนายหมิงเฉิน ซัน ที่ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตนั้นก็เป็นที่รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องเคลียร์ข้อสงสัย จัดการระบบคัดกรองผู้สมัครสมาชิกให้เข้มข้น และบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดสำหรับผู้ทำผิดกฎหมายจากโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้เพื่อให้โครงการดังกล่าวดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง คือเพื่อดึงดูด “ชาวต่างชาติที่มีคุณภาพ” มีกำลังซื้อสูง มาจับจ่ายใช้สอย สร้างรายได้ให้กับเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่ดึงดูด “ชาวต่างชาติสีเทา” มาทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย สร้างความฉิบหายให้เมืองไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


