“หมู่เกาะสุรินทร์” หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวดังของจังหวัดพังงา นอกจากจะมีหาดสวย น้ำใส และโลกใต้ทะเลที่งดงามแล้ว หมู่เกาะแห่งนี้ยังมีเอกลักษณ์ที่แปลกแตกต่างจากเกาะทั่ว ๆ ไปในบ้านเรา คือ เป็นที่ตั้งของ “หมู่บ้านมอแกน” แบบดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในเมืองไทย
รู้จักเกาะสุรินทร์
หมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ประกอบด้วย 5 เกาะ นำโดย 2 เกาะหลักที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ เกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ กับ 3 เกาะบริวารได้แก่ เกาะรี (เกาะสต๊อก) เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) และเกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) รวมถึงมี “กองหินริเชลิว” ที่ผนวกเข้ามาเพิ่มเติมภายหลัง
ในอดีตเกาะสุรินทร์เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวเลเผ่า “มอแกน” แบบไม่ถาวร จนกระทั่ง “พระยาสุรินทราชา” เทศาเมืองภูเก็ต (นามเดิมนกยูง วิเศษกุล) ได้เดินทางออกสำรวจทะเลฝั่งอันดามันพบหมู่เกาะแห่งนี้ จึงได้ตั้งชื่อเกาะตามชื่อของตนว่า “หมู่เกาะสุรินทร์” โดยพระยาสุรินทราชาได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบหมู่เกาะสุรินทร์คนแรกอย่างเป็นทางการ
จากนั้นในปี พ.ศ.2524 หมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็น “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” (ลำดับที่ 30) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 30 ของเมืองไทย
อ่าวช่องขาด ศูนย์กลางแห่งเกาะสุรินทร์
สำหรับจุดท่องเที่ยวเด่น ๆ บนเกาะสุรินทร์นั้น นำโดย “อ่าวช่องขาด” บนเกาะสุรินทร์เหนือ ที่เป็นดังศูนย์กลางและพื้นที่รับแขกของเกาะ เพราะมีทั้งจุดเทียบเรือ ที่ทำการอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โรงอาหาร พื้นที่พักรับประทานอาหารกลางวันของนักท่องเที่ยวท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น ห้องน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น
อ่าวช่องขาด มีลักษณะเป็นร่องน้ำตื้นธรรมชาติคั่นกลางระหว่างเกาะสุรินทร์เหนือกับเกาะสุรินทร์ใต้ แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนหน้าอ่าวเป็นจุดจอดเรือ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีป้ายอุทยานฯ และอ่าวช่องขาด ตั้งเด่นหราเป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยว
ส่วนถัดเข้ามาเป็น “เสาธงชาติไทย” ที่มีสิ่งสะดุดตา คือ “เหนียะเอนหล่อโบง” หรือ “เสาวิญญาณบรรพบุรุษ” ของชาวมอแกนที่ทางอุทยานฯอัญเชิญมาตั้งไว้
ใครที่ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่ อย่าไปทำอุบาทอนาจาร เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ไม่ดีมีอันเป็นไปโดยไม่ทราบสาเหตุกับคนพิเรนทร์ พวกชอบลองของ ที่มาลบหลู่เสาวิญญาณกันหลายคนแล้ว
เมื่อเดินผ่านบริเวณเสาธงชาติเข้ามาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารกว้างขวางท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมร่มรื่นเขียวครึ้ม ตรงโซนนี้มักจะมี “บ่าง” หรือ “พุงจง” สัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายกระรอกบินมาอวดโฉมอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นสัตว์ดาราของที่นี่ไปแล้ว
ส่วนอ่าวช่องขาดโซนด้านหลัง มีหาดทรายยาวขาวเนียน ยามน้ำลงชายหาดจะกว้างใหญ่มาก บริเวณนี้มีทะเลสวยใสสีฟ้าอ่อนราวกับสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เมื่อมองออกไปจะเห็นเกาะสุรินทร์ใต้ตั้งตระหง่าน
อย่างไรก็ดีแม้อ่าวช่องขาดจะเป็นเขตน้ำตื้น แต่ก็มีร่องน้ำลึกที่น้ำไหลเชี่ยวและเป็นเส้นทางเดินเรือ ถือเป็นจุดอันตราย ซึ่งทางอุทยานฯ ได้วางแนวทุ่นไว้ ห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำออกนอกเขตทุ่นโดยเด็ดขาด
บริเวณอ่าวช่องขาดยังมี “หินแม่ไก่” เป็นกองหินรูปร่างประหลาด ดูคล้ายหัวไก่ตั้งโดดเด่น เป็นดังสัญลักษณ์ของเกาะสุรินทร์ ที่มีคนนิยมไปถ่ายรูปคู่หินแม่ไก่กันเป็นจำนวนมาก
บนเกาะสุรินทร์เหนือ ยังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ อีก ได้แก่ อ่าวกระทิง อ่าวไม้งาม อ่าวแม่ยาย อ่าวทรายแดง อ่าวไทรเอน และอ่าวจาก ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกัน
เกาะสุรินทร์ แหล่งดำน้ำตื้นสวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย
หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของคนที่มาเที่ยวเกาะสุรินทร์ก็คือการดำน้ำตื้น (Snorkeling) เนื่องจากเกาะสุรินทร์ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่ดีและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
หมู่เกาะสุรินทร์มีจุดดำน้ำที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจอยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่งบริษัททัวร์ส่วนใหญ่มักจะขายแพกเกจดำน้ำ 4 จุด รวมไปกับทัวร์เที่ยวเกาะสุรินทร์แบบ One Day Trip โดยจัดจุดดำน้ำตามความเหมาะสมตามสภาพของคลื่นลมในช่วงนั้น ๆ
สำหรับ 4 จุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างสูง (ของบริษัททัวร์) ได้แก่
-“อ่าวช่องขาด” ที่มีปะการังสวยงามและฝูงปลาหลากชนิด ทั้งยังมีไฮไลต์คือ “ดอกไม้ทะเล” อันเป็นที่อยู่ของ “ปลาการ์ตูนส้มขาว” หรือที่หลาย ๆ คนนิยมเรียกกันว่า “นีโม” (ตามชื่อแอนนิเมชั่นดัง) อยู่หลายกอด้วยกัน จนทำให้จุดดำน้ำอ่าวช่องขาดได้รับฉายาว่าว่า “อ่าวนีโม”
-“อ่าวแม่ยาย” อ่าวที่ใหญ่ที่สุดของเกาะสุรินทร์เหนือ บนฝั่งมีชายหาดเล็ก ๆ ให้พักผ่อน ส่วนโลกใต้ทะเลของอ่าวแห่งนี้ก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีปะการังหลากชนิดเป็นบริเวณกว้าง ทั้งปะการังผักกาด ปะการังจาน ปะการังโต๊ะ ปะการังเขากวาง ฯลฯ
-“อ่าวไม้งาม” มีทั้งปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังเคลือบ ฯลฯ และฝูงปลานานาชนิด โดยนักท่องเที่ยวสามารถลงดำน้ำได้ทั้งจากบนเรือ หรือว่ายน้ำจากหน้าหาดไปดำชมโลกใต้ทะเลที่อ่าวแห่งนี้ได้
-“อ่าวสุเทพ” ได้ชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำไฮไลท์ของหมู่เกาะสุรินทร์ เพราะมีแนวปะการังที่สมบูรณ์กว่า 1 กิโลเมตรเป็นแนวยาวต่อเนื่อง เป็นดังสวนใต้ทะเลที่งดงามน่าตื่นตาตื่นใจ
นอกจากนี้หมู่เกาะสุรินทร์ยังมีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ อ่าวบอน อ่าวสับปะรด อ่าวเต่า หินกองหรือหินแพ เกาะมังกร ฯลฯ ที่ต่างก็มีความงามและจุดเด่นแตกต่างกันออกไป
หมู่บ้านมอแกนแบบดั้งเดิม หนึ่งเดียวในเมืองไทย
เกาะสุรินทร์ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์ที่เป็นสัญลักษณ์และภาพจำอันโดดเด่นคือการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาว “มอแกน” 1 ใน 3 กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในเมืองไทย* ที่ในอดีตเคยเดินทางร่อนเร่ในทะเล จนได้รับฉายาว่าเป็น “ยิปซีแห่งท้องทะเล”
แต่ในปัจจุบันชาวมอแกนได้ลงหลักปักฐานอยู่อย่างถาวรอยู่ที่ “หมู่บ้านมอแกน” บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งปัจจุบันมีชาวมอแกนอยู่ที่นี่ประมาณ 300-400 คน
อย่างไรก็ดีหมู่บ้านมอแกนบนเกาะสุรินทร์ที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ เป็นหมู่บ้านมอแกนที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากหมู่บ้านมอแกนเดิมก่อนหน้านี้ ได้ถูกเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2562
แม้หมู่บ้านแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นใหม่หลังเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ ปี 2562 แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์บ้านเรือนของชาวมอแกนแบบดั้งเดิมเอาไว้ เสาโครงสร้างเป็นไม้ ฝา หลังคา เป็นจาก มีใต้ถุนโล่ง และอยู่รวมกันเป็นชุมชนริมทะเล จนถูกยกให้เป็น “หมู่บ้านมอแกนแบบดั้งเดิม” ที่มีชีวิตมีคนอยู่อาศัยที่หลงเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวในเมืองไทย
มอแกน บนวิถีใหม่
ชาวมอแกนมีความเชี่ยวชาญทางทะเลที่เป็นภูมิปัญญาสืบต่อ ๆ กันมา ทั้งเรื่องการจับสัตว์น้ำ การเดินเรือ การดูดาว ดูทิศ คลื่น ลม รวมถึงสามารถจับสังเกตสิ่งผิดปกติ ภัยธรรมชาติทางทะเลได้ อย่างเช่น เหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547 พวกเขาสามารถว่ายน้ำ พายเรือได้ตั้งแต่ยังเล็ก รวมถึงสามารถดำน้ำได้ลึกและอึดนานกว่าคนทั่วไปโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยแต่อย่างใด
ในอดีตชาวมอแกนบนเกาะสุรินทร์ จะกินอยู่อย่างเรียบง่าย จากอาหารในพื้นที่ที่หาได้ทั้งบนบกและในทะเล ไม่ว่าจะเป็น หัว เผือกมัน กลอย พืชผัก ยอดไม้ ผลไม้ป่า และ กุ้ง หอย ปู ปลา และปลิงทะเล เป็นต้น
ทั้งนี้อาหารทะเลส่วนหนึ่งชาวมอแกนจะนำมารับประทาน อีกส่วนหนึ่งนำไปแลกซื้อข้าวสาร เกลือ และของใช้จำเป็น เพื่อตุนไว้สำหรับหน้ามรสุมที่คลื่นลมแรง ไม่สามารถออกทะเลไกลชายฝั่งได้
ปัจจุบันด้วยสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยถอยลง และการอาศัยอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ที่มีข้อจำกัดในการจับสัตว์น้ำ ทำให้ชาวมอแกนออกทะเลน้อยลงจากเดิม แต่พวกเขาได้เบนเข็มเข้าสู่วิถีใหม่ในเส้นทางของธุรกิจท่องเที่ยวแทน
โดยจากเดิมที่เคยออกเรือหาปลากันเป็นประจำ แต่มาวันนี้เมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามันมาถึง ชาวมอแกนที่ถนัดทางด้านไหนก็จะไปรับจ้างทำงานประกอบอาชีพตามที่ตนถนัด ไม่ว่าจะเป็น ขับเรือหางยาวหรือสปีดโบ้ท พายเรือให้นักท่องเที่ยว เป็นไกด์ เป็นสตาฟฟ์ทัวร์ ไกด์ดำน้ำ เป็นแม่บ้าน ทำอาหาร รับจ้างทั่วไป หรือช่วยทำงานใน อช.หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นต้น
ขณะที่ผู้หญิง เด็ก ๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน หลาย ๆ คนจะทำสินค้าของที่ระลึก งานแฮนด์เมด ขายให้กับนักท่องเที่ยว ตามหน้าบ้านหรือใต้ถุนบ้านของตน บางคนก็ทำโชว์นักท่องเที่ยวกันสด ๆ ไม่ว่าจะเป็น สร้อย กำไล กระเป๋า เครื่องประดับ เรือก่าบางจำลอง งานไม้แกะสลัก โปสการ์ด ซึ่งชาวมอแกนนอกจากจะพัฒนางานฝีมือเหล่านี้ได้ดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว วันนี้ยังมีงานรีไซเคิลกระเป๋าถักมือจากขยะทะเล ที่สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นงานหัตถกรรมอันกิ๊บเก๋และเท่ไม่น้อย
ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวหมู่บ้านชาวมอแกน บนเกาะสุรินทร์ ก็อย่าลืมช่วยอุดหนุน สนับสนุน งานสินค้าต่าง ๆ ของชาวมอแกนกันตามสะดวก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นให้นำเงินสดติดตัวไปด้วย เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณให้สแกน
สำหรับหมู่บ้านมอแกนนั้น ถือเป็นไฮไลต์ต้องห้ามพลาดสำหรับผู้ที่ไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์แล้ว ชนิดที่ว่ากันว่าถ้าไปเกาะสุรินทร์แล้ว ไม่ได้ไปชมหมู่บ้านมอแกน ถือว่ายังมาไม่ถึงเกาะแห่งนี้โดยสมบูรณ์
#################################
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคมของทุกปี โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ และแบบพักค้างคืนบนเกาะซึ่งทางอุทยานฯมีทั้งบ้านพัก เต็นท์ และร้านอาหาร ให้บริการ
การเดินทางมายังหมู่เกาะสุรินทร์จากพังงานั้นสามารถนั่งเรือได้จากหลายท่าเรือ อาทิ ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม ท่าเรือทับละมุ และท่าเรือคุระบุรี ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยเรือสปีดโบทใช้เวลาประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง
นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่รวมเอาค่าเรือไปกลับ ทริปดำน้ำ ที่พัก และอาหาร ซึ่งมีหลายบริษัททัวร์ให้เลือกใช้บริการ
ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับที่เที่ยว ที่กิน ที่พักในจังหวัดพังงา สามารถติดต่อได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพังงา โทร.0 7641 3400


