xs
xsm
sm
md
lg

สุดงดงาม “สิม” วัดไชยศรี ขอนแก่น ชมฮูปแต้มโบราณ มรดกอีสานทรงคุณค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถ้าพูดถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมอีสาน “สิม” หรืออุโบสถแบบพื้นถิ่น ถือเป็นหนึ่งในมรดกอันทรงคุณค่าที่สะท้อนทั้งศรัทธาและภูมิปัญญาช่างได้อย่างงดงาม และหนึ่งในสิมที่ยังคงความงดงามเหนือกาลเวลา ก็คือ “สิมวัดไชยศรี” แห่งบ้านสาวะถี จังหวัดขอนแก่น

บ้านสาวะถี เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตแบบอีสานดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น บรรยากาศของหมู่บ้านเต็มไปด้วยความเรียบง่าย เงียบสงบ และอบอุ่น เมื่อเดินทางมาถึง วัดไชยศรี สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความร่มรื่นของพื้นที่วัด และกลิ่นอายของศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน


“วัดไชยศรี” ตั้งอยู่หมู่ 8 บ้านสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ห่างจากตัวเมืองประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน และเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชนมาอย่างช้านาน ภายในวัดมี “สิม” หรืออุโบสถโบราณที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบอีสานแท้ๆ แฝงไปด้วยความเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า


สถาปัตยกรรมของสิมมีลักษณะเป็นสิมทึบที่สร้างขึ้นภายใต้อิทธิพลช่างญวน ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน อยู่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3 ห้อง ตั้งอยู่บนฐานสูง มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า เดิมมุงหลังคาด้วยแผ่นไม้ที่เรียกว่า แป้นเกล็ด มีบันไดทางขึ้นเฉพาะด้านหน้า ราวบันไดทำเป็นรูปม้า ก่ออิฐฉาบปูน ผนังด้านข้างเจาะช่องหน้าต่างจริงเฉพาะช่องกลาง พื้นที่อาคารด้านนอกต่อหลังคาพาไลยื่นออกมาและมีรั้วระแนงไม้ประดับด้วยแผ่นไม้แกะสลักเป็นรูปม้าล้อมรอบ สิมหลังนี้ควบคุมการก่อสร้างโดยหลวงปู่อ่อนสาซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น ภายหลังมีการเปลี่ยนทรงของหลังคา รื้อม้าประดับราวบันไดและรั้วระแนงไม้ออก แล้วจึงก่อกำแพงแก้วเพิ่มเติม


จิตรกรรมฝาผนังหรือ “ฮูปแต้ม” วาดเต็มพื้นที่ทั้งผนังด้านนอกและด้านในของอาคารด้วยเทคนิคการใช้สีขาวทารองพื้นก่อนร่างภาพ ระบายด้วยสีฝุ่นวรรณะเย็น ได้แก่ คราม เหลือง ขาว เขียว น้ำตาล และดำ เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมลุ่มน้ำโขง เรื่อง “สังข์ศิลป์ชัย” หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “สินไซ”


ความโดดเด่นของฮูปแต้มที่วัดไชยศรี คือมีการแสดงเนื้อหาเรื่องสินไซที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีการลำดับภาพและเรื่องราวที่ไม่ต่อเนื่องกัน แต่ช่างได้กลวิธีการบรรยายด้วยภาพตัวอักษรไทยน้อยประกอบ สันนิษฐานว่าหลวงปู่อ่อนสาได้ศึกษาเรื่องราวจากหนังสือผูกใบลานแล้วจึงกำหนดตำแหน่งของภาพที่จะวาดลงผนัง ส่วนจิตรกรหรือช่างแต้มนั้นเป็นชาวอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม นำโดยนายทอง ทิพย์ซา และคณะ




นอกจากเรื่องสินไซแล้ว ที่ผนังด้านนอกยังวาดภาพพระพุทธรูปและประทับนั่งเหนือซุ้มหน้าต่าง มีภาพนรกภูมิที่ผนังด้านหน้า ส่วนผนังด้านในมีการวาดภาพแต่ละด้านดังนี้ ทิศใต้เป็นฉากการสู้รบระหว่างสินไซกับกองทัพของยักษ์กุมภัณฑ์ ทิศเหนือเป็นการสู้รบระหว่างสินไซกับกองทัพของวรุณนาค ทิศตะวันตกเป็นภาพม้วนชาดก เพื่อเฉลยว่าตัวละครแต่ละตัวได้มาเกิดเป็นบุคคลใดสมัยพุทธกาล เช่น สินไซคือพระพุทธเจ้า ยักษ์กุมภัณฑ์ คือ พระโมคคัลลานะ สังข์ทองคือพระสารีบุตร สีโหคือพระอานนท์ นางสุมณฑาคือนางวิสาขา เป็นต้น และทิศตะวันออก ตำแหน่งเหนือประตูทางเข้าวาดภาพยักษ์กุมภัณฑ์ไปสู่ขอนางสุมณฑา ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องราวทั้งหมด


ถึงแม้เวลาจะผ่านมากว่าร้อยปีแล้วก็ตาม และมีบางส่วนเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ถือว่าฮูปแต้มของที่นี่ยังคงมีความชัดเจนและสวยงามอยู่มาก


สิมวัดไชยศรีไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น ที่สะท้อนถึงความศรัทธาและวิถีชีวิตของชาวอีสานได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยคุณค่าอันโดดเด่น ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการยกย่องเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสทั้งความสงบ ร่มรื่น และความงดงามของศิลปะพื้นบ้านที่หาได้ยากในปัจจุบัน




จากตัวเมืองขอนแก่น ใช้เส้นทางไปอำเภอบ้านฝาง มุ่งหน้าสู่บ้านสาวะถี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็จะได้พบกับวัดไชยศรีที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางชุมชนเรียบง่าย


หากใครมีโอกาสมายังจังหวัดขอนแก่น ก็อย่าลืมแวะเวียนกันมาที่ “วัดไชยศรี” นอกจากจะได้เห็นฝีมือของช่างแต้มในอดีตแล้วยังจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่าน “ฮูปแต้ม” อีกด้วย

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline