xs
xsm
sm
md
lg

เปิดบทใหม่แห่งมรดกอาหารไทย ณ "บ้านพระยา" โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"บ้านพระยา" เปิดบทใหม่แห่งมรดกอาหารไทย เรือนไม้เก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอายุกว่าศตวรรษ กลับมาอีกครั้งภายใต้การนำของเชฟป้อม พัชรา พิระภาค ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตอันทรงคุณค่าผ่านตำรับอาหารไทยอันประณีต ผสานการตีความร่วมสมัยอย่างละเมียดละไม

อาหารบ้านพระยาเริ่มต้นบทใหม่แห่งมรดกอาหารไทยอันทรงคุณค่าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อดีตเรือนไม้เก่าแก่อายุกว่าหนึ่งร้อยปีแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของพระยามไหสวรรย์ และคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่แห่งการพบปะสังสรรค์อันอบอุ่นที่ต้อนรับเหล่าชนชั้นสูงและแขกผู้มาเยือนจากต่างแดนอย่างเอาใจใส่ด้วยอาหารไทยต้นตำรับที่ปรุงอย่างประณีต ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร และความซาบซึ้งต่ออาหารไทยของทั้งสองท่าน ได้หล่อหลอมอัตลักษณ์ของบ้านพระยาตั้งแต่อดีต และยังคงเป็นจิตวิญญาณที่สะท้อนตัวตนของบ้านพระยาจวบจนถึงปัจจุบัน


ในปี พ.ศ. 2529 ห้องบางส่วนของเรือนหลังนี้ได้รับการปรับปรุงโดยโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ให้เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารไทยแห่งแรกของประเทศไทย โดยคงไว้ซึ่งสูตรอาหารและเทคนิคดั้งเดิม พร้อมทั้งโอบรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ นับจากนั้น บ้านพระยาได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถัน โดยยังคงรักษาเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรมอันงดงามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ไว้อย่างครบถ้วน ปัจจุบันบ้านพระยานับเป็นหลักฐานที่สำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดเรื่องราวและขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดผ่านกาลเวลา อย่างงานไม้สักดั้งเดิมและลวดลายฉลุอันประณีต

ห้องอาหารบ้านพระยา นำทีมโดย เชฟป้อม พัชรา พิระภาค ผู้มีปรัชญาในการปรุงอาหารที่สะท้อนจิตวิญญาณและเรื่องราวของบ้านพระยาได้อย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับคุณหญิงเลื่อนในอดีต เชฟป้อมเป็นที่ยอมรับในด้านความประณีต และความเข้าใจในรสชาติของอาหารไทย เธอทำหน้าที่เสมือนผู้สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดตำรับอาหารท้องถิ่นที่เคยเลือนหายไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านมุมมองร่วมสมัย การรังสรรค์อาหารของเชฟป้อมยึดมั่นในกรรมวิธีดั้งเดิม ตั้งแต่การย่างด้วยเตาถ่าน การโขลกเครื่องแกงด้วยครก ไปจนถึงความวิจิตบรรจงของขนมดอกจอก พร้อมนำเสนออาหารทุกจานออกมาอย่างร่วมสมัยและละเมียดละไม


ทุกเมนูได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิดแห่งความสมดุล โดยคำนึงถึงรูปลักษณ์ กลิ่น รส และอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งต่อถึงแขก และยังสะท้อนอัตลักษณ์ของอาหารไทย ผ่านการใช้สมุนไพรกลิ่นหอมหลากชนิด เทคนิคการปรุงที่มีเอกลักษณ์ และการผสานรสเปรี้ยว เค็ม หวานอย่างกลมกล่อม

ความมุ่งมั่นของเชฟป้อมในการรักษารสชาติดั้งเดิมของอาหารไทย ยังควบคู่ไปกับแนวคิดด้านความยั่งยืนในทุกขั้นตอน เธอคัดสรรวัตถุดิบจากผู้ผลิตท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่บนดอยในจังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงชุมชนเกษตรกรขนาดเล็กในจังหวัดต่าง ๆ นอกจากนี้ บ้านพระยายังมีสวนออร์แกนิกขนาดย่อมในบริเวณบ้านที่ปลูกพืชผักสมุนไพรที่เชฟป้อมนำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนู


หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของเชฟป้อม คือ ต้มข่า ที่ได้รับการตีความขึ้นใหม่อย่างประณีต เชฟนำปลาหมึกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สอดไส้ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านอ่อน ๆ เสิร์ฟในน้ำซุปข่าหอมกรุ่น ผสานสมุนไพรสดใหม่จากสวนออร์แกนิกของบ้านพระยา ให้รสสัมผัสของน้ำซุปที่เนียนละมุน และรสชาติที่กลมกล่อม อีกหนึ่งไฮไลต์คือ กุ้งแม่น้ำย่างจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่าครึ่งย่างจนได้รสหวานฉ่ำตามธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมซอสน้ำพริกมะขามรสเผ็ดเปรี้ยว และหลนมันกุ้งเข้มข้น เสริมความสดชื่นด้วยเปลือกแตงโมดองที่เพิ่มสีสันด้วยขมิ้นและกระเจี๊ยบ

ด้วยแรงบันดาลใจจากอดีตของบ้านพระยาในฐานะโรงเรียนสอนทำอาหารไทยแห่งแรกของประเทศ ห้องอาหารแห่งนี้จึงได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ให้มีความอบอุ่นและเป็นส่วนตัว เพื่อถ่ายทอดงานครัวของเชฟป้อมอย่างใกล้ชิด สร้างความสัมพันธ์ระหว่างห้องครัวและโต๊ะอาหารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การรับประทานอาหาร ณ บ้านพระยา การตกแต่งด้วยรายละเอียดงานไม้ฉลุอันประณีต องค์ประกอบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และการสอดแทรกกลิ่นอายของกล้วยไม้แวนด้า ซึ่งปรากฏในงานเขียนของพระยามหาไศวรรย์ที่เกี่ยวกับพรรณไม้ไทย ล้วนสะท้อนมรดกของบ้านพระยาอย่างร่วมสมัย ให้แขกสัมผัสตั้งแต่ก้าวแรกสู่บ้านพระยา


ประสบการณ์เริ่มต้นขึ้นที่ชานบ้าน โดยแขกจะได้รับการต้อนรับด้วย ม้าฮ่อ และ ขนมดอกจอก ม้าฮ่อผสานรสเปรี้ยวของสับปะรดเข้ากับไชโป๊วหวานและถั่วลิสงคั่ว ให้รสสัมผัสที่สมดุลอย่างลงตัว ส่วนขนมดอกจอก มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากส้มซ่า จับคู่กับน้ำพริกมะขามเพื่อเพิ่มมิติให้รสชาติ จากนั้นแขกจะได้รับของว่างเรียกน้ำย่อยที่ช่วยเติมความสดชื่นอย่าง ใบเครือหมาน้อยสาหร่ายพวงองุ่น เสิร์ฟพร้อมข้าวคั่วและผักชี ตามด้วยคอมบูชาในโซนครัวเปิด ก่อนได้รับเชิญเข้าสู่โต๊ะอาหารเพื่อเริ่มต้นมื้อค่ำ

ห้องอาหารบ้านพระยานำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารผ่านสองเมนู ได้แก่ เมนู 6 คอร์ส ราคา 3,400 บาท++ และเมนู 8 คอร์ส ราคา 3,800 บาท++ โดยทั้งสองเมนูเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง ม้าฮ่อ และ ขนมดอกจอก สูตรพิเศษของบ้านพระยา ก่อนจะเดินทางสู่หลากหลายเมนูอาหารที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัตถุดิบท้องถิ่นจากแต่ละภูมิภาค และกรรมวิธีการปรุงอาหารไทยแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย เมนูไฮไลต์ ได้แก่ ต้มข่าปลาหมึกหอมจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลาบู่ในกะลามะพร้าวย่างเสิร์ฟกับมะละกอดอง และแกงเขียวหวานเป็ดย่างองุ่นดองและยอดมะพร้าว สำหรับเมนู 8 คอร์ส ลิ้มรสอีก 2 เมนูพิเศษอย่าง ก้อยแตงโม และกุ้งแม่น้ำจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีในเมนูกุ้งแม่นํ้าย่างซอสนํ้าพริกมะขามและหลนมันกุ้ง ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดการปรุงอาหารที่ให้วัตถุดิบเป็นหัวใจสำคัญตามแบบฉบับของเชฟป้อม


บ้านพระยาพร้อมต้อนรับแขกรุ่นใหม่ด้วยความอบอุ่นที่หล่อหลอมบ้านหลังนี้ไว้มาตั้งแต่ในอดีต ทั้งการบริการอย่างจริงใจ ตำรับอาหารไทยอันประณีต และความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อขนบธรรมเนียม สถานที่แห่งนี้คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบสานผ่านงานฝีมือและศิลปะการรังสรรค์เมนูอาหาร ทำให้ทุกมื้อคือช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งในคุณค่าวัฒนธรรมอาหารอันงดงามของประเทศไทย

เวลาทำการ
มื้อค่ำ: 18.00 – 23.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 21.00 น.)
ให้บริการวันศุกร์ – วันอังคาร

สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทรติดต่อ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
โทร: 0-2659-9000
อีเมล: mobkk-baanphraya@mohg.com
เว็บไซต์: www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river/dine/baan-phraya
อินสตาแกรม: @BaanPhraya.BKK





#########################################

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline