xs
xsm
sm
md
lg

นิทรรศการ “Concrete Dream” ชีวิต เมือง ความฝัน ตื่นตาภาษาของกราฟฟิตี ที่ Maison JE Bangkok

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
สายอาร์ตไม่ควรพลาด นิทรรศการ “Concrete Dream” ที่จัดแสดง ณ Maison JE Bangkok ตั้งแต่วันนี้–3 พ.ค. 69 ภายในงานจัดเต็มกับงานศิลปะจาก 7 ศิลปินกราฟฟิตีชั้นนำ ที่นำเสนอ “ภาษาของกราฟฟิตี” ผ่านมุมมอง ชีวิต เมือง ความฝัน ที่เติบโตบนผนังคอนกรีต

นิทรรศการ “Concrete Dream” นำเสนอผลงานศิลปะแนวกราฟฟิตี (Graffiti Art) ของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีชั้นนำ จากประเทศไทย ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้แนวคิด “Concrete Dream: ชีวิต เมือง ความฝัน”

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
โดยศิลปินแต่ละคนต่างใช้ศิลปะกราฟฟิตีเป็นภาษาสากลในการถ่ายทอดเรื่องราวความฝันและการต่อสู้ดิ้นรนในท่วงทำนองของตนเอง ซึ่งแม้จะแตกต่างกันด้วยวัย ภูมิหลัง ประสบการณ์ และเส้นทางชีวิต แต่ “ภาษาของกราฟฟิตี” ได้กลายเป็นจุดร่วมที่นำพาศิลปินทั้งหมดให้เดินทางมาพบกัน เพื่อปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดการทำงานร่วมกัน และพัฒนาแนวคิดจนตกผลึกเป็นนิทรรศการในครั้งนี้

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
นิทรรศการ Concrete Dream จัดแสดงตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 2 ของ Maison JE Bangkok ภายในงานเปรียบเสมือนการพาผู้เข้าชมเดินผ่านเรื่องราวชีวิตของศิลปินทั้ง 7 คน ตั้งแต่การเผชิญแรงกดดันจากภายนอก ไปจนถึงการค้นพบตัวเองในแบบเงียบ ๆ

นิทรรศการ Concrete Dream จึงไม่ได้นิยามความหมายของกราฟฟิตี ไม่ได้โรแมนติไซส์ในวัฒนธรรมสตรีท หากแต่เพียงถ่ายทอด “ประสบการณ์ชีวิตในเมือง” ผ่านกราฟฟิตีและมุมมองของศิลปิน บางผลงานอาจชวนให้นึกถึงประสบการณ์ร่วม เพื่อเข้าถึงการเติบโตภายในที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

7 ศิลปิน ผู้สร้างสรรค์นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
สำหรับศิลปินทั้ง 7 ที่ต่างวัย ต่างวิถี ต่างเส้นทาง แต่มี “ภาษากราฟฟิตี” เป็นจุดร่วมเดียวกัน ได้แก่

Ares
 

ศิลปินกราฟฟิตีเชื้อสายสวิส-อิตาเลียน ปัจจุบันพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ Ares จบการศึกษาจาก School of Theatre Set Design and Trompe-l’œil เจนีวา ก่อนจะพัฒนาภาษาของตัวเองผ่านกราฟฟิตีและ Urban Art ที่ได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจากกราฟฟิตีตัวอักษรสไตล์นิวยอร์ก (ที่พัฒนาขึ้นในนิวยอร์กช่วงปลายทศวรรษ 1970–1980)

Ares เป็นผู้ก่อตั้งอาร์ตแกลเลอรีในกรุงเทพฯ ที่สนับสนุนผลงานกราฟฟิตีและศิลปะร่วมสมัย พร้อมผลักดันการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างศิลปินนานาชาติ เพื่อเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับการผลิตและวัฒนธรรมสตรีท

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
Boher

ศิลปินกราฟฟิตีจากปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผู้เติบโตมากับวัฒนธรรมฮิปฮอปช่วงปลายยุค 80s ทั้งยังคงสร้างผลงานกราฟฟิตีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

Boher มีผลงานสตรีทอาร์ตบนท้องถนนในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ยุโรป อเมริกาเหนือ ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานของเขาเชื่อมโยงกับรากของกราฟฟิตีแบบคลาสสิค ทั้งการสร้างลวดลายด้วยมือ ตัวอักษร และ Crew Tag (ลายเซ็นหรือสัญลักษณ์ที่ศิลปินกราฟฟิตีใช้แทนชื่อ ‘กลุ่ม’ หรือ ‘ทีม’ ของตัวเอง) พร้อมฝังตัวอยู่ในบริบทของสตรีทไทยมานานหลายปี และเชื่อมต่อกับเครือข่ายกราฟฟิตีระดับโลก

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
BigDel

BigDel หรือ Dale Horgan ศิลปินกราฟฟิตีและสตรีทอาร์ต ผู้มีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย BigDel มีผลงานโดดเด่นในวงการศิลปะร่วมสมัย ผลงานของเขาครอบคลุมทั้งงานจิตรกรรม Digital Illustration จนถึง Mural (งานศิลปะบนผนัง หรือพื้นผิวขนาดใหญ่) ที่พบเห็นได้ท้องถนน ด้วยลายเส้นแบบการ์ตูนที่มีสีสันสดใสและเปี่ยมด้วยอารมณ์สนุกสนาน เป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สะท้อนตัวตนของ BigDel ได้อย่างมีสไตล์

ผลงานของเขาผสมผสานวัฒนธรรมสตรีท ดนตรี และภาพยนตร์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ชวนให้ผู้ชมยิ้มตามและเข้าถึงศิลปะได้โดยไม่ต้องตีความ

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
CRUDE

CRUDE หรือ อาทิตย์ สังข์ตะคุ สมาชิก EB Crew (หรือ Endless Bewitch กลุ่มกราฟฟิตีระดับแนวหน้าของประเทศไทย) ที่หลายคนรู้จักกันดีว่า ‘แม็ค’ เริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานกราฟฟิตีในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นวัยรุ่นช่วงปี 2007

CRUDE มีพื้นฐานการศึกษาด้านศิลปะจากวิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมถึงคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ผลงานของ CRUDE กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นบันทึกการเติบโตของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ด้วยแรงบันดาลใจจากแท็กในตู้โทรศัพท์ ป้ายรถเมล์ และกำแพง เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานกราฟฟิตีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับวิถีชีวิตในเมือง ทั้งนี้ CRUDE เชื่อว่า กราฟฟิตีเป็นผลงานศิลปะอีกแขนงที่มีคุณค่าในตัวเอง

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
Jaek El Diablo

Jaek El Diablo หรือ Louis Vicius เป็นศิลปินกราฟฟิตี (Graffiti Artist) และนักออกแบบกราฟิกชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับสากล เขาเริ่มเข้าสู่วงการกราฟฟิตีในช่วงต้นยุค 90s โดยได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดและลายกราฟฟิตีบนท้องถนนในเมืองสตราสบูร์ก

Jaek El Diablo ขับเคลื่อนวงการกราฟฟิตีในเมืองมานานกว่า 20 ปี สไตล์ของเขาสะท้อนวัฒนธรรมป๊อปผสานลายกราฟฟิตีแบบคลาสสิก เกิดเป็นภาษาภาพที่ทั้งสนุก มีพลัง และสะท้อนวัฒนธรรมร่วมสมัย เขามักจะนำตัวละครที่รักมาตีความใหม่ในรูปแบบของตัวเอง คล้ายกับการ Sampling ในดนตรีแนว Hip-hop เพื่อแสดงความเคารพต่อรากเหง้าวัฒนธรรมป๊อปเหล่านั้น

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
Joker

Joker หรือ ชัยบูรณ์ บันลือ ศิลปินกราฟฟิตีและสตรีทอาร์ต และสมาชิก EB Crew (Endless Bewitch) หนึ่งในศิลปินกราฟฟิตียุคบุกเบิกนับตั้งแต่วัฒนธรรมนี้เข้ามาในเมืองไทย (ช่วงยุค 90s) Joker เริ่มจากความหลงใหลในศาสตร์การออกแบบตัวอักษรและการพ่นสีกำแพง

Joker ซึมซับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ความเชื่อ และสัญลักษณ์ในสังคมไทย นำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนรูปแบบและขนาดตามบริบทของพื้นที่ที่สร้างสรรค์ผลงาน ทั้งยังโดดเด่นเรื่อง Typography (การออกแบบตัวอักษร) ที่มีความซับซ้อน แข็งแรง และลายเส้นคมชัด รวมถึงการใช้สีสันที่จัดจ้านตามแบบฉบับ Wild style

นิทรรศการ Concrete Dream ชีวิต เมือง ความฝัน (ภาพโดย : สมัชชา อภัยสุวรรณ)
Timer

Timer หรือ Serge Blanco ศิลปินกราฟฟิตี ผู้เริ่มต้นเส้นทางชีวิตจากเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เขาเริ่มสร้างสรรค์งานกราฟฟิตีในปี 1989 หลังได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สารคดี Style Wars ระหว่างศึกษาชั้นมัธยม ก่อนจะเริ่มสร้างสรรค์ผลงานเฟรสโกสีสันสดใสบนผนังรอบตัวเมือง ต่อมาเขาย้ายไปทำงานในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะที่ซานดิเอโกและนิวยอร์กซิตี ที่ทำให้เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกราฟฟิตีสไตล์นิวยอร์ก และสร้างสรรค์ผลงานในหลายเมือง (รวมถึงไมอามี)

ภายหลัง Timer กลับไปทำงานที่ World Intellectual Property Organization (WIPO) ในเจนีวา พร้อมเข้าร่วมแสดงผลงานกับ EDK Collective ปัจจุบัน หลังจากทำงานในวงการกราฟฟิตีกว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ เขายังคงจัดแสดงผลงานในแกลเลอรีควบคู่กับการสร้างสรรค์สตรีทอาร์ตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก


สำหรับนิทรรศการ Concrete Dream จัดแสดงระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2569 ณ Maison JE Bangkok ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น. (ปิดวันจันทร์) ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Maison JE Bangkok หรือโทร. 096 221 1646